เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่า จับตาตัวเลข PPI สหรัฐคืนนี้

11 ต.ค. 2567 | 18:04น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์แข็งค่า จับตาดูตัวเลข PPI สหรัฐคืนนี้ เพื่อหาสัญญาณการลดดอกเบี้ยของเฟด

วันที่ 11 ตุลาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 7-11 ตุลาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (7/10) ที่ระดับ 33.37/39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/10) ที่ระดับ 33.04/06 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ (4/10) โดยเพิ่มขึ้น 254,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ย. สูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 147,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 159,000 ตำแหน่งในเดือน ส.ค. ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 4.1% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 4.2% และต่ำกว่าระดับ 4.2% ในเดือน ส.ค.

นอกจากนี้ ยังปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือน ส.ค.เป็นเพิ่มขึ้น 159,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 142,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ย. ขณะที่ภาครัฐมีการจ้างงาน 31,000 ตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน ด้านตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4.0% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.8% โดยเมื่อเทียบรายเดือน ค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.4% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% ซึ่งตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ทางโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ปรับลดคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในอีก 12 เดือนข้างหน้าลง 5% เหลือเพียง 15% โดยในช่วงปลายสัปดาห์ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีที่ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 4.11% ในวันพฤหัสบดี (10/10) ภายหลังจากที่กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือน ก.ย.

โดยดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือ ก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.3% จากระดับ 2.5% ในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน ก.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.1% จากระดับ 0.2% ในเดือน ส.ค.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.2% จากระดับ 3.2% ในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน ก.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% จากระดับ 0.3% ในเดือน ส.ค.

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ค่าเงินดอลลาร์จะได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาสูงกว่าคาด แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากตัวเลขตลาดแรงงานที่อ่อนแอ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้น 33,000 ราย สู่ระดับ 258,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. 2023 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 230,000 ราย

รวมถึงนายราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตายังกล่าวว่า เขาสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน พ.ย. เนื่องจากความผันผวนของข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานที่มีการเปิดเผยล่าสุดถือเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเฟดควรจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

ส่วนประธานเฟดสาขาอื่น ๆ เช่น นายออสตัน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโกกล่าวว่า เขาคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหนึ่งปีครึ่งข้างหน้า ขณะที่จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กกล่าวว่า เขายังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐในคืนนี้ (11/10) เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางอัตราอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐต่อไป

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ก.ย. 67 อยู่ที่ 108.68 หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป สูงขึ้น 0.61% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.74-0.80% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ก.ย. 67 อยู่ที่ 105.18 หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน สูงขึ้น 0.77% โดยเฉลี่ย 9 เดือนแรก เงินเฟ้อพื้นฐาน สูงขึ้น 0.48%

ทั้งนี้ สนค.ได้ปรับลดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อของปีนี้ใหม่ มาอยู่ที่ 0.2-0.8% จากเป้าเดิมที่ 0-1% แต่ค่ากลางยังคงอยู่เท่าเดิมที่ 0.5% และในวันอังคาร (8/10) ธนาคารโลก (World Bank) คาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) ไทยในปี 2567 ขยายตัวอยู่ที่ 2.4% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว 1.9% โดยการเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก โดยได้รับแรงหนุนจากการเร่งดำเนินการงบประมาณและการส่งออกสินค้า การท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชนซึ่งยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในปีนี้

ทั้งนี้ ธนาคารโลกยังคาดว่าในปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3.0% โดยได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนที่ฟื้นตัวจากก่อนหน้า นอกจากนี้ธนาคารโลกยังประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้คาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 2.4%

ส่วนในปี 2568 จะขยายตัวได้ 2.8% ในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามสกุลเงินในภูมิภาค แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือน ที่ 33.66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะพลิกกลับมาแข็งค่าสู่ระดับ 33.22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ หลังได้รับปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังนายโยอาฟ กัลแลนด์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า การโจมตีของอิสราเอลต่ออิหร่านจะเป็นไปอย่างรุนแรง แม่นยำ และจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด

รวมทั้งด้านทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งการสนทนาดังกล่าวเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และตรงไปตรงมาเกี่ยวกับแนวทางการตอบโต้ของอิสราเอลต่อการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธเกือบ 200 ลูกโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 1 ต.ค.

โดยสหรัฐจะยังคงให้การสนับสนุนอิสราเอลด้านความมั่นคง ซึ่งเห็นได้จากการที่อิหร่านโจมตีอิสราเอล ท่านประธานาธิบดีก็ได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐเข้าปกป้องอิสราเอล และการสนับสนุนนี้จะยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวระหว่างสัปดาห์อยู่ในกรอบระหว่าง 32.23-33.66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (11/10) ที่ระดับ 33.27/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (7/10) ที่ระดับ 1.0969/70 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/10) ที่ระดับ 1.1028/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (4/10) มาริโอ เซนเตโน สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า เงินเฟ้อในยูโรโซนในตอนนี้เกือบเข้าใกล้กรอบเป้าหมายการขยายตัวของราคาผู้บริโภคที่ 2% ของ ECB แล้ว โดยเขาเน้นย้ำว่า ECB มีเป้าหมายเงินเฟ้อในระยะกลาง และการตัดสินใจใด ๆ ก็ตามในตอนนี้ก็คือเพื่อให้เงินเฟ้อในอีก 2 ปีข้างหน้าจะต้องอยู่ที่ 2%

โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การขยายตัวของราคาผู้บริโภคของยูโรโซนชะลอตัวลงสู่ระดับ 1.8% ในเดือน ก.ย. แม้จะมีการคาดการณ์กันว่าจะปรับตัวขึ้นอีกครั้งในอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้ ทั้งนี้ ECB ยังคงไม่คิดว่าตัวเลขดังกล่าวจะอยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน จนกว่าจะถึงปลายปี 2568 ขณะเดียวกันการเติบโตทางเศรษฐกิจกลับอยู่ในภาวะย่ำแย่ ซึ่งปัจจัยทั้งสองประการนี้ทำให้ ECB มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมนโยบายวันที่ 16-17 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ช่วงบ่ายวันอังคาร (8/10) สำนักงานสถิติของเยอรมนีมีการรายงานดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค.ของเยอรมนี โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9% ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8% และสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ลดลง 2.9%

ในวันพฤหัสบดี (3/10) เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ขั้นสุดท้ายของยูโรโซนร่วงลงสู่ระดับ 49.6 ในเดือน ก.ย. จาก 51.0 ในเดือนก่อนหน้า นับเป็นการหดตัวเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือน ก.พ. แต่ถือเป็นการปรับตัวขึ้นจากข้อมูลขั้นต้นที่ 48.9 ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการร่วงลงสู่ระดับ 51.4 ในเดือน ก.ย. จากระดับ 52.9 แต่สูงกว่าข้อมูลขั้นต้นที่ 50.5

อย่างไรก็ตามค่าเงินยูโรยังได้รับแรงกดดันหลังอิซาเบล ชนาเบล กรรมการบริหารธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะลดลง กลับมาที่เป้าหมาย 2% ในลักษณะที่ยั่งยืนมากขึ้น จากสัญญาณอุปสงค์แรงงานที่ชะลอตัวลง ซึ่งความเห็นดังกล่าวสนับสนุนการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0931-1.0996 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (11/10) ที่ระดับ 1.0944/4 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (7/10) ที่ระดับ 148.46/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/10) ที่ระดับ 146.44/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าโดยถูกกดดัน หลังการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐที่มีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาดการณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (4/10)

ประกอบกับปัจจัยหลักจากการที่นายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่นกล่าวแสดงความคิดเห็นในวันพุธ (2/10) ว่า หลังจากที่ได้หารือกับนายคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยนายอิชะบะได้กล่าวสนับสนุนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เนื่องจากเขามองว่าสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจในปัจจุบันยังคงไม่เหมาะสมกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจ กระทรวงแรงงานของญี่ปุ่นได้มีการเปิดเผยเงินเดือนพื้นฐานของผู้ทำงานประจำเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.9% ในเดือน ส.ค.เมื่อเทียบรายปี โดยเพิ่มขึ้นจากอัตรา 2.6% ในเดือน ก.ค.

ขณะที่การเติบโตของรายได้ที่เป็นเงินสดตามตัวเลข (Nominal cash Eamings) สำหรับคนงานทั้งหมดชะลอตัวลงเหลือ 3% ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย อย่างไรก็ดีค่าจ้างที่แท้จริง (real wages) ลดลงหลังจากเพิ่มขึ้นในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ในขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนซึ่งเปิดเผยโดยกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 1.9% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือน ส.ค. ซึ่งมากกว่าคาดการณ์ที่จะลดลง 2.6%

อย่างไรก็ดี บีโอเจไม่ได้กล่าวถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อเคลื่อนตัวตามคาดการณ์ เพียงกล่าวว่าจะเฝ้าระวังความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจญี่ปุ่นและสหรัฐเป็นพิเศษ ทั้งนี้ค่าเงินเยนมีการเคลื่อนไหวระหว่างสัปดาห์อยู่ในกรอบ 147.35-149.54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (11/10) ที่ระดับ 148.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ