เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

นักวิชาการมองนโยบายภาษีทรัมป์กระทบไทย แฮร์ริสได้เปรียบจากนโยบายหนุนสิทธิทำแท้ง

17 ต.ค. 2567 | 14:04น.

นักวิชาการจุฬาฯ มองนโยบายขึ้นภาษีสินค้าระหว่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนรีพับลิกันเปลี่ยนรูปโฉมของระเบียบระหว่างประเทศโดยเฉพาะทางเศรษฐกิจ และกระทบไทยพอสมควร ขณะที่อดีตนักสิทธิมนุษยชนวิเคราะห์นโยบายแฮร์ริสเน้นหลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนมากกว่าทรัมป์

วันที่ 17 ตุลาคม 2024 ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ แคนดิเดตจากพรรครีพับลิกัน ในงาน US Election 2024 หรือเจาะลึกศึกชิงทำเนียบขาว จัดโดยมติชนและพันธมิตร ที่ห้องคริสตัล บ็อกซ์ เออร์เบิน รีสอร์ท อาคารเกสร ทาวเวอร์

อาจารย์สิริพรรณกล่าวว่า นโยบายทางเศรษฐกิจของทรัมป์ที่เพิ่มอัตราภาษีสินค้าระหว่างประเทศกระทบโดยตรงต่อไทย โดยการจะขึ้นภาษี 10-20 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมเก็บอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงมาก การดำเนินนโยบายดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนรูปโฉมใหม่ของระเบียบระหว่างประเทศ โดยเฉพาะระเบียบทางเศรษฐกิจของโลก ไม่ใช่เพียงการเมือง ความมั่นคง

อาจารย์สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ยังขยายความอีกว่า เราทราบว่าทรัมป์หาเสียงด้วยการบอกว่า ทรัมป์จะขึ้นภาษีราว 10-20 เปอร์เซ็นต์ กระทบต่อผู้ส่งออกไทยที่ต้องจ่ายค่าภาษีนำเข้ามากขึ้น และผู้ประกอบการไทยอาจขึ้นราคาสินค้า ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น กระทบต่อผู้บริโภค

นโยบายกระเป๋า หรือที่เรียกว่าอำนาจของกระเป๋าเงิน (Power of Purse) ใช้เรียกนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ที่ได้ใจประชาชนอเมริกันมาโดยตลอด โดยใช้เครื่องมือทางภาษีในการดำเนินนโยบายตามกฎหมายปฏิรูปภาษีสหรัฐ หรือ Tax cuts and Jobs act of 2017 ทรัมป์ใช้กฎหมายนี้ตั้งแต่ปี 2018 คือการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 21% จาก 35% และส่งเสริมภาคการผลิตในประเทศที่ไม่สามารถแข่งขันได้ ขณะเดียวกัน ดึงดูดบรรษัทข้ามชาติของสหรัฐให้กลับมาสร้างรายได้ให้ประเทศ

ดังนั้น กลุ่มผู้ประกอบการได้ประโยชน์จากการลดภาษีของทรัมป์ จึงเท่ากับว่าตรงใจคนส่วนบนสุดและล่างสุด ส่วนคนชั้นกลางหนุนเดโมแครต

อีกจุดเด่นของทรัมป์ คือนโยบายผู้อพยพ ซึ่งทรัมป์ใช้โจมตีคามาลา แฮร์ริส ตัวแทนจากเดโมแครตมาโดยตลอด เพราะเป็นปัญหาที่กระทบความมั่นคงภายใน ความปลอดภัยของคนอเมริกันเอง จากสถิติปี 2023 ภายใต้รัฐบาลไบเดน มีผู้อพยพทั้งที่เข้ามาแบบถูกกฎหมายและผิดกฎหมายเข้ามาในสหรัฐมากเป็นประวัติการณ์กว่า 300,000 คน และที่อยู่หน้าด่านชายแดนอีกนับล้านคน ซึ่งสมัยทรัมป์ไม่มากเท่านี้ ทรัมป์มองว่าผู้อพยพมาแย่งงาน ระบบสาธารณสุข และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่ออาชญากรรมในสหรัฐ ดังนั้น นโยบายอเมริกาต้องมาก่อน สำหรับผู้สนับสนุนทรัมป์แล้ว จึงหมายถึงการต้องดูแลคนอเมริกันก่อนนั่นเอง

อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังกล่าวอีกว่า ปัญหาที่ทรัมป์แก้ไม่ตก คือสิทธิในการทำแท้ง ทรัมป์ไม่ได้สนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจังนัก ปัญหาที่ถือเป็นตราบาปของทรัมป์นี้เกิดมาจากสมัยที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุด (Supreme Court) 3 คน จาก 7 คน ซึ่งทั้ง 3 คนออกเสียงยกเลิกการสนับสนุนการทำแท้งทั้งสิ้น ทำให้แฮร์ริสได้ฐานเสียงสำคัญจากผู้หญิงไป

สำหรับปัจจัยอื่น ๆ ที่น่าจับตามอง คือเรื่องคดีความของทรัมป์ ทั้งคดีที่มีการตัดสินไปแล้วและคดีที่รอการตัดสิน ในส่วนของคดีที่รอการตัดสินรวมถึงคดีที่เรียกว่าคดี 6 มกรา

ด้านฟิล โรเบิร์ตสัน (Phil Robertson) อดีตประธานกลุ่มคนอเมริกันที่เป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตในประเทศไทย และอดีตรองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย Human Right Watch เป็นผู้บรรยายในหัวข้อ เจาะลึกคามาลา-นโยบายเดโมแครต

ฟิล โรเบิร์ตสัน อดีตประธานกลุ่มคนอเมริกันที่เป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตในประเทศไทยและอดีตนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

เริ่มแรก ฟิล โรเบิร์ตสัน เล่าถึงปูมหลังความเป็นมาของคามาลา แฮร์ริสก่อน โดยชี้ว่าสาธารณชนค่อนข้างรู้จักทรัมป์เป็นอย่างดี แต่คามาลา แฮร์ริส ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักสักเท่าไรนัก

คามาลา แฮร์ริส เป็นลูกครึ่งเชื้อสายจาเมกา อินเดีย เติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลางที่ย่านบรู๊กลิน โดยมีพ่อแม่เป็นนักกิจกรรมการเมืองที่มีความสนใจในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ทำให้แฮร์ริสมีความคิดในทางก้าวหน้าและคุ้นเคยกับหลายวัฒนธรรมเป็นอย่างดี

จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเกิดขึ้นช่วงที่แฮร์ริสเรียนมัธยมปลายที่มอนทรีออล แคนาดา ซึ่งเพื่อนสนิทของแฮร์ริสถูกข่มขืน นั่นจึงทำให้แฮร์ริสตัดสินใจเป็นอัยการ เพราะต้องการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยกฎหมาย โดยเรียนต่อด้านกฎหมายที่ฮาร์วาร์ด

ในด้านนโยบาย ฟิล โรเบิร์ตสัน เน้นย้ำถึงความแตกต่างให้เห็นระหว่างคามาลา แฮร์ริส และโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างชัดเจน ตั้งแต่เรื่องสิทธิการทำแท้ง ปัญหาผู้อพยพ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นโยบายการค้า ประเด็นการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และความมั่นคง

เริ่มจากสิทธิการทำแท้ง แฮร์ริสสนับสนุนให้ประชาชนสหรัฐทำแท้งได้อย่างเสรี แต่ปัจจุบันการทำแท้งในสหรัฐไม่อาจทำได้ในบางรัฐ อันเป็นผลสืบเนื่องจากผลของการที่ทรัมป์แต่งตั้งศาลสูงฝั่งตัวเอง 3 คน จนมีคำพิพากษายกเลิกคำตัดสินคดี Roe v Wade ที่เคยพิพากษาเมื่อปี 1973 ว่าการทำแท้งเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

ปัญหาผู้อพยพ แม้ทรัมป์จะโจมตีแฮร์ริสอย่างหนักว่าไม่ได้แก้ไขปัญหาต่างไปจากสมัยที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งสักเท่าไร แต่แฮร์ริสโต้กลับว่า การโจมตีของทรัมป์เป็นไปเพื่อหวังผลทางการเมือง แต่ไม่ได้ต้องการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เนื่องจากทรัมป์ล็อบบี้ให้ผู้แทนในสภาคองเกรสคว่ำข้อเสนอเสริมการตรวจตราป้องกันการลักลอบปืน ยาเสพติด และคนข้ามแดนของรัฐบาลไบเดน

ด้านเทคโนโลยี คามาลา แฮร์ริส ผลักดันการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมชิปเซมิคอนดักเตอร์ภายในสหรัฐไว้แข่งขันกับจีน ฟิล โรเบิร์ตสัน มองว่าทรัมป์ไม่ได้เข้าใจเทคโนโลยีมากนัก และคงไม่มีนโยบายรับมืออย่างอื่นนอกจากการขึ้นกำแพงภาษี ซึ่งแฮร์ริสเตือนว่าการตั้งกำแพงภาษีถ้วนหน้า 10-20% ของทรัมป์จะก่อให้เกิดเงินเฟ้ออย่างไม่จำเป็น

ด้านปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ทรัมป์ดึงอเมริกาออกจากข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ตั้งแต่ช่วงแรกของการดำรงตำแหน่ง ทั้งยังบอกอีกด้วยว่านักวิทยาศาสตร์คิดผิด เพราะเขาเชื่อว่าโลกร้อนไม่มีอยู่จริง

ส่วนประเด็นความมั่นคง แน่นอนว่าทรัมป์ต้องการยุติสงคราม ด้วยการหยุดสมทบเงินให้นาโต และปล่อยให้รัสเซียยึดยูเครน แต่ถ้ารัสเซียไม่ได้หยุดอยู่แค่ยูเครน ทรัมป์จะรับมืออย่างไร และในส่วนพื้นที่ตะวันออกกลาง และฉนวนกาซา รัฐบาลไบเดนปล่อยให้เนทันยาฮูโจมตีเลบานอนมากพอสมควร โหวตเตอร์ในรัฐมิชิแกนซึ่งมีสัดส่วนประชากรชาวมุสลิมอยู่มากไม่พอใจพรรคเดโมแครต ด้วยเหตุนี้ แฮร์ริสจึงต้องมองหาแนวทางที่ต่างไปจากไบเดน และเรียกร้องให้มีการหยุดยิง 21 วัน อย่างไรก็ตาม แฮร์ริสยังคงดำเนินนโยบายแนวทางใกล้เคียงจากเดิมในพื้นที่ภูมิภาคเอเชีย