หุ้นแบงก์เป็นลบระยะสั้น โบรกฯคาดลดดอก “กู้-ฝาก” กระทบกำไรกลุ่มธนาคาร 6.3%
ธปท.ลดดอกเบี้ยเซอร์ไพรส์ตลาด 0.25% “บล.ฟินันเซีย ไซรัส” ชี้หุ้นแบงก์ “เป็นลบระยะสั้น” โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่จากโครงสร้างสินเชื่อเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว-Loan Yield ลดลงทันที จับตาประกาศลดดอกเบี้ย “เงินกู้-เงินฝาก” ประเมินกระทบต่อกำไรสุทธิปี 2568 ของกลุ่มแบงก์ราว 6.3% จากคาดการณ์ปัจจุบัน
วันที่ 16 ตุลาคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันซัย ไซรัส จำกัด (มหาชน) รายงานว่า หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ 5 : 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เหลือ 2.25% จาก 2.50% ต่อปี โดยให้มีผลทันที เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการปรับลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ โดยเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงยังอยู่ในระดับที่เป็นกลางและสอดคล้องกับศักยภาพเศรษฐกิจ
โดยสถานการณ์ดังกล่าว “เป็นลบระยะสั้น” ต่อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (Bank) โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ จากโครงสร้างสินเชื่อที่ส่วนใหญ่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ทำให้ Loan Yield ลดลงทันที
ขณะที่เงินฝากส่วนใหญ่เป็นออมทรัพย์ แม้จะเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว แต่เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันต่ำมากอยู่แล้ว จึงคาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากกลุ่มนี้จะเป็นไปอย่างจำกัด
ขณะที่เงินฝากประจำต้องใช้เวลากว่าจะครบกำหนดด้วยอัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำลง ทำให้ภาพรวมต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายค่อย ๆ ลดลง
ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้-เงินฝากประจำตามมา แต่ในอัตราที่ไม่มากเท่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่าทุก ๆ 0.25% ของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้-เงินฝากประจำที่ปรับตัวลดลง ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์กำหนดให้ลดลงเพียง 0.10% จะกระทบต่อกำไรสุทธิปี 2568 ของกลุ่มราว 6.3% จากคาดการณ์ปัจจุบัน
โดย KTB เป็นธนาคารพาณิชย์ที่กระทบมากที่สุด ตามด้วย BBL, KBANK, SCB ส่วน TISCO ได้รับผลบวกมากที่สุด ขณะที่ KKP, TTB แทบไม่ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลง
ส่วนกลุ่มสถาบันการเงิน (Nonbank) ระยะสั้นจะได้รับผลบวกจากการประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยตลาดปรับตัวลดลงตามด้วย โดยกลุ่ม Nonbank จะได้รับผลบวกจากการที่โครงสร้างสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่
ขณะที่เงินกู้ยืม ประกอบด้วย หุ้นกู้ (อัตราดอกเบี้ยคงที่) และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน (อัตราดอกเบี้ยคงที่และลอยตัว) จะทยอยปรับตัวลดลงตามอัตราดอกเบี้ยตลาดที่ลดลง ส่งผลบวกต่อ Spread ของกลุ่ม โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็ก อาทิ SAK, CHAYO ที่ต้องพึ่งพาแหล่งเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินมากกว่าหุ้นกู้ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมลดลงได้รวดเร็วมากกว่า