เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
Finance ‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
‘ยิบอินซอย’ เดินหน้าปั้นดีลิเวอรี่หนุนธุรกิจเกษตรครบลูป
Business ‘ยิบอินซอย’ เดินหน้าปั้นดีลิเวอรี่หนุนธุรกิจเกษตรครบลูป
เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
Economic เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
Economic เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
Economic เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
Economic ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
“วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
Economic “วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
Columns ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
กรรมของผี
คุยกับเอกราช กรรมของผี
ดูทั้งหมด

ทีทีบี จับตาเศรษฐกิจจีนสะอึก ทำโลกไทยกระอัก คาดจีดีพีไทยปีหน้าโตได้ 3%

01 ต.ค. 2567 | 17:15น.

ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีทีบี ประเมินเศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด คาดปี’68 ฟื้นตัวดีขึ้นขยายตัวได้ 3% ชี้การลงทุนเอกชนปรับดีขึ้น ตามการบริโภค-ใช้จ่ายภาครัฐ เผยท่องเที่ยวกลับมาได้ 38 ล้านคน จับตาเศรษฐกิจจีนสะอึก ทำให้เศรษฐกิจโลก-ไทยกระอัก แนะผู้กำกับเข้าไปดูแลนโยบายการค้าระหว่างประเทศ หลังไทยขาดดุลการค้าต่อเนื่อง

วันที่ 1 ตุลาคม 2567 นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่มงาน Data และ Analytics ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีทีบี กล่าวในสัมมนา “ttb Global Trade & FX Forum The Future of Asia : Economic Trends and Trade Challenges for Thailand” ภายใต้หัวข้อ “Global & Thailand Economic Outlook 2025″ ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวได้ 3% จากปีนี้อยู่ที่ 2.6% ด้านการบริโภคอยู่ที่ 2-3% จากปีนี้ 4%

เนื่องจากยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ส่วนการลงทุนเอกชนปรับดีขึ้น 3-4% จาก 0.8% ส่วนหนึ่งมาจากการเข้ามาลงทุนของจีน ซึ่งหนีจากสหรัฐ สอดคล้องกับการลงทุนภาครัฐและการใช้จ่ายภาครัฐที่ปรับดีขึ้นตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะที่ภาคท่องเที่ยว คาดว่าปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 38 ล้านคนเข้าใกล้ช่วงก่อนโควิด-19 จากปีนี้น่าจะอยู่ที่ 35 ล้านคน แม้ว่าจะเป็นแรงสนับสนุน แต่มีสัดส่วนเพียง 12-13% ของจีดีพี จะเห็นว่านักท่องเที่ยวทุกชาติกลับมาเกือบหมดยกเว้นนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาเพียง 60% เท่านั้น ส่วนภาคการส่งออกฟื้นตัวดีขึ้น แต่คงไม่แรงมากอยู่ที่ 2-3% จากปีนี้อยู่ที่ 1.7%

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยในช่วงหลังจากนี้ โดยเฉพาะไตรมาส 3 และ 4/2567 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่อง และดีกว่า 1.9% ที่เป็นจีดีพีในไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากเริ่มเห็นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวหลายภาคส่วน และต่อเนื่องมากขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบัน ที่เริ่มเห็นอัตราการใช้กำลังการผลิตเริ่มฟื้น และเริ่มเห็นสัญญาณการเข้ามาลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เข้ามาต่อเนื่อง ทั้งในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่พบว่าหนุนเม็ดเงินลงทุนเติบโตขึ้น 30% เทียบกับปีที่ผ่านมา

โดยประเทศที่พบการลงทุนมากที่สุด คือ จีน ที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ขณะที่ ญี่ปุ่นมีการลงทุนสะสมในไทยมากที่สุด โดยการเข้ามาลงทุนของจีน เริ่มเห็นการเข้ามาลงทุนในอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น โดยที่มีเม็ดเงินสูงขึ้นเรื่อย ๆ

“จุดต่ำสุดของจีดีพีไทยได้ผ่านพ้นไปแล้วตั้งแต่ในช่วงต้นปี ซึ่งหลังจากนี้เศรษฐกิจไทยค่อย ๆ ทยอยฟื้นตัว”

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะอยู่ภายใต้ 3 ธีม คือ 1.Steady but Slow โดยท่ามกลางเศรษฐกิจทั่วโลกมีปัญหา แต่ยังมองว่าเศรษฐกิจในอาเซียนยังเติบโตได้ โดยหากไม่รวมไทย เฉพาะมาเลเซีย อินโดนีเซีย เติบโตได้ดีระดับ 4-5% เป็นชาติที่มีโอกาสเติบโตสูง เช่นเดียวกับอินเดีย ที่ยังเติบโตได้สูง รวมถึงกลุ่มของตะวันออกกลาง ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจยังเติบโตเกิน 4%

“แม้โลกจะโตได้น้อย จีนโตไม่ถึง 5% แต่ตลาดอาเซียนหรือตลาดเกิดใหม่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะภาคบริการ โรงแรม แต่ภาคการผลิตยังซึมตัว แม้จะไม่วิกฤตแต่ไม่ค่อยโต ฉะนั้นภาคการผลิตกำลังลำบาก ภายใต้จีนสะดุด โลกกระอัก”

2.Geopolitical Risk ในช่วงที่มีความขัดแย้งระหว่างประเทศ และปัญหาการกีดกันทางการค้า ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้ามีราคาแพงสูงขึ้น แม้ว่าประเทศไทยจะเกินดุลการค้าบริการ จากจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะกว่า 35 ล้านคน แต่ไทยขาดดุลบริการจากค่าชิปปิ้งและตู้คอนเทนเนอร์ที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้การค้าโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปในช่วงที่มีปัญหา Geopolitical Risk

และ 3.New Easing Cycle นโยบายการเงินที่เริ่มเข้าสู่ขาลง เริ่มส่งผลต่อต้นทุนการเงิน (Cost) มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยทิศทางอัตราดอกเบี้ย ภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ปัจจุบันขึ้นดอกเบี้ยจากระดับ 0.25% มาเป็น 5.50% หรือขึ้นมาราว 5.25% นับตั้งแต่การระบาดโควิด-19 เป็นต้นมา ก่อนจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ 0.50% ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา

ขณะที่ไทย โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นดอกเบี้ยจาก 0.50% มาเป็น 2.50% หรือขึ้นมาแล้ว 2.00% ซึ่งมองว่าแม้จะมีรูมให้ดอกเบี้ยของไทยลดลงได้ แต่จากดอกเบี้ยไทยที่ไม่ได้ขึ้นมากเท่าสหรัฐ ทำให้มองว่า แม้ดอกเบี้ยจะลดลง แต่คงไม่ลงแรงและเร็ว โดยจะเห็นดอกเบี้ยลดลงเพียง 0.25-0.50% เท่านั้น ไม่ใช่ลงไปถึง 1.25% เหมือนช่วงโควิด-19

นายนริศกล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมการค้าโลกมีอยู่ 3 ธีม ได้แก่ 1.Deglobalization จะเห็นว่าการค้าโลกไม่ได้อยู่กับประเทศพัฒนาแล้ว แต่อยู่กับตลาดเกิดใหม่ที่มีสัดส่วนสูงถึง 60% เนื่องจากการค้าในเอเชียมีความเสี่ยงน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้วที่มีสัดส่วนการค้าเพียง 40% เพราะมีปัญหากีดกันทางการค้า 2.Decoupling จะเห็นจีนส่งออกมาไทย โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และเหล็ก และปัญหาจะรุนแรงมากขึ้น และ 3.ESG Standard จะมีผลกระทบจากมาตรการที่เพิ่มขึ้นจาก 40 มาตรการไปถึงกว่า 100 มาตรการ

“เรามองว่า Policy Maker จะต้อง Step-in เข้ามาดูแลในเรื่องของการค้าโลก เพราะจะเห็นว่าสินค้าจีนส่งออกมาไทยเยอะมากพอ ๆ กับเวียดนาม แต่จะเห็นว่าจีนไม่ได้นำเข้าสินค้าไทยเลย แต่จีนนำเข้าสินค้าเวียดนาม โดยเราขาดดุลจีนเยอะมาก หากเทียบกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เราไม่ได้ประโยชน์เลย จะเห็นว่าก่อน Trade War เราขาดดุล และหลัง Trade War ก็ยังขาดดุลต่อเนื่อง แต่ประเทศอื่นกลับมาเกินดุลแล้ว“

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb)