บาททรงตัว จับตาประชุม กนง.วันพรุ่งนี้
เงินบาททรงตัว จับตาการประชุม กนง.วันพรุ่งนี้ (16 ต.ค. 67) จะส่งสัญญาณต่อทิศทางของนโยบายดอกเบี้ยอย่างไร
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 15 ตุลาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 32.24/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/10) ที่ระดับ 33.32/33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยวันศุกร์ที่ผ่านมา (11/10) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตประจำเดือน ก.ย. โดยดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้นที่ระดับ 1.8% YOY ในเดือน ก.ย. สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 1.6% หลังจากปรับตัวขึ้นที่ระดับ 1.9% ในเดือน ส.ค. ขณะที่ดัชนี PPI ทั่วไป ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรืออยู่ที่ระดับ 0.0% MOM ในเดือน ก.ย. ต่ำกว่าที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นที่ระดับ 0.1% หลังจากปรับตัวขึ้นที่ระดับ 0.2% ในเดือน ส.ค.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้นที่ะดับ 2.8% YOY ในเดือน ก.ย. สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 2.7% หลังจากปรับตัวขึ้นที่ระดับ 2.6% ในเดือน ส.ค.และดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้นที่ระดับ 0.2% MOM ในเดือน ก.ย. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ หลังจากปรับตัวขึ้นที่ระดับ 0.3% ในเดือน ส.ค.
และศุกร์ที่ผ่านมา (11/10) มหาวิทยาลัยมิชิแกนได้มีการเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 68.9 ในเดือน ต.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 71.0 จากระดับ 70.6 ในเดือน ก.ย. ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 2.9% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. หลังจากคาดการณ์เพิ่มขึ้น 2.7% ก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.0% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า หลังจากคาดการณ์เพิ่มขึ้น 3.1% ก่อนหน้านี้
ด้านปัจจัยภายในประเทศ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยว่า นอกเหนือจากที่รัฐบาลจะให้เงินช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายครอบครัวละ 9,000 บาท และค่าล้างโคลนครัวเรือนละ 10,000 บาทแล้ว
ในส่วนของกระทรวงการคลังจะมีมาตรการเพิ่มเติม ได้แก่ การยกเว้นภาษีเงินได้ การยกเว้นค่าจากกรรมธนารักษ์ และการปล่อยสินเชื่อจากธนาคารต่าง ๆ อีกด้วย และนักลงทุนยังคงรอดูทิศทางของเงินทุนระหว่างประเทศ (Flow) ตามการเคลื่อนไหวของราคาทอง
และรอดูผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันพรุ่งนี้ (16/10) ว่าจะส่งสัญญาณต่อทิศทางของนโยบายดอกเบี้ยอย่างไร โดยคาดว่าจะมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยไว้ตามเดิม แต่อาจส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งถัดไป ทั้งนี้ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.25-33.44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.39/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (15/10) ที่รดับ 1.0909/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/10) ที่ระดับ 1.0934/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งจะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ในวันนี้ หลังเจ้าหน้าที่ ECB เปิดเผยว่า ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ผ่อนคลายลงเร็วกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0886-1.0910 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0907/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (15/10) ที่ระดับ 149.76/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/10) ที่ระดับ 148.98/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันนี้ (15/10) การรณรงค์หาเสียงอย่างเป็นทางการได้มีการเริ่มขึ้นสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ต.ค.นี้
ขณะที่นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ พยายามขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนอีกครั้งและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนในทางการเมือง หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับกองทุนลับที่พัวพันกับทางพรรค โดยสำนักข่าวเกียวโดรายงานคาดการณ์ว่า จะมีผู้สมัครมากกว่า 1,300 คนแข่งขันกันชิง 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นในการเลือกตั้งครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 หลังจากการประกาศยุบสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพียง 8 วันหลังจากอิชิบะเข้ารับตำแหน่ง
นอกจากนี้ พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และพรรคโคเมโตะ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะรักษาเสียงข้างมากในสภาล่างไว้ หรืออย่างน้อย 233 ที่นั่ง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 149.18-149.83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 149.06/07 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือน ต.ค. จากเฟดนิวยอร์ก (15/10) , ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือน ก.ย. (16/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. (17/10), ดัชนีการผลิตเดือน ต.ค. จากเฟดฟิลาเดลเฟีย (17/10),
การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย. (17/10), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน ส.ค. (17/10), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน ต.ค. จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) (17/10), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (17/10), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน ก.ย. (18/10)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.4/-7.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.5/-3.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ