เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สุดซอยพลังงาน’ หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุนเก็งกำไร
Economic ‘สุดซอยพลังงาน’ หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุนเก็งกำไร
แสนสิริ เปิดจอง “ฮับ หัวหิน” คอนโดพร้อมอยู่ รับแรงส่งมอเตอร์เวย์ M82 ราคา 1.19 ล้าน 12-13 ก.ย.นี้
Real Estate แสนสิริ เปิดจอง “ฮับ หัวหิน” คอนโดพร้อมอยู่ รับแรงส่งมอเตอร์เวย์ M82 ราคา 1.19 ล้าน 12-13 ก.ย.นี้
เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
Tech เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
Politics 60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
Economic ‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
Business เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
Finance เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
Biz Movement จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
Finance กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
ดูทั้งหมด

SCB รับเข้มปล่อยสินเชื่อใหม่-คุมหนี้เสีย เจาะเซ็กเตอร์ท่องเที่ยว-ธุรกิจสีเขียว

03 ก.ย. 2567 | 15:01น.
กฤษณ์ จันทโนทก

ธนาคารไทยพาณิชย์ รับเข้มปล่อยสินเชื่อใหม่-คุมคุณภาพสินเชื่อ คาดหนี้เสียบริหารจัดการได้ มองธุรกิจแบงก์ครึ่งปีหลังยังเติบโตได้สอดคล้องจีดีพีโต 2.5% เน้นเจาะกลุ่มอิงท่องเที่ยว-อาหาร-บ้านราคาสูง พร้อมเดินหน้าปล่อยสินเชื่อสีเขียวภายสิ้นปี’67 แตะ 1.2 แสนล้านบาท แนะนโยบายรัฐต้องมีมาตรการระยะสั้น-ระยะยาว

วันที่ 3 กันยายน 2567 นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ธนาคารประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ขยายตัว 2.5% หากมองปัจจัยพื้นฐานถือว่าเศรษฐกิจยังเติบโตดี และดีกว่าในหลายประเทศ

อย่างไรก็ดี ยังคงมีทั้งปัจจัยเสี่ยงและโอกาสในทำธุรกิจ โดยโอกาส คือ ภาคการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวและคาดว่าจะขยายตัวมากขึ้นเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว High Season ขณะที่ การส่งออกจะเห็นว่ามีหลายเซ็กเตอร์เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น แต่ก็ยังมีความท้าทาย

ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงจะมีอยู่ 3-4 ด้าน คือ 1.ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่มีการแบ่งขั้วการค้า 2.ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งยังอยู่ในอัตราการบริหารจัดการได้ 3.การเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน

ดังนั้น ภาพรวมในแง่การปล่อยสินเชื่อใหม่ธนาคารมีความระมัดระวังและเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อตั้งแต่ปลายปีก่อน โดยยังคงเป้าหมายการเติบโต Low Single Digit เนื่องจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และเศรษฐกิจยังคงมีความท้าทาย อย่างไรก็ดี จะเห็นว่ายังคงมีบางเซ็กเมนต์ที่ยังมีศักยภาพและการเติบโตอยู่ เช่น กลุ่มสินเชื่อบ้านที่มีมูลค่าสูง กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และอาหาร เป็นต้น

นอกจากนี้ การปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Loan) ธนาคารให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อภายใน 3 ปี นับตั้งแต่ 2566-2568 อยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท ปัจจุบันสามารถปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่า 1.1 แสนล้านบาท และคาดว่าภายในสิ้นปี 2567 จะอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เป็นสิ่งที่ทุกธนาคารให้ความสำคัญในการบริหารจัดการ โดยธนาคารไทยพาณิชย์เริ่มตั้งแต่ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ และดูแลพอร์ตสินเชื่อเดิมที่มีอยู่ มีการติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญอยู่ในระดับสูง ตลอดจนการบริหารจัดการผ่านการตัดขายหนี้เข้มข้นขึ้น ทำให้ไม่เกิดเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ

“ปัญหาหนี้เสียสถานการณ์คงไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่เราดู คือ Stage 1 และ Stage 2 เป็นสำคัญ แต่ส่วนใหญ่หนี้ที่มีส่วนใหญ่เกิดจากของเก่าตั้งแต่ในช่วงโควิด-19 ซึ่งธนาคารก็เข้าไปช่วยเหลือหลายระดับ ทั้งในการส่วนปรับโครงสร้างหนี้ และพยายามประคอง“

นายกฤษณ์กล่าวถึงแนวนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีการแถลงนโยบายเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อว่าจะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นออกมาเพื่อช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งจุดที่สำคัญคือหลังจากกระตุ้นแล้ว มาตรการระยะกลางและยาวเพื่อต่อยอดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดคุ้มค่ากับเงินที่ใช้ไป และเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตซึ่งควรจะเป็นมาตรการเฉพาะจุด ไม่ใช่ในวงกว้างมาก ๆ

“เราไม่อยากให้มาตรการกระตุ้นเป็นแค่จุดพลุวูบเดียวก็หายไป แต่ต้องมี 2 มี 3 ต่อไปด้วยว่าจะต่อยอดไปอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดช่วยลดความไม่สมดุลที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่อย่างนั้นก็เป็นแค่จุดพลุแป๊บเดียวก็จบไป”