กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขาย 32.90-33.65 บาท จับตาอีซีบีประชุม 17 ต.ค.นี้
ค่าเงินบาท
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.90-33.65 บาทต่อดอลลาร์ ชี้นักลงทุนจับตาประชุมอีซีบี 17 ต.ค.นี้ และตัวเลขยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. ของสหรัฐ คาดปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์สร้างความผันผวนให้ตลาดระยะสั้น พร้อมมอง กนง.คงดอกเบี้ยประชุม 16 ต.ค.นี้ มติไม่เอกฉันท์
วันที่ 15 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.65 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.22-33.61 บาทต่อดอลลาร์
โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นหลังรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 17-18 ก.ย. ระบุว่าผู้กำหนดนโยบายหลายรายเห็นว่าการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในขนาด 50bp ไม่ได้ผูกมัดเฟดในเรื่องความเร็วสำหรับการปรับลดดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า
ทางด้านดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ย. ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งถือเป็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปีครึ่ง แต่สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานปรับขึ้น 3.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้เช่นกัน โดยเป็นผลของการพุ่งขึ้นของหมวดที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ อย่างไรก็ดี อัตราการปรับขึ้นค่าเช่าชะลอตัวลง
สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่าผู้ร่วมตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. ของสหรัฐ และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) วันที่ 17 ต.ค. ซึ่งคาดว่าจะลดดอกเบี้ยลง 25bp อนึ่ง แม้เงินเฟ้อเดือน ก.ย. ของสหรัฐสูงเกินคาด แต่เราตั้งข้อสังเกตว่าปฏิกิริยาของตลาดค่อนข้างจำกัด สะท้อนถึงความเชื่อของนักลงทุนที่ว่าข้อมูลนั้นไม่ร้อนแรงพอที่จะทำให้เฟดถึงกับต้องคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน พ.ย.
โดยเจ้าหน้าที่เฟดบางรายแสดงความเห็นว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่จุดเปลี่ยนของการตัดสินใจด้านนโยบายและยังคงบ่งชี้ว่าแนวโน้มหลักของภาวะเงินเฟ้ออยู่ในช่วงขาลง นอกจากนี้ มองว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งสหรัฐ การคาดการณ์นโยบายเฟด รวมถึงการตอบรับของนักลงทุนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน สามารถเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดในระยะสั้นได้ ในภาวะเช่นนี้ เราประเมินว่าขาลงของเงินเยนจากระดับปัจจุบันจะถูกจำกัด
สำหรับปัจจัยในประเทศ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงดอกเบี้ยที่ 2.50% ด้วยเสียงไม่เอกฉันท์ในวันที่ 16 ต.ค. อย่างไรก็ตาม หากมติออกมาสูสีมากหรือมีการปรับโทนการสื่อสาร อาจถือเป็นการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้