ธปท. ยันดูแลเงินบาทใกล้ชิดหากผันผวนสูงเกินไป จนผู้ประกอบการปรับตัวไม่ทัน
ธปท. รับเงินบาทแข็งค่านำภูมิภาคจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ชี้ ติดตามดูแลใกล้ชิด ไม่ให้ผันผวนสูงเกินไปและผันผวนต่อเนื่องจนผู้ประกอบการปรับตัวไม่ทัน
วันที่ 30 สิงหาคม 2567 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินบาทในเดือนกรกฎาคม-วันที่ 26 สิงหาคม 2567 พบว่าแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด ที่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดดอกเบี้ยในจำนวครั้งที่มากขึ้น หลังตัวเลขเศรษฐกิจและเงินเฟ้อสหรัฐออกมาชะลอตัว

ขณะเดียวกัน สกุลเงินในภูมิภาคได้รับปัจจัยจากค่าเงินเยนที่แข็งค่า หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้เงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค อย่างไรก็ดี หากดูดัชนีค่าเงินบาทเมื่อเทียบคู่ค้าคู่แข่งพบว่าเงินบาทแข็งค่านำภูมิภาค
“ในแง่ปัจจัยค่าเงินบาทแข็งค่าจะเห็นว่ามาจากหลายด้าน แต่ปัจจัยที่เคลื่อนไหวส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ ซึ่ง ธปท.ติดตามดูไม่ให้เงินบาทผันผวนเกินไปจนภาคธุรกิจปรับตัวไม่ทัน อย่างไรก็ดี ในภาวะการเงินโลกมีความผันผวนและมีเยอะขึ้น เราก็ดูไม่ให้ค่าเงินมีความผันผวนสูงเกินไปและต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าผู้ประกอบการเริ่มมีความรู้ในการใช้เครื่องมือป้องกันมากขึ้น เช่น Option ซึ่งเป็นการช่วยกัน”
สำหรับกรณีการที่มีการเสนอให้กระทรวงการคลังใช้ภาษีเพื่อช่วยเหลือ หรืออุดหนุนผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ (Negative Income Tax) นั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจากจะต้องดูในเรื่องของรายรับและรายจ่าย รวมถึงผลข้างเคียงด้วย