ผู้เชี่ยวชาญในงาน SX2024 ชี้ ตลาดแรงงานไทยต้องการผู้ประกอบการด้านความยั่งยืน
SX2024 ผู้เชี่ยวชาญจากตลาดหลักทรัพย์ฯ-พีทีที โกลบอล เคมิคอล-ไทยวา-เอไอเอส ชี้ว่า ตลาดแรงงานไทยกำลังต้องการบุคลากรและผู้ประกอบการที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญในด้านความยั่งยืน (ESG) เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
วันที่ 29 กันยายน 2567 ศุภกร เอกชัยไพบูลย์ รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาบริการด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา “เรื่องราวของคนตัวเล็ก… สู่อาชีพตลาดความยั่งยืนในตลาดทุนไทย” ว่า ปัจจุบัน ความยั่งยืน หรือ ESG (Environmental, Social, Governance) ได้กลายมาเป็นกลยุทธ์หลักที่จำเป็นต่อความอยู่รอดและการเติบโตขององค์กร
ธุรกิจไม่สามารถพึ่งพาแค่ผลกำไรในการอยู่รอดระยะยาวอีกต่อไป ขณะเดียวกัน กฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมยังมีผลบังคับใช้มากขึ้น ทำให้องค์กรต้องแสวงหาผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง

ชนฉัตร ตันตระกูล ผู้ชำนาญการด้านการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) กล่าวว่า ตำแหน่งงานด้านความยั่งยืนจะมีความสำคัญมากขึ้น และเป็นที่ต้องการขององค์กร
เปรียบเสมือนเป็น “Gold Collar” หรือพนักงานอีกกลุ่มหนึ่งนอกเหนือจาก “White Collar” และ “Blue Collar” โดยทักษะสำคัญของผู้ประกอบอาชีพด้านความยั่งยืนคือความสามารถในการปรับตัวและความคล่องตัว (Agility) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

นิราวัฒน์ นารอด นักวิเคราะห์กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล กล่าวว่า ในอดีตงานความยั่งยืนเน้นที่การทำรายงานเป็นหลัก แต่ปัจจุบันงานด้านนี้ได้เชื่อมโยงกับธุรกิจมากขึ้น เช่น การออกแบบกลยุทธ์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มยอดขายผ่านแนวคิดความยั่งยืน ซึ่งเป็นความท้าทายที่ทำให้เกิดความต้องการผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้อย่างเร่งด่วน
“เราหาคนที่มีความรู้เรื่องความยั่งยืนขององค์กรยากเหมือนกัน เป็นตำแหน่งงานที่ยังขาดแคลน แต่กล้าการันตีว่ามีผลตอบแทนที่แข่งขันได้” นิราวัฒน์กล่าว
งานด้านความยั่งยืนสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่
1. กลยุทธ์ความยั่งยืน เน้นการวิเคราะห์และคิดค้นกลยุทธ์ที่สร้างสรรค์เพื่อองค์กร
2. การรายงานและการเปรียบเทียบ (benchmarking) เน้นความเข้าใจในมาตรฐานการจัดทำรายงานความยั่งยืน
3. กลุ่ม implementation คือพนักงานที่อยู่หน้างาน หรือเจ้าหน้าที่ในแผนกต่าง ๆ เช่น เจ้าหน้าที่ด้านซีเอสอาร์
“Human Skill” คือทักษะที่คนทั้งสามกลุ่มนี้จำเป็นต้องมี เพราะงานด้านความยั่งยืน ไม่ว่าจะเรื่อง decarbonization พลังงานหมุนเวียน เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบภายใน จำเป็นต้องอาศัยการประสานงาน ทักษะเฉพาะตัว และการสร้างเครือข่ายกับผู้มีส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร
สสินี ปานสายลม หัวหน้าหน่วยงานความยั่งยืน บมจ.ไทยวา กล่าวว่านอกจาก Hard Skill หรือทักษะความรู้ทางเทคนิค เช่น มาตรฐานการรายงาน การทำงานต่าง ๆ ซอฟต์สกิล เช่น การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน เป็นทักษะที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสำหรับคนทำงานด้านความยั่งยืน
เนื่องจากการทำงานด้านความยั่งยืนไม่สามารถประสบความสำเร็จได้โดยปราศจากความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร ยกตัวอย่าง บริษัทไทยวา เราจะมีทีมฟาร์มที่อยู่ใกล้ชิดกับเกษตรกรมากที่สุด ทีม Sustainability ก็อาจจะต้องไปสื่อสารกับทีมฟาร์มว่าเราอยากจะเห็นภาพความยั่งยืนคืออะไร

แต่เราก็ต้องรับฟังเค้าด้วยว่าความยั่งยืนของฝั่งฟาร์ม เค้ามองเห็นยังไง แล้วการที่จะส่งต่อไปถึงให้มันเป็นแรงกระเพื่อมส่งไปถึงเกษตรกรได้ เราจะต้องทำอะไรบ้าง มันจะเป็นเรื่องของการสื่อสาร แล้วก็มาช่วยกันคิดหาโซลูชันที่ดีที่สุด
ชนฉัตร จาก AIS กล่าวเสริมว่างานความยั่งยืนที่ทำถือว่าตอบโจทย์ทั้งงาน ตอบโจทย์ทั้งใจ เพราะนอกจากจะมาสานต่อความฝันที่อยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์แล้ว ยังเป็นงานที่สามารถช่วยทั้งธุรกิจ ชุมชนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วย
“เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน” ที่จะมาร่วมกันเปลี่ยนโลกใบนี้ให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนผ่านกิจกรรมมากมาย และไอเดียสุดเจ๋งด้านความยั่งยืนกับวิทยากรชื่อดัง ศิลปิน ตื่นเต้นไปกับสุดยอดนวัตกรรมกอบกู้โลกให้คุณได้เรียนรู้ และพร้อมปรับตัว เพื่อความอยู่รอดในวิถีชีวิตประจำวันยุคโลกเดือดได้อย่างมีความสมดุล
Sustainability Expo (SX2024) ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และแอดไลน์ @sxofficial เตรียมพบกับมุมมองดีๆ และต้นแบบสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างยั่งยืน ตลอดจนร่วมกิจกรรมมากมายเพื่อโลก
#SX2024 #SustainabilityExpo #สมดุลที่ดีเพื่อโลกที่ดีกว่า