เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

‘ศิริกัญญา’ อัดรัฐบาลเบี้ยวหนี้แบงก์รัฐแจกเงินหมื่น จุลพันธ์ชี้ไม่ผิดกฎหมาย

03 ก.ย. 2567 | 14:33น.
ศิริกัญญา ตันสกุล

ถกงบฯกลาง 68 เดือด ศิริกัญญาโวยรัฐบาลเบี้ยวหนี้แบงก์รัฐ ดึงมาแจกเงิน 10,000 บาท จุลพันธ์ชี้ไม่ผิดกฎหมาย ยืนยันดิจิทัลวอลเลตเดินหน้า

วันที่ 3 กันยายน 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี พ.ศ. 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ปรับลด 7,824,398,500 บาท โดยเป็นการพิจารณาเรียงรายมาตรา ในวาระที่ 2 ภายหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ได้ผ่านชั้นอนุกรรมาธิการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การพิจารณาในมาตรา 6 (5) ซึ่งเป็นมาตราที่ถูกตั้งไว้ใช้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ 187,700,000,000 บาท โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต

ดึงเงินธนาคารรัฐใช้แจก 1 หมื่น

ทั้งนี้ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อยขอสงวนความเห็น อภิปรายว่าตนขอปรับลดงบประมาณลง 1.52 แสนล้านบาท โดยในมาตรานี้มีงบประมาณเพิ่มเติม 1.8 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงรายการ จากการใช้หนี้ธนาคารรัฐ 3.5 หมื่นล้านบาท แต่ตนขอตัดเฉพาะในส่วนของการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจอีก 3.5 หมื่นล้านบาท ขอให้นำกลับไปชำระหนี้ของธนาคารของรัฐตามเดิม

ด้วยเหตุผลว่า เราทราบดีว่างบประมาณในส่วนการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจที่งอกขึ้นมา ถูกนำไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเลต ที่มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตอนนี้มีความชัดเจนมากขึ้นหลังเปลี่ยนรัฐบาลว่าในเฟสแรก จะเปลี่ยนจากดิจิทัลวอลเลตเป็นเงินสดไปแล้ว 14.5 ล้านคน ซึ่งใช้งบประมาณในปี 2567 กว่า 1.45 แสนล้านบาท

โดยมาจาก 2 ส่วนคือ พ.ร.บ.เพิ่มเติมงบประมาณปี 2567 จำนวน 1.22 แสนล้านบาท และอีกก้อนคือใช้งบฯกลางอีกประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท เราควรจะเลิกเรียกว่าดิจิทัลวอลเลตได้แล้ว เพราะไม่มีดิจิทัลและวอลเลตแล้ว

นอกจากนี้ ยังต้องหาเงินมาอีก 3.05 แสนล้านบาท ซึ่งวันนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่เข้าใจว่าวันนี้ยังไม่มีรัฐบาล ยังไม่มีการถวายสัตย์ฯ ยังไม่มีการแถลงนโยบาย ดังนั้น เราจึงไม่มีทางรู้ว่าเงินก้อนที่เหลือจะแจกผ่านดิจิทัลวอลเลตหรือไม่ หรือจะแจกเป็นเงินสด จะแจกเท่าไหร่ เมื่อไหร่

ดังนั้น จึงไม่รู้ว่าเราจะมาพิจารณางบประมาณเพื่ออนุมัติก้อนนี้ไปเพื่ออะไร แต่หากจะทำให้ได้ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เคยพูดไว้ เราต้องการเงินเพิ่มอีก 3.05 แสนล้านบาท วันนี้ที่เราพิจารณากันอยู่มีงบประมาณที่เราพิจารณาไว้ตั้งแต่วาระ 1 จำนวน 1.52 แสนล้านบาท อยู่ในกระเป๋า อีกก้อนมาจากการเบี้ยวหนี้ ชักดาบธนาคารรัฐ 3.5 หมื่นล้านบาท

Advertisement

เรียกว่าหน้ามืดแล้ว มีเงินตรงไหนเหลือก็ขอไปล้วงไปควักออกมาให้หมด แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ครบ 3.05 แสนล้านบาทอยู่ดี ยังขาดอีก 1.17 แสนล้านบาท เท่ากับคน 12 ล้านคนที่ตอนนี้ยังหน้าสิ่วหน้าขวานว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาจ่ายให้ประชาชนจนครบ ซึ่งหากยังไม่ครบแล้วท่านจะไปตัดงบฯธนาคารแห่งรัฐมาก่อนทำไม หลายโครงการเป็นโครงการที่มีมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์

เช่น โครงการจำนำสินค้าเกษตรปี 2552 โครงการประกันรายได้ สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงตัดงบฯของธนาคารออมสิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ใช้ในโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ตัดนิดตัดหน่อยก็จะเอา เพื่อรวมเงินให้ได้

แต่ก็รวมได้แค่ 3.5 หมื่นล้านบาท และเป็นงบฯที่มาอย่างประหลาด เพราะในชั้นอนุ กมธ.ก็ไม่มีอนุฯ ไหนตัด เพื่อรวมเงินนำไปใช้ในโครงการเติมเงิน ทั้งนี้ ที่ปรับลดนั้นลอยมาหลังจากที่อนุ กมธ.พิจารณาเสร็จสิ้น ในคราวที่ ครม.มีมติให้โอนเงินเพื่อใช้กับโครงการดิจิทัลวอลเลต” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

แนะทำ พ.ร.บ.โอนงบฯ

น.ส.ศิริกัญญากล่าวด้วยว่า สภาไม่จำเป็นต้องเห็นชอบเงินจำนวน 1.2 แสนล้านบาท เพื่อโครงการดิจิทัลวอลเลตใช่หรือไม่ และเงินที่จะใช้ก็ยังมีไม่เพียงพอ ฉะนั้น จึงมีข้อเสนอว่าควรรอให้มีการแถลงนโยบายให้จบก่อน แล้วค่อยมาออกเป็น พ.ร.บ.โอนงบประมาณก็ยังทัน เพราะยังมีเวลาให้ประชาชนรอมาได้ปีกว่า ให้รออีกหน่อย เพื่อให้รัฐบาลไปออกร่าง พ.ร.บ.โอนประมาณ โดยตัดงบฯกระทรวงของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อใช้ดิจิทัลวอลเลต เพื่อแจกให้ครบ 45 ล้านคน

จุลพันธ์ยันไม่ผิดกฎหมาย

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะรองประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณางบฯ 68 ชี้แจงมาตรา 6 งบฯกลาง ว่าในส่วนของงบฯกลางรายการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อใช้ในโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเลต ส่วนที่ห่วงในการเปลี่ยนแปลงงบฯของธนาคารรัฐ 5 แห่ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นชอบด้วยกฎหมายทุกประการ

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ซึ่งได้ตั้งในงบประมาณวาระแรกผ่านมติ ครม. และเสนอต่อสภา ซึ่งได้รับความเห็นชอบในการพิจารณาวาระแรก ทั้งนี้ การเสนอการเปลี่ยนแปลงรัฐวิสาหกิจทั้ง 5 แห่งนั้นจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท เพราะได้ทบทวนแล้ว และปรับลดงบฯที่ชะลอดำเนินการได้ เพื่อให้รัฐบาลใช้นโยบายในโครงการเร่งด่วน

“ยืนยันไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ได้ปรับลดในมาตรา 40 รายจ่ายเพื่อชำระหนี้ภาครัฐ แผนบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ ซึ่งได้ตั้งไว้ 4.1 แสนล้านบาท ซึ่งจำนวนดังกล่าวนั้นมี 2.8 หมื่นล้านบาท ในการชำระหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ไม่ได้ปรับลดจนชำระคืนในสัดส่วนที่ต้องชำระคืน ซึ่งกระบวนการพิจารณาในชั้น กมธ. ในการเปลี่ยนแปลงงบฯรายจ่ายมาตรา 29 เป็นมาตรา 6 นั้นชอบด้วยกฎหมายทุกประการ” นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต ในขณะนี้เป็นที่ทราบกันดีในสถานการณ์ของการเมืองไทย ว่าเราได้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ และอยู่ในขั้นตอนการทูลเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องมีการเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ฯ และนำเสนอนโยบายแห่งรัฐต่อที่ประชุมรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนที่ได้เกิดขึ้นจนถึงวันนี้ จากนายกฯ ก็ได้แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าโครงการดิจิทัลวอลเลตจะต้องเดินหน้าต่อ

โดยรูปแบบและรายละเอียดของโครงการอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยน ต้องรอให้ได้ ครม.ชุดใหม่ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน จึงจะมีการชี้แจงทำความเข้าใจ แต่เม็ดเงินที่ได้รับไปแล้วจากงบฯเพิ่มเติม 67 หรืองบฯที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ ในส่วนของงบฯกลางนี้ สุดท้ายจะได้ใช้ประโยชน์ผ่านถึงมือประชาชน เป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านดิจิทัลวอลเลต