ยอดซื้อคอมพิวเตอร์พีซี เพิ่มสูงขึ้นในปี 2024 จากวงจรซื้อซ้ำ-เปลี่ยนเครื่องใหม่-อัพเกรดเทคโนโลยี AI Devices ค้าปลีกอ่านเกม Windows 12 ล่าช้ากว่ากำหนด อาจกระทบผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อ
วันที่ 6 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ภาพรวมของตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ในปัจจุบัน อยู่ในแนวโน้มเติบโต เนื่องจากอยู่ในวงจร “เปลี่ยนเครื่อง” หลังจากการซื้อคอมพิวเตอร์ครั้งใหญ่อยู่ในช่วงโควิด-19 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตระบบปฏิบัติการ Windows 10 มาเป็น Window 11 และชิปเซตรุ่นใหม่
ผ่านมา 3-4 ปี อายุและเทคโนโลยีใหม่ของเครื่องจึงถึงเวลาอัพเดต ทั้งในส่วนของคอมพิวเตอร์สำนักงาน และส่วนบุคคล ที่ตอนนี้เรื่องของ AI PC จะต้องเริ่มเข้ามาใช้งานและทดแทนคอมพิวเตอร์รุ่นเดิม ซึ่งผู้ผลิตหลายราย ต่างทยอยเปิดตัว AI PC ไปแล้วหลายราย
ก่อนหน้านี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รายงานถึงสถานการณ์ของพีซี ผ่านมุมมองของ “เลอโนโว” ซึ่งเป็นผู้ผลิตพีซีที่ใหญ่ที่สุด และจัดส่งเครื่องมากสุดในโลก ณ ปัจจุบัน ว่าในปี 2024 นี้ จะเป็นวงจร 3 ปี ที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนอุปกรณ์ ในปีนี้จะมาพร้อมกับความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ จึงเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดได้อย่างดี ดังนั้นองค์กรธุรกิจจะเริ่มมองหาการลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์ในสำนักงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน
“วรพจน์ ถาวรวรรณ” ผู้จัดการทั่วไป เลอโนโว ประจำประเทศไทย กล่าวว่า จากยอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้ กลุ่มคอนซูเมอร์กลับมาซื้อพีซีโต 7%
“ผมเรียกว่าวัฏจักรซื้อซ้ำ เกิดจากปัจจัยที่ว่าเครื่องต้องมีการรีเฟรชแล้ว เพราะเครื่องเมื่อ 3 ปีก่อนเป็นเทคโนโลยีเก่า ชิปประมวลผลที่ใช้เมื่อ 4 ปีก่อน ไม่รองรับ Windows 11 ยิ่งมีเอไอ Copilot มาด้วย ยิ่งเร่งให้เกิดการเปลี่ยนเครื่องเพื่อใช้งาน”
หากมองภาพรวมของทั่วโลก ก็นับว่าโค้งท้ายของปี 2024 นี้ “วัฎจักรซื้อซ้ำ” ของพีซี คงสดใส “การ์ตเนอร์” รายงานการจัดส่งพีซีทั่วโลกมีจํานวนรวม 60.6 ล้านเครื่องในไตรมาส 2/2024 เพิ่มขึ้น 1.9%
แต่รายงานก็ระบุด้วยว่าการเติบโตนี้ยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบเป็นรายปี แต่เป็นการค่อย ๆ เติบโตตามลําดับอย่างมั่นคง บ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในเส้นทางในการฟื้นตัว สินค้าพีซีที่คงคลัง หรือรุ่นเก่ากําลังกลับไปสู่ระดับเฉลี่ย
ค้าปลีกอ่านปัจจัยลบ
“ณัฎฐ์ ณัฐนิธิการัชต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) ค้าปลีกไอทีรายใหญ่ของไทย ได้พูดคุยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงปัจจัยเรื่องกำลังซื้อสินค้าของไทยในปี 2024 ว่าในภาพรวมอุปกรณ์ประเภทมือถือยังโดดเด่น รายรับรวมในปี 2023 โต 10% ขณะที่ในกลุ่มพีซียังทรง ๆ และกลุ่มคอมประกอบติดลบ 3% ในครึ่งปีแรก
“ปัจจัยกำลังซื้อในไตรมาส 3-4 จะกลับมาจากรอบของกรอบเวลาการเปลี่ยนเครื่อง และ AI Device ที่ต้องอัพเกรดอุปกรณ์ ส่วนภาวะเศรษฐกิจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่กระตุ้นกำลังซื้อ นโยบายอัดฉีดเงินไม่ได้ส่งผลกับตลาดไอทีโดยตรง แต่ถ้าไปส่งผลกับเศรษฐกิจในภาพรวมอื่นก็อาจหมุนกลับมาที่เราทางอ้อม กำลังซื้อสินค้าไอทีตอนนี้น่าจะได้ผลบวกมาจากเครื่องมือทางการเงินได้ง่ายมากขึ้น อย่างซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือ ใช้บัตรประชาชนใบเดียวผ่อนได้ ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจดี”
อีกเรื่องที่น่าจะกระทบกับการตัดสินใจ “เปลี่ยนเครื่อง” ที่รองรับกับเทคโนโลยีใหม่ สำหรับ AI PC คือความล่าช้าของ Windows 12
“ระบบปฏิบัติการ Windows 12 เลื่อนการเปิดตัว ไม่ออกมาสักที และอาจลากยาวไปถึงปีหน้า ส่งผลกระทบเยอะกับการตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องไปใช้เครื่องที่เป็น AI หลายคนเกรงว่าจะเป็นเหมือนตอนที่ Windows XP เปลี่ยนไป Vista ผลคือ คนต้องดาวน์เกรดเครื่องลงมาใช้ XP เหมือนเดิม ตอนนี้ต้องดูว่าจะส่งผลกับเครื่องรุ่นใหม่อย่างไร”
Windows 12 อาจลากยาวถึง 2025
การพัฒนาระบบปฏิบัติการ Windows (Win) รุ่นใหม่ ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะใช้ชื่ออะไร จะเป็น Windows 11 Update หรือ Windows 12 แต่ตามไทม์ไลน์ดั้งเดิมของการอัพเกรดวินโดวส์ครั้งใหญ่จะเกิดทุก 3 ปี เช่น Win7 ออกปี 2009 และ Win8 ออกมาในปี 2012
ส่วน Win10 ปล่อยออกมาในปี 2015 ซึ่งภายใน Microsoft มีการเปลี่ยนแปลง ยุบโปรเจ็กต์ Win9 แล้วใช้ Win10 ก่อนจะพัฒนาเวอร์ชั่นอัพเดตใหญ่ในปี 2021 เป็น Win11 หรือใช้เวลา 6 ปี และคาดว่า Win2 จะมาในปี 2024 แต่ปัจจุบันยังไม่มีรายงานเพิ่มเติม เนื่องจากหัวหน้าทีมพัฒนามีการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะได้เห็นตรา Win12 ในช่วงต้นปีแรกของปี 2025
แน่นอนว่าเนื่องจาก Windows 12 เป็นรุ่นที่คาดการณ์ตามไทม์ไลน์เดิม จึงไม่รู้ว่าข้อกําหนดของระบบใหม่จะเป็นอย่างไร หากพิจารณาข้อกําหนดระบบของ Windows 11 ต้องการให้พีซีที่ใช้ซีพียู Intel รุ่นที่ 8 หรือ AMD Ryzen 2000 series ขึ้นไป นอกจากนี้ยังต้องใช้ TPM และ RAM ขั้นต่ำ 4GB
ดังนั้น Windows 12 อาจต้องการสเป็กที่สูงขึ้น
และต้องไม่ลืมว่า ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ผสานกับฮาร์ดแวร์ในคอมพีซี อาจทำให้มีการเพิ่มคุณสมบัติบางอย่างของระบบปฏิบัติการ ที่เน้น AI ในกลุ่มพีซีรุ่นใหม่ ซึ่งมีหน่วยประมวลผลประสาท NPU ที่สามารถจัดการการประมวลผล AI บนอุปกรณ์ที่ใช้วินโดวส์ได้โดยเฉพาะ
ดังนั้นราคาของฮาร์ดแวร์และสเป็กขั้นต่ำของเครื่องที่จะรองรับวินโดวส์ใหม่ก็ยังเป็นเรื่องท้าทาย เพราะหากลงทุนเปลี่ยนเครื่องวันนี้ แต่ถ้า Win12 มา แล้วต้องการสเป็กสูงขึ้นก็คงทำให้คนเปลี่ยนเครื่องขัดใจไม่น้อย