เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ถือศีลกินผัก ภูเก็ต วิถีศรัทธาแห่งชุมชน สู่เทศกาลที่ทั่วโลกต้องมาสัมผัส

26 ก.ย. 2567 | 09:57น.
ถือศีลกินผัก ภูเก็ต

ถือศีลกินผัก ภูเก็ต

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับ “ประเพณีถือศีลกินผัก” ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ไฮไลต์ประจำปีของเมืองภูเก็ต หนึ่งในประเพณีสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของเมืองภูเก็ตได้เป็นอย่างดี ซึ่งได้รับประกาศจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ขึ้นบัญชี “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ 2561 ด้านการปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล”

จากเมืองเล็ก ๆ ที่หลอมรวมผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่พัก โรงแรม รีสอร์ต โครงสร้างพื้นฐาน และระบบคมนาคมซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนต่าง ๆ พร้อมรองรับผู้เข้าร่วมงาน หรือนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นเมืองเทศกาลของภูเก็ต สู่การเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก

ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ถือว่าเป็นหนึ่งในมนต์เสน่ห์แห่งภูเก็ต ซึ่งผสานความแตกต่างไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แต่เมืองภูเก็ตก็สะท้อนแก่นแท้ความเป็นไทยในภาพรวมได้อย่างลุ่มลึก เพราะคอนเซ็ปต์ของความเป็นไทยคงไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากการหลอมรวมความแตกต่างหลากหลายของผู้คนและวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน และเมืองภูเก็ตเองก็ผนวกความเป็นพหุวัฒนธรรมในพื้นถิ่นและนำเสนอออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

ถือศีลกินผัก ภูเก็ต

ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมไทยแบบศาสนาพุทธ หรือวัฒนธรรมชาวมลายูแบบมุสลิม ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีบทบาทสำคัญ ในสังคม ทั้งวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมแบบชิโน-ยูโรเปียน หนึ่งในเอกลักษณ์ของภูเก็ต ซึ่งผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมจีน มาเลเซีย และอิทธิพลทางยุโรปจากโปรตุเกส ดัตช์ และอังกฤษ ที่สามารถพบเห็นได้ตามย่านเมืองเก่า

โดยเฉพาะยิ่งวัฒนธรรมของชาวจีนฮกเกี้ยน ซึ่งได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในภูเก็ตมากขึ้น ณ ช่วงที่ทางการส่งเสริมให้ทำเหมืองแร่ดีบุก ชาวจีนฮกเกี้ยนจึงถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ส่งผลให้สถานะทางเศรษฐกิจของเมืองภูเก็ตรุ่งเรืองขึ้นจนเป็นหัวเมืองใหญ่แห่งหนึ่งในภูมิภาค

ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ เมืองภูเก็ตจึงกลายเป็นเมืองเทศกาลระดับโลก ซึ่งโอบรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านการจัดงาน ประเพณีต่าง ๆ ตลอดทั้งปี อาทิ ประเพณีลอยเรือ งานแข่งขันเรือใบ เทศกาลอาหารทะเล ลอยกระทง เทศกาลผ้อต่อ และไฮไลต์สำคัญของทุกปีที่หลายคนรอคอย คือ ประเพณีถือศีลกินผัก

ถือศีลกินผัก ภูเก็ต

ถือศีลกินผัก พิธีกรรม ความศรัทธา

ประเพณีถือศีลกินผัก ช่วงแห่งการรักษากายใจให้บริสุทธิ์ ผ่านพิธีกรรมและความศรัทธา เป็นประเพณีความเชื่อที่ถูกถ่ายทอดมาจากชาวจีนฮกเกี้ยน ซึ่งมีการจัดขึ้นทุกปี โดยมีวิถีปฏิบัติทั่วไป คือ งดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ งดสิ่งอบายมุข และถือศีลเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน

ประเพณีถือศีลกินผักของภูเก็ตมีความคล้ายคลึงกับการกินเจของที่อื่นอยู่บ้าง แต่ทว่า มีความแตกต่างกับที่อื่นอยู่มากเช่นกัน นับตั้งแต่ประวัติที่มา ซึ่งนำเข้ามาจากคณะงิ้วเมืองจีน และต่อมาได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้พิธีปฏิบัติต่าง ๆ นั้นมีเอกลักษณ์ของตนเองที่ไม่เหมือนใครในหลายด้าน อาทิ

การสักการะและขบวนแห่

ผู้ศรัทธาจะเข้าร่วมขบวนแห่และสักการะเทพเจ้าที่ศาลเจ้าต่าง ๆ โดยมี “ม้าทรง” ซึ่งเชื่อว่าในขณะพิธีนั้นมีเทพเจ้าประทับร่างอยู่ โดยมีพิธีกรรมเกี่ยวกับการทรมานร่างกาย ด้วยการทิ่มแทง ของแหลมคมเข้าที่แก้มหรือส่วนอื่น ๆ, การเดินบนถ่านไฟ, ไต่บันไดมีด ฯลฯ

ทั้งหมดเป็นความเชื่อเกี่ยวกับการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่อาจส่งผลต่อผู้คนหรือชุมชน และเชื่อว่าผู้ที่ประกอบพิธีกรรมนี้ ได้รับเคราะห์ร้ายต่าง ๆ ไว้แทนคนทั้งเมืองแล้ว สิ่งนี้นับว่าเป็นจุดเด่นที่ไม่ค่อยพบเห็นได้จากที่อื่นของโลก

ถือศีลกินผัก ภูเก็ต

ศาลเจ้าในท้องถิ่น

ศาลเจ้า หรือ “อ๊าม” ที่ภูเก็ตมีบทบาทสำคัญในการจัดงานเทศกาล โดยเฉพาะศาลเจ้าเก่าแก่ หลายแห่ง เช่น ศาลเจ้ากะทู้ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย และศาลเจ้าบางเหนียว เป็นต้น โดยศาลเจ้าแต่ละแห่งนั้น มีประวัติศาสตร์และความสำคัญต่อชุมชนชาวจีนในภูเก็ตมายาวนาน และถึงแม้ใจความสำคัญ ของการประกอบ พิธีกรรมจะไปในทำนองเดียวกัน แต่รายละเอียดในประเพณีของแต่ละศาลเจ้านั้นมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ซึ่งเป็นสีสันแห่งการประกอบพิธีและเป็นมนต์เสน่ห์ของเทศกาลถือศีลกินผักในภูเก็ต

อาหารเจแบบภูเก็ต

นอกจากอาหารเจที่พบได้โดยทั่วไปแล้ว อาหารเจในภูเก็ตยังมีการผสมผสานวัฒนธรรมการกินแบบจีนฮกเกี้ยน อาหารไทย และอาหารท้องถิ่นมลายู เช่น ห่อหมกเจ หลนเต้าเจี้ยวเจ โอวต้าวเจ หมี่หุ้นแกงปูเจ โลบะเจ แกงไตปลาเจ แกงเหลืองเจ ผัดสะตอเจ ยำส้มโอเจ ฯลฯ ทำให้ตลาดอาหารเจ ในภูเก็ตมีความหลากหลายกว่าที่อื่น ๆ

ถือศีลกินผัก ภูเก็ต

ประเพณีถือศีลกินผักของภูเก็ตจึงไม่ใช่แค่การยึดถือปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามข้อห้ามในเทศกาลเจ หากแต่ยังแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรม อันสะท้อนถึงรากฐานทางประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ของผู้คนและชุมชนต่าง ๆ ซึ่งผนวกอดีตที่ยาวนานกับความเป็นอยู่ในปัจจุบัน ผ่านเทศกาลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และไม่เหมือนที่อื่นใดในโลก

ด้วยพลวัตทางความเชื่อที่ต่อยอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จากลมหายใจหนึ่งสู่อีกลมหายใจหนึ่ง กระทั่งปัจจุบันที่การเข้ามาของต่างชาติ ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมไม่มากก็น้อย แต่ประเพณีทั้งหมดที่ยังดำเนินอยู่ทุกปีเช่นนี้ คือลมหายใจเข้าออกผ่านชีพจรเดียวกันของชาวภูเก็ต

ทั้งความเชื่อ พิธีกรรม วัตรปฏิบัติ เหล่านี้คงไม่มีความสำคัญหากปราศจากผู้คนที่ยังยึดถือและเคารพต่อแรงศรัทธา ทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ยังคงจัดขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยมีชาวภูเก็ตทุกภาคส่วนผนึกกำลังร่วมใจกันเนรมิตความสอดประสาน กันทางวัฒนธรรม ผ่านเทศกาลถือศีลกินผักในทุกวันนี้

ร่วมสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2567 ได้ระหว่างวันที่ 3-11 ตุลาคม 2567

 

ถือศีลกินผัก ภูเก็ต