SCB ลุยโปรเจ็กต์ “UDP” ยกเครื่อง AI ให้บริการลูกค้า คาดช่วยลดต้นทุน 40-50%
ธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้ายกระดับให้บริการลูกค้า จับมือ Databricks พัฒนาระบบ AI ภายใต้ “UDP” โครงสร้างพื้นฐานรุ่นใหม่ของธนาคารต่อ ยอดบริการ 6 ด้าน ช่วยลดต้นทุนจัดการข้อมูล 40-50% พร้อมลุยแผนปรับ “Core Banking“ หนุนรายได้ช่องทางดิจิทัลตามเป้า 25% ภายในปี’68 จากปีนี้จบ 14%
วันที่ 26 กันยายน 2567 นายชาลี อัศวธีระธรรม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Digital Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้เดินหน้าในการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการพัฒนาการบริการลูกค้า รวมถึงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งธนาคารนำ AI มาใช้ใน 6 ด้านสำคัญได้แก่
1.การอนุมัติสินเชื่อ (Under Writing) ช่วยลดขั้นตอนและลดกระดาษ และยังช่วยเหลือของการเสนอสินเชื่อให้ลูกค้า ซึ่งจากเดิมจะมีแค่ Yes และ No แต่ปัจจุบันสามารถเสนอคนที่เดิมอาจจะถูกปฏิเสธสินเชื่อ (Reject) ให้กลับเข้ามาผ่านการนำเสนออัตราดแกเบี้ยตามความเสี่ยงได้
2.การติดตามทวงถามหนี้ (Collection) ภายหลังจากการปล่อยสินเชื่อจะต้องมีการติดตามหนี้ ซึ่ง AI จะเข้ามาช่วยให้ระบบมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีผลต่อต้นทุนทางการเงิน (Credit Cost) ที่ปรับลดลงราว 20-30% และ 3.การป้องกันการทุจริต (Fraud Detection) ทั้งในฝั่งของธนาคารเอง เช่น การสร้างธุรกรรมที่ผิดปกติ หรือป้องกันการทุจริตในฝั่งของลูกค้า เป็นต้น
4.การต่อยอดขายผลิตภัณฑ์ (Cross Selling) ทำให้ธนาคารสามารถให้บริการหรือสินค้าที่ตรงกับความต้องการลูกค้ามากขึ้น ส่งผลให้อัตราการขายสำเร็จเพิ่มขึ้น 5.ด้านการลงทุน (Consumer Wealth) ช่วยแนะนำการลงทุนได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ และ 6.การให้บริการ (Service) ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปสาขาหรือลดการโทร.หา Call Center ได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธนาคารจะนำ AI มาใช้ในการให้บริการและการทำงานของธนาคารพอสมควรแล้ว แต่เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่จำนวนมหาศาล และการเก็บกระจัดกระจาย ทำให้การหยิบใช้ข้อมูลทำได้ยากและไม่ทันที (Realtime) ดังนั้น ล่าสุด ธนาคารได้ร่วมมือกับ Databricks ผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการข้อมูล ภายใต้โครงการ “UDP” หรือ User Datagram Protocol เพื่อจัดเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์ และการใช้ข้อมูลที่ดีขึ้น ช่วยลดเวลาในการค้นหาหรือหยิบใช้ข้อมูลภายใต้ข้อมูลที่สดใหม่
“โปรเจ็กต์ UDP จะเป็น Data Infrastructure รุ่นใหม่ของธนาคาร เพราะในอดีตข้อมูลที่มีเยอะและกระจัดกระจาย ซึ่งไม่รู้จะหยิบตรงไหนมาใช้ ซึ่ง UDP จะมาช่วยใน 3 ส่วนสำคัญ คือ 1.Speed ความเร็ว จากเดิมข้อมูลจะดีเลย์ไป 3 วันทำการ ตอนนี้จะมีข้อมูล Realtime 2.ช่วยลดต้นทุน ซึ่งจากการลงทุนจะช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการข้อมูลไปได้ถึง 40-50%
และ 3.ด้านความปลอดภัย จะมีระบบการเข้าถึงข้อมูล โดยทั้วหมดจะมาช่วยเสริมบริการใน 6 ด้านสำคัญของเรา และในอนาคต AI ยังสามารถทำอะไรได้อีก เช่น การ Offer บริการแบบรายบุคคล เป็นเรื่องของ Fin for You ที่จะอยู่บนหน้าจอบนแอปพลิเคชั่น“
นอกจากนี้ ธนาคารยังเดินหน้าในการยกระดับระบบ Core Banking ของธนาคารควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data โดยการยกระดับ Core Banking อยู่ในแผนดำเนินการ 4 ปี ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการตลอด 24 ชั่วโมง ภายใน 7 วันทำการ จากเดิมที่ระบบจะหยุดให้บริการในช่วง 00.00-03.00 น. และในอนาคตเชื่อมต่อระบบข้อมูลได้แบบ Realtime และมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
นายชาลี กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้การนำ AI มาใช้ในการให้บริการ ธนาคารคาดว่าภายในปี 2567 สัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมที่มาจากดิจิทัลจะอยู่ที่ 14% เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่อยู่กว่า 7% และภายในปี 2568 จะมีสัดส่วนรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ระดับ 25% หรือราว 4 หมื่นล้านบาท ตามกลยุทธ์ Digital Bank with Human Touch