Skip to content

ผู้แทน UNDP ย้ำ มนุษย์จะอยู่หรือตายขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงสีเขียว 3 ข้อ

30 ก.ย. 2567 | 18:24น.
ผู้แทน UNDP ย้ำ มนุษย์จะอยู่หรือตายขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงสีเขียว 3 ข้อ

ESG Symposium 2024 ผู้แทน UNDP ย้ำ มนุษย์จะอยู่หรือตายขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงสีเขียว 3 ข้อ วัดสิ่งที่มีค่า-คำมั่นสัญญา-การเงินจากภาคเอกชน

วันที่ 30 กันยายน นีฟ คอลิเออร์-สมิธ (Niamh Collier-Smith) ผู้แทน UNDP ประจำประเทศไทย บรรยายพิเศษในงาน ESG Symposium 2024 หัวข้อ Global Perspective on Green Transition ว่า UNDP ได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ พบว่า 80% ของคนที่ตอบแบบสอบถามมีความต้องการให้ประเทศตัวเองตระหนักเรื่องสภาพภูมิอากาศให้มากกว่านี้ และ 86% ของคนทั่วโลกต้องการให้ร่วมกันแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ UNDP

ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสีเขียว ผ่าน 3 เรื่อง วัดสิ่งที่มีความหมายและความสำคัญ (Measuring What Matters) นีฟเล่าว่า มนุษยชาติจำเป็นจะต้องเปลี่ยนจากการเป็นสังคมที่ให้ค่ากับสิ่งที่วัดค่าได้ เป็นสังคมที่วัดสิ่งที่ให้ค่า ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมามีน้อยคนมากที่ตระหนักถึงปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งในสมัยก่อนนั้นใช้ GDP เป็นดัชนีในการวัดความก้าวหน้าเพียงอย่างเดียว

จึงได้มีการปรับเปลี่ยนและหารือ จนกลายเป็นดัชนีวัดค่าความก้าวหน้าของมนุษย์ มีการเพิ่มอายุขัย เพิ่มปีการศึกษา ปรากฏเป็นภาพความก้าวหน้าที่เปลี่ยนแปลงไป เปิดโอกาสให้กับการมีชีวิตที่ดีแก่ทุกคนในสังคม

แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากขาดเรื่องสิ่งแวดล้อมไป จึงได้เปลี่ยนมาเป็น HDI มีการวัดค่าคาร์บอนต่อหัว และ Matherial Footprint ปรากฏว่า กว่า 50 ประเทศหายไปจากกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนามนุษย์ในระดับสูงมาก

“ปัจจุบันยังไม่มีประเทศใดในโลกที่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับสูงโดยไม่สร้างแรงกดดันให้กับโลก ส่งผลให้ทุกประเทศต้องเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม“ นีฟกล่าวย้ำ

นีฟ คอลิเออร์-สมิธ

การมีคำมั่นสัญญาที่หาญกล้า (Ambitious Climate Pledges) ทุกประเทศจำเป็นต้องมีความกล้าหาญ ด้วยการใช้เครื่องมือ การมีส่วนร่วมในประเทศกำหนด หรือ Nationality Determined Contributions (NDCs) เป็นตัวกำหนดเส้นทางการดำเนินงานในแต่ละประเทศด้านสภาพภูมิอากาศ และสามารถเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจได้

นีฟเน้นย้ำว่า ช่วงเวลาเหล่านี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่ามนุษจะอยู่หรือตาย ดังที่กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCC) ได้กล่าวไว้ว่า การจัดตั้งคำมั่นสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Promises) เป็นเอกสารด้านนโยบายที่มีความสำคัญมากที่สุดที่ทำขึ้นในศตวรรษนี้

เป็นตัวขับเคลื่อน NDCs ผ่านการสนับสนุนของ UN ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะมีการแบ่งแยกน้อยลง มีความกล้าหาญมากขึ้น สามารถสร้างเศรษฐกิจ สร้างงาน เชื่อมต่อเงินลงทุนหลายพันล้านเข้ากับพลังงานสะอาด ให้ความสำคัญกับเพศสภาพ และคำนึงถึงเยาวชนด้วย

การจัดการด้านการเงินจากภาคเอกชน (Aligning Private Finance) เนื่องจากการลงทุนทุกอย่างต้องใช้เงิน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่การประชุม COP29 ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้า จะมีการผลักดันให้เกิดความร่วมมือ สนับสนุนด้านการเงิน เป้าหมายร่วมใหม่ที่สามารถวัดปริมาณได้ (New Collective Quantified Goal)

นีฟ คอลิเออร์-สมิธ

ที่ผ่านมามีการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ แต่ปัญหาคือการลงทุนส่วนใหญ่ยังคงไหลไปถึงเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงทำให้มนุษยชาติยังก้าวไปไม่ถึงไหน

“ผลกระทบจากโควิด-19 ไม่อาจเทียบได้กับผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ควบคุมไม่ได้ นี่จึงเป็นเวลาที่ธุรกิจทุกประเภทจะต้องลงมือทำเรื่องการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และหยุดลงทุนในภาคพลังงานเก่า“

จึงได้มีการจัดตั้งการจัดหาเงินทุนของประเทศแบบบูรณาการ (INFF) ทั่ว 86 ประเทศ โดยมีเงื่อนไขในการพิจารณาว่าจะนำเงินทุนนี้ไปจุดประกายสร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านระบบนิเวศจัดหาเงินทุนพื้นฐานของประเทศ ผ่านเครื่องมือ 3 ชิ้น ได้แก่ แผนที่นักลงทุน (SDG Investor Map) ช่วยเชื่อมบริษัทต่าง ๆ กับการลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศ, คู่มือเอสดีจีเพื่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SDG Guidebook) ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ และ Biodiversity Finance Initiative เป็นวิธีการจัดหาเงินทุนแบบใหม่ เช่น ตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น

นีฟ คอลิเออร์-สมิธ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

UNDP