ธปท.รับเข้าดูแลบาทผันผวนแรง-แข็งค่าเร็ว หนุนทุนสำรองเพิ่ม ชี้ไทยเจอปัจจัยเฉพาะ
ธปท.รับแทรกแซงค่าเงินบาทช่วงผันผวน-แข็งค่าเร็ว จากปัจจัยภายนอก-ปัจจัยภายใน หนุนทุนสำรองเพิ่มขึ้น ชี้ยังแข็งค่าน้อยกว่าริงกิต-มาเลเซียที่แข็งค่า 11% ย้ำยังไม่กระทบปริมาณการส่งออก แต่อาจจะกระทบรายได้บางธุรกิจลดลง ส่วนภาคท่องเที่ยว เชื่อไม่กระทบนักท่องเที่ยวระยะยาว
วันที่ 30 กันยายน 2567 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แนวโน้มเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าค่อนข้างเร็วในเดือนสิงหาคม-กันยายน จะเห็นว่ามาจากหลายปัจจัย ทั้งในส่วนของค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ลดดอกเบี้ยลง 0.50% และจากรายงาน Dot Pot สะท้อนขาลงของดอกเบี้ยชัดเจน
นอกจากนี้ มีปัจจัยค่าเงินเยน-ญี่ปุ่นแข็งค่าจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะมีการปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้น เช่นเดียวกับเงินหยวน-จีนที่แข็งค่าตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลต่อบรรยากาศ (Sentiment) ทิศทางเศรษฐกิจดีขึ้น ขณะเดียวกัน ไทยเจอปัจจัยเฉพาะภายในทั้งในเรื่องของการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นปรับดีขึ้น รวมถึงปัจจัยราคาทองคำ ดังนั้น ส่งผลให้เงินหยวน เงินเยน และเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นนำในกลุ่มภูมิภาค อย่างไรก็ดี เงินบาทยังแข็งค่าอยู่ในอันดับ 2 และ 3 ซึ่งเงินริงกิต-มาเลเซีย แข็งค่าถึง 11% สูงกว่าไทย

อย่างไรก็ดี ธปท.ได้เข้าไปดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบหรือลดผลกระทบที่เกิดขึ้น เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าเงิน ถือเป็นเสถียรภาพด้านราคาอย่างหนึ่ง ดังนั้น ธปท.จะเข้าไปดูทั้งในส่วนของดีมานด์และซัพพลาย ทั้งด้านราคาและปริมาณธุรกรรมไม่ให้ผันผวนเกินไป ซึ่งไม่เฉพาะเพียงด้านภาคท่องเที่ยว แต่ยังรวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ด้วย
โดยจะเห็นว่าในแง่ของภาคการส่งออก ในส่วนของความสามารถของปริมาณการส่งออกจากสถิติไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท แต่จะขึ้นอยู่กับอุปสงค์ของคู่ค้ามากกว่า ขณะที่รายได้ยอมรับว่าผลกระทบขึ้นกับประเภทธุรกิจ เช่น หากส่งออกมีนำเข้าด้วย อาจจะกระทบน้อยกว่าที่มีธุรกรรมส่งออกเพียงอย่างเดียว เพราะแลกเงินได้น้อยลง อย่างไรก็ดี ธปท.คงไม่ได้มีมาตรการเพิ่มเติม โดยที่ผ่านมามีมาตรการเชิงโครงสร้างดูเงินไหลเข้าและเงินไหลออกของเงินทุนเคลื่อนย้าย เพื่อให้มีความสมดุลและยังคงเดินตามแผน
“เราติดตามใกล้ชิดในช่วงผันผวนแรง เพื่อลดผลกระทบ ซึ่งสะท้อนว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ หรือ Reserves ที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจาก Valuation ของดอลลาร์ปรับเพิ่มขึ้นด้วย แต่ต้องยอมรับว่าเงินบาทแข็งค่าไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก และจะไม่กระทบไม่ได้ ซึ่งเราดูภาพรวมต่าง ๆ ในแง่ท่องเที่ยวอาจจะไม่กระทบนักท่องเที่ยวที่อยู่ยาว เพราะจองไว้ก่อนหน้า แต่อาจจะปรับลดค่าใช้จ่ายลง ซึ่งหากดูนักท่องเที่ยวมาเลเซียและจีน ดูเทรนด์ค่าเงินไม่ได้แพงกว่าเขา ซึ่งอาจต้องดูว่านักท่องเที่ยวแบบไหน และที่สำคัญในไตรมาสที่ 4/67 เป็นช่วงฤดูกาลเงินบาทแข็งค่า เพราะท่องเที่ยวและส่งออกเยอะ“