เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“กทม.” จ่ออุทธรณ์ศาลจ่ายค่าสินไหมป้าทุบรถและพวก

30 พ.ค. 2561 | 16:34น.

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกทม. ให้สัมภาษณ์ถึงผลการพิจารณาหลังกทม.จัดตั้งคณะกรรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งศาลกรณีป้าทุบรถ เพื่อพิจารณาคำพิพากษาของศาลทั้งหมด กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤษภาคม

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า กทม.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ ซึ่งมี รองปลัดกทม.เป็นประธาน และกรรมการ 5 คน คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ กทม. ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ซึ่งต้องส่งให้อัยการใช้ดุลยพินิจพิจารณาว่าเห็นชอบตามที่ กทม.เสนอหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีผู้ค้าลักลอบตั้งแผงค้าข้างบ้านป้าทุบรถ กทม.ได้รีบดำเนินการตามกฎหมายแล้ว จัดเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังบริเวณดังกล่าว ไม่ให้ทำการค้าขายอีก รวมถึงได้ชี้แจงให้ผู้ค้าทั้งหมดไปทำการค้าที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ปาร์ค ส่วนนี้มีผู้ค้าแจ้งความประสงค์ 11 ราย และอีก 9 รายไม่ประสงค์ย้ายไปทำการค้า ได้สั่งการให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางช่วยเหลือผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม

นายวันชัยกล่าวว่า คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่าข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายบางส่วนยังคลาดเคลื่อนกับศาล ซึ่งกทม.จะอุทธรณ์บางส่วนในส่วนเรื่องละเมิด การปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กทม.และค่าเสียหาย จึงจะส่งบันทึกรายงานข้อเท็จจริงไปยังผู้ว่าฯกทม.และปลัดกทม.เห็นชอบ ก่อนส่งไปยังอัยการพิจารณา หากเห็นชอบกทม.ก็จะขออุทธรณ์คำพิพากษาภายในระยะเวลากำหนด เพราะศาลอาจมีคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงเรื่องค่าเสียหายและผู้ที่ต้องชดใช้ค่าสินไหม ซึ่งหาก กทม.ต้องชดใช้ก็จะต้องไล่เบี้ยกับราชการที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการถูกต้อง จึงไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่าการสอบสวนการทำวินัยทางความผิดของเจ้าหน้าที่จะต้องชะลอการพิจารณาโทษก่อนหรือไม่ เนื่องจากกทม.จะขออุทธรณ์ นายวันชัยกล่าวว่า จะต้องยึดคำพิพากษาของศาล หากคำพิพากษาของศาลตัดสินว่าเจ้าหน้าที่ปฎิบัติไม่ถูกต้อง ข้อเท็จจริงก็ยุติ เจ้าหน้าที่จะต้องรับผิดชอบทางวินัย แต่ถ้าศาลพิพากษาว่าเจ้าหน้าที่ กทม.ไม่ผิด การจะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ก็จะทำไม่ได้ ระหว่างนี้จึงชะลอการพิจารณาโทษจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษา

 

ที่มา : มติชนออนไลน์