ราคาน้ำมันดิบ (7 ส.ค. 67) ปรับเพิ่ม กังวลสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอาจบานปลาย
วันที่ 7 สิงหาคม 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่อาจขยายวงกว้าง หลังการลอบสังหารผู้นำกลุ่มฮามาสในกรุงเตหะราน และการโจมตีของอิสราเอลที่สังหารผู้บัญชาการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ขณะที่วานนี้ (6 ส.ค.) บริษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบีย (NOC) แถลงลดกำลังการผลิตที่แหล่งน้ำมันชาราราลง โดยอ้างถึงเหตุสุดวิสัยเนื่องจากการประท้วงทางการเมืองในพื้นที่
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 6 ส.ค. 2567 อยู่ที่ 73.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.26 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 76.48 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.18 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ราคายังได้รับแรงหนุน หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกปรับลดลงกว่า 0.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังจะปรับลดลงอีก 0.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs มองว่าความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีจำกัด และเชื่อว่าราคาน้ำมันจะยังได้รับแรงสนับสนุนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าจากความต้องการที่แข็งแกร่งในฝั่งตะวันตกและจากประเทศอินเดีย
สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) เปิดเผยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 2 ส.ค. 67 ปรับเพิ่มขึ้น 0.18 ล้านบาร์เรล ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 0.85 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขนำเข้าน้ำมันเบนซินของฮ่องกงในเดือน มิ.ย. 67 ปรับลดลงกว่า 30.87% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่อุปทานภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่นในญี่ปุ่นที่ปิดซ่อมบำรุงจากเหตุฉุกเฉินในช่วงก่อนหน้ากลับมาดำเนินงานตามปกติ
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันดีเซลในเกาหลีใต้มีแนวโน้มลดลงจากภาคการขนส่งที่ชะลอตัว หลังการยื่นฟ้องล้มละลายของสองบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของประเทศ
