แพทองธาร ชินวัตร
นายกฯแพทองธารแถลงครั้งแรก ลั่นทำงานแข่งกับเวลาทุกนาทีให้เกิดประโยชน์สูงสุด สานต่อนโยบายเศรษฐา กระตุ้นเศรษฐกิจทันที ประกาศอยู่ครบเทอม เพื่อส่งทุกนโยบายถึงประชาชน
วันที่ 7 กันยายน 2567 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ซึ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อเวลา 11.20 น. ใช้เวลาการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที โดยมีคณะรัฐมนตรีทั้งหมดยืนร่วมแถลงข่าว ขณะเดียวกัน นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี ก็ยังคงเดินทางมาให้กำลังใจด้วย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสแก่ตนและคณะรัฐมนตรี เนื่องในวโรกาสเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี พระองค์ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า “ขอให้พรด้วยความยินดี ให้คณะรัฐมนตรีมีกำลังใจ มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ถวายสัตย์ไปแล้ว เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชน นับเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจสูงสุดแก่ชีวิตของตนเองและคณะรัฐมนตรี เราจะพร้อมน้อมนำพระราชดำรัสมาปรับใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ“
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนและคณะรัฐมนตรีทุกคนพร้อมที่จะทำงานเพื่อประเทศอย่างเต็มที่ เราจะทำงานแข่งกับเวลา ทุกชั่วโมง ทุกวินาที ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราคือผู้แทนของประชาชนที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากทั่วพื้นที่ของคนทั้งประเทศ เรามาจากหลากหลายพรรคการเมือง แต่เราจะใช้ความหลากหลายนี้ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน เราจะใช้ความหลากหลายให้เป็นจุดแข็ง ให้รู้ปัญหาที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน และสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดและทันเวลา
“ดิฉันมั่นใจว่าจะสามารถสามารถประสานพลังของทุก ๆ คนให้มีพลังที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ และแน่นอนว่าดิฉันและคณะรัฐมนตรีจะทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างโอกาสให้พี่น้องคนไทยทุกคน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โอกาสคือสิ่งที่เราสามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ ตน คณะรัฐมนตรียืนยันว่าเราจะทำสิ่งนี้ให้เข้าถึงพี่น้องคนไทยอย่างเท่าเทียม วันนี้ตนเอง คณะรัฐมนตรี และข้าราชการ ข้าราชการทุกภาคส่วน พร้อมแล้วที่จะทำงานอย่างแน่วแน่ มั่นคง เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของพี่น้องประชาชน และในวันนี้ก็พร้อมที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ว่าพวกเราพร้อมจะทำงานเป็นทีมและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับประชาชนทุกคน เราจะไม่เริ่มพรุ่งนี้ แต่เราจะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้แถลงสรุปการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษวันนี้ว่า ในที่ประชุมได้แจ้งให้รัฐมนตรีทุกคนให้เตรียมชี้แจงตอบคำถามการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในประเด็นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งช่วยกันสื่อสารและขยายผลนโยบายในส่วนที่ตนเองเกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้าราชการและประชาชนเข้าใจในนโยบายของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น และส่วนใหญ่นโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภาก็ต่อเนื่องจากรัฐบาลเศรษฐา และได้มีการรับฟังความเห็นจากพรรคการเมืองทุกพรรค เพื่อนำมาปรับแก้ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกวันนี้ปัญหาของประเทศเป็นปัญหาเรื้อรัง และท้าทาย เรานำปัญหามาเปลี่ยนเป็นนโยบายเร่งด่วน และนโยบายระยะกลาง ระยะยาว สำหรับนโยบายเร่งด่วน เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ ช่วยเหลือ SMEs กระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ส่วนนโยบายระยะกลางและระยะยาวก็จะต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม การเสริมสร้างด้านการสร้างสรรค์ และ Soft Power โครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคม Aviation Hub ระบบสาธารณูปโภค และการพัฒนาคน ส่วนรายละเอียดขอให้รอฟังในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 12 และ 13 กันยายนนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นอกจากนี้ยังขอให้รัฐมนตรีทุกคนช่วยกันดำเนินการต่อเนื่องจากงานของนายกฯเศรษฐา โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว การดูแลสินค้าเกษตร การดูแลกลุ่มเปราะบาง การแก้ปัญหาน้ำท่วม และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และขอให้ทุกกระทรวงดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ในพิธีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบตลอดทั้งปี
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าจะประเมินระยะเวลาการทำงานของ ครม.ในระยะเวลาเท่าไหร่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า การวัดการประเมินต่าง ๆ เราต้องดูกันตลอด เพราะเราทำงานแข่งกับเวลา ส่วนนโยบายต่าง ๆ กระทรวงต่าง ๆ ขึ้นกับว่านโยบายนั้นคืออะไร ในใจคิดว่าจะต้องสรุปให้ประชาชนฟังใน 3 เดือนแรกแน่นอน แต่ตนขอนัดรัฐมนตรีมาคุยกันทุกสัปดาห์ สลับกันไป เพื่อปรึกษากัน ให้การทำงานเป็นไปอย่างใกล้ชิด ไม่อยากให้มอบหมายอะไรไปเราไม่สามารถตามได้ว่าอยู่ตรงไหน ซึ่งคิดว่าทุกคนมีความตั้งใจที่จะทำทุกนโยบายอยู่แล้วน่าจะเป็นส่วนช่วยให้เกิดผลงานได้เร็วขึ้น
เมื่อถามว่านโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภามีนโยบายอะไรที่ต่างจากรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน หรือไม่ และในสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน นิติสงครามมีเยอะจะสู้อย่างไร น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ทุก ๆ ท่านมีความตั้งใจอยู่แล้ว เรื่องกฎหมายต่าง ๆ เรามีทีมกฎหมาย แต่แน่นอนว่าทั้ง ครม.มีผู้มีประสบการณ์และรัฐมนตรีใหม่ เราก็ปรึกษากันและกันด้วย เพราะต้องช่วยตีความกฎหมายด้วย เพราะในบางเรื่องไม่สามารถตอบได้ด้วยขาวหรือดำ แต่ต้องดูทุกอย่าง ปรึกษาทุกหน่วยงานให้รอบคอบและรัดกุม
“อยากขอความร่วมมือ เราเองอยากทำงานให้ครบ 3 ปี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการทำงาน ซึ่งตอนนี้มีการเปลี่ยนนายกฯ และ ครม. เราพยายามจะตอกย้ำ และยืนยันว่านโยบายที่เคยปรึกษาพรรคร่วมรัฐบาลในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เราก็ยืนยันว่าค่อนข้างที่จะคล้ายเดิม และนโยบายครั้งนี้เราได้ปรึกษาพรรคร่วมรัฐบาลอีกเช่นกัน ต่อเนื่องจากนโยบายรัฐบาลเศรษฐา และเป็นความเห็นของรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลทุกท่าน ว่าจะปรับแก้ตรงไหนให้สอดคล้องกับปัจจุบัน และดำเนินนโยบายได้อย่างเต็มที่ แอบแง้มได้เลยว่านโยบายค่อนข้างเหมือนเดิม มีการปรับแก้ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันและจะสามารถทำนโยบายได้สำเร็จ” น.ส.แพทองธารกล่าวว่า

เมื่อถามว่าไม่กังวลเรื่องนักร้องที่จะร้องในหลายคดีตามมา น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “แค่สื่อมวลชนถามก็สงสารเราแล้วเนอะ ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีคดี พอมาถึงจุดนี้มีคดีก็พยายามจะรับมือให้ได้ดีที่สุด และจริง ๆ แล้วไม่อยากมีคดีเพราะลูกยังเล็กอยู่เลย”
เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าระบอบทักษิณกลับมาอีกแล้ว และมีคำปรามาสว่าไม่พ้นเงาทักษิณ ชินวัตร จะลบคำปรามาสอย่างไร น.ส.แพทองธารนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “จะไม่ตอบเรื่องท่านทักษิณแล้ว เพราะเราต้องเดินไปข้างหน้า วิสัยทัศน์ที่ดีไม่ว่ามาจากใครก็ตาม อายุเท่าไหร่ก็ตาม วิสัยทัศน์ที่ดีคือสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นขอตอบแค่นี้แล้วกันค่ะ”
เมื่อถามว่าโครงการดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท กันยายนนี้เริ่มได้ทันทีหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่าเรื่องไทม์ไลน์ให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ช่วยพูดในรายละเอียด แต่แน่นอนว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดขึ้นทันทีแน่นอน เพราะเป็นข้อแรกที่เราต้องเน้นย้ำและผลักดันต่อไป
น.ส.แพทองธารตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ถามว่าตอนนี้มีหลายประเทศมองว่ารัฐบาลใหม่มีทั้งความหวังและความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมือง จะสื่อสารไปยังประชาคมโลกถึงอนาคตของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างไร น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะเดินหน้าให้เป็นที่จดจำของโลก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม เป็นโชคร้ายของนายกฯเศรษฐา เราเข้าใจทุก ๆ อย่างเกิดอะไรขึ้น แต่เราจะพยายามทำทุกอย่างดีที่สุดเพื่อให้อยู่ครบเทอม เพื่อส่งต่อทุกนโยบายรัฐบาลไปถึงประชาชน
