Skip to content

Bain & Co. คาดมูลค่าตลาด AI โตพุ่งถึงเกือบ 1 ล้านล้านเหรียญในอีก 3 ปี

25 ก.ย. 2567 | 18:37น.
Bain & Co. คาดมูลค่าตลาด AI โตพุ่งถึงเกือบ 1 ล้านล้านเหรียญในอีก 3 ปี

เบนแอนด์โค (Bain & Co.) คาดมูลค่าตลาด AI จะเติบโต 40% ถึง 55% ต่อปี และจะถึง 990,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2027 จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเตือนด้วยว่าต้นทุนอาจเพิ่มขึ้นมาก และเสี่ยงที่อุปทานจะตึงตัว

วันที่ 25 กันยายน 2025 บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เบนแอนด์โค (Bain & Co.) บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจจากสหรัฐ เผยแพร่รายงานเทคโนโลยีประจำปี 2024 โดยระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และจะมีมูลค่าแตะ 990,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 32.4 ล้านล้านบาท) ในปี 2027 เนื่องจากการนำเทคโนโลยีเอไอมาใช้อย่างรวดเร็วส่งผลต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ

เบนแอนด์โคระบุในรายงานเทคโนโลยีว่า ตลาดบริการและฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์จะเติบโต 40% ถึง 55% ต่อปี จากที่มีมูลค่า 185,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 6 ล้านล้านบาท) ในปี 2023 ซึ่งจะนำไปสู่รายได้ 780,000 ล้านดอลลาร์  (ราว 25.5 ล้านล้านบาท) ถึง 990,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2027

การเติบโตนี้จะถูกขับเคลื่อนโดยระบบ AI ที่ใหญ่ขึ้น และศูนย์ข้อมูล (data center) ขนาดใหญ่สำหรับใช้เทรนและรันระบบ AI จากความพยายามของทั้งภาครัฐและเอกชนในการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของตน

ทั้งนี้ เบนแอนด์โค เตือนว่า อุปสงค์ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ ตึงตัว ผนวกกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และยอดขายที่เพิ่มขึ้น อาจกระตุ้นให้เกิดการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและสมาร์ตโฟนได้

รายงานระบุอีกว่า อุปสงค์ชิ้นส่วนที่ใช้ผลิตชิปต้นน้ำ เช่น วงจรรวม (Integrated Circuit) และทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องอาจเพิ่มขึ้น 30% ภายในปี 2026 ต้นทุนของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่อาจพุ่งขึ้นจาก 1,000 ถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 10,000 ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นจาก 50-200 เมกะวัตต์เป็นมากกว่า 1 กิกะวัตต์ ซึ่งเบนแอนด์โคกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบนิเวศที่รองรับศูนย์ข้อมูล

หลายบริษัทกำลังข้ามผ่านช่วงการทดลอง และเริ่มขยายการใช้ Gen AI ในระบบปฏิบัติการของตน โมเดลภาษาขนาดเล็ก (SLM) ซึ่งใกล้เคียงกันกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เบื้องหลังแชตบอทแชตจีพีที (ChatGPT) ของโอเพนเอไอ (OpenAI) แต่มีน้ำหนักเบากว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่า อาจได้รับความนิยมมากขึ้น ท่ามกลางข้อกังวลต่อต้นทุนและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (data privacy)

รัฐบาลหลายประเทศ อย่างเช่นแคนาดา ฝรั่งเศส อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่ออธิปไตยปัญญาประดิษฐ์ (sovereign AI) หรือปัญญาประดิษฐ์แบบพึ่งพาตนเองของประเทศนั้น ๆ โดยการลงทุนในโครงสร้างการประมวลผลของประเทศ ด้วยโมเดลเอไอที่สร้างขึ้นด้วยข้อมูลและภาษาในประเทศของตัวเอง ซึ่งต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายที่สูงอย่างมาก