เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

จีนดิ้นดึงการลงทุน อนุญาตต่างชาติเป็นเจ้าของโรงพยาบาล 100% ใน 9 พื้นที่

09 ก.ย. 2567 | 07:40น.
เศรษฐกิจจีน

เศรษฐกิจจีน

จีนพยายามดึงดูดการลงทุนเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ซบเซา ล่าสุดอนุญาตให้ต่างชาติเป็นเจ้าของโรงพยาบาลได้ 100% ใน 9 พื้นที่ จากเดิมที่โรงพยาบาลเป็นธุรกิจที่จีนไม่อนุญาตให้ต่างชาติเป็นเจ้าของเต็ม 100% 

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ทางการจีนประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2024 ว่า จะอนุญาตให้ต่างชาติสามารถจัดตั้งโรงพยาบาลที่ต่างชาติเป็นเจ้าของ 100% ได้ใน 9 พื้นที่ของประเทศ จากเดิมที่ธุรกิจโรงพยาบาลเป็นธุรกิจที่จีนไม่อนุญาตให้ต่างชาติเป็นเจ้าของเต็ม 100% ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเนื่องจากรัฐบาลจีนพยายามที่จะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้ได้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่กำลังซบเซา

เอกสารที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการของกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่า นโยบายใหม่นี้เป็นโครงการนำร่องที่ออกแบบมาเพื่อปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งปกครองประเทศจีนได้ให้ไว้ในการประชุมใหญ่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมที่จัดขึ้นทุก ๆ 5 ปี 

9 พื้นที่ในโครงการนำร่องที่จะอนุญาตให้ต่างชาติจัดตั้งโรงพยาบาลที่ต่างชาติเป็นเจ้าของได้ 100% ประกอบด้วย 8 พื้นที่ระดับเมือง/นคร กับอีก 1 มณฑล ได้แก่ ปักกิ่ง เทียนจิน เซี่ยงไฮ้ หนานจิง ซูโจว ฝูโจว กว่างโจว เสิ่นเจิ้น และมณฑลไหหลำ ซึ่งเป็นเมืองและมณฑลที่ค่อนข้างร่ำรวยในภาคตะวันออกและภาคใต้ของจีน

เอกสารของทางการจีนระบุว่า นโยบายใหม่นี้ไม่รวมโรงพยาบาลที่ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนจีน และ “การควบรวมและซื้อกิจการโรงพยาบาลของรัฐ” พร้อมบอกว่าจะแจ้งรายละเอียดเงื่อนไข ข้อกำหนด และขั้นตอนที่ชัดเจนในการจัดตั้งโรงพยาบาลที่ต่างชาติเป็นเจ้าของในเร็ว ๆ นี้

นอกจากนั้น นโยบายนี้ยังอนุญาตให้บริษัทที่มีต่างชาติถือหุ้นสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยียีนและเซลล์ต้นกำเนิดของมนุษย์สำหรับการรักษาและการวินิจฉัยโรคภายในเขตนำร่องการค้าเสรีในกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลกวางตุ้ง และมณฑลไหหลำ รวมถึงอนุญาตการจดทะเบียน การทำการตลาด และการผลิตผลิตภัณฑ์ที่สามารถซื้อขายได้ทั่วประเทศด้วย 

การยกเลิกข้อจำกัดการลงทุนจากต่างประเทศในสาขาเหล่านี้เกิดขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกกำลังเผชิญแรงลมต้านมากขึ้น ซึ่งความเชื่อมั่นของธุรกิจต่างชาติที่ลดน้อยถอยลงเป็นหนึ่งในปัญหาที่คุกคามการเติบโตของเศรษฐกิจจีน