Skip to content

‘พชร’ เปิดเกมรุกการทูตไซเบอร์ ผนึกไต้หวันลุยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

08 ต.ค. 2567 | 18:13น.
‘พชร’ เปิดเกมรุกการทูตไซเบอร์ ผนึกไต้หวันลุยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

“พชร นริพทะพันธุ์” ที่ปรึกษาประธาน กสทช. เดินหน้ากลยุทธ์การทูตไซเบอร์ รุกเจรจา กสทช.ไต้หวันอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อยกระดับความร่วมมือปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เด็ดขาด รวมถึงหารือทีมไทยแลนด์ เร่งส่งเสริมการค้าและการลงทุนธุรกิจโทรคมนาคม และ Data Center แสนล้านตามนโยบายรัฐบาล

วันที่ 8 ตุลาคม 2567 นายพชร นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษาประจำประธาน กสทช. และโฆษกประจำประธาน กสทช. ได้เข้าพบคารวะนายเฉิน ชุง ฉู กรรมการคณะกรรมการสื่อสารแห่งชาติของไต้หวันอย่างไม่เป็นทางการ ในระหว่างการเดินทางในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมแนวทางการทูตไซเบอร์ ซึ่งนายพชรในฐานะหัวหน้าคณะทำงานวิชาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ สำนักงาน กสทช. เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์และขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

นายพชรกล่าวว่า การเข้าพบกับนาย เฉิน ชุง ฉู ครั้งนี้ ได้แสดงความมุ่งมั่นสร้างความร่วมมือในการทำงานของหน่วยงานกำกับดูแลสื่อสารและโทรคมนาคม และหารือเกี่ยวกับการประชุม GSMA M360 ที่สาธารณรัฐเกาหลี ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการทำงานระดับนานาชาติ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยได้ร่วมมือกับสิงคโปร์ มาเลเซีย และกัมพูชา ขณะที่ไต้หวันถือว่ามีประสบการณ์สูงและบทบาทสำคัญ เคยเตือนถึงปัญหาการก่ออาชญากรรมผ่านการใช้ซิมการ์ดจากฮ่องกง ซึ่งกองกำลังสืบสวนสอบสวนกลางก็ได้จับกุมผู้กระทำผิดไป เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567

“การเข้าพบ กสทช.ไต้หวันครั้งนี้ หารือถึงมาตรการต่าง ๆ ที่ดำเนินการปราบแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งการแนะนำให้ผู้ประกอบการตัดเครื่อง SIMBOX ที่ไม่ได้จดทะเบียนออกจากระบบ การตัดสัญญาณที่ให้บริการนอกราชอาณาจักร และการออกระเบียบและการเข้มงวดตรวจตรา การลงทะเบียนระบุตัวตนในซิมการ์ดเพื่อตัดวงจรซิมม้า และหารือการพัฒนา AI ขึ้น เพื่อช่วยแยกการใช้งานของผู้บริโภคและคนร้าย เช่น แอพลิเคชั่น Whosecall ที่ได้รับการพัฒนาในไต้หวันเป็นแห่งแรก”

นายพชรยังกล่าวอีกว่า ได้มีโอกาสหารือถึงอุปสรรคของผู้ประกอบการโทรคมนาคม ในการใช้คลื่นความถี่และเทคโนโลยี 5G ให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการ เพราะแนวโน้มการใช้การส่งสัญญาณด้วยความเร็วสูงนั้นน้อยกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ มีประสิทธิภาพขึ้น สวนทางกับความจำเป็นต้องใช้ความเร็วของโครงข่าย และได้หารือถึงการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้บริการประชาชน เช่น การทำให้เกิด เมืองอัจฉริยะ หรือ IOT/Smart city และบริการการแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine ที่จะเป็นตัวเร่งความต้องการความเร็วจากโครงข่าย 5G

อีกทั้งยังหารือถึงแนวทางการส่งเสริมพัฒนาผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายเสมือน หรือ MVNOs และเมื่อร่วมกับการใช้ Killer APP ของ Big Tech แล้ว ความคุ้มทุนจะทำให้อัตราการใช้บริการลดลง และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย

ในโอกาสนี้ นายพชรยังได้มีโอกาสเข้าพบคุณกัลยา ลีวงศ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) เพื่อหารือถึงความสนใจของนักลงทุนไต้หวันในธุรกิจดิจิทัลและโทรคมนาคมในประเทศไทย รวมถึงการชักชวนบริษัทชั้นนำด้านอุปกรณ์เทคโนโลยี การสื่อสารในไต้หวัน เพื่อผลักดันการส่งเสริมการค้าและลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย

“บริษัทใหญ่ในไต้หวันให้ความสำคัญกับประเทศไทย เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการลงทุน เราพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และมีโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ไฟฟ้า น้ำ ระบบโลจิสติกส์ และสื่อสารโทรคมนาคม รวมถึงมีตลาดที่พร้อมรองรับการผลิตและอุตสาหกรรมดิจิทัลขั้นสูง ตามนโยบายของรัฐบาลและทีมประเทศไทย ที่จะต้องช่วยกันทำให้เกิดเป็นรูปธรรมให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ได้เห็นสัญญาณดีจากการลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตแผงวงจรและเดต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ที่มีมูลค่ากว่าแสนล้านบาท” นายพชรระบุ

นายพชร นริพทะพันธุ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช. ไต้หวัน