The Icon Group Case Advertising
ดิไอคอน พ่นพิษวงการโฆษณา-เอเยนซี่ เผยลูกค้าเลื่อนจัดงานยาวข้ามปี คาดทำเสียโอกาสธุรกิจ 500-1,000 พันล้านบาท
วันที่ 17 ตุลาคม 2567 มติชน รายงานว่า นายรติ พันธุ์ทวี นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวปัญหาธุรกิจขายตรงรายดัง และบางรายเจอข้อหาขายสินค้าไม่คุ้มค่าหรือด้อยคุณภาพกว่าที่ควร เป็นการตอกย้ำความรู้สึกของผู้บริโภค กังวลต่อการซื้อสินค้าลักษณะขายตรง หรือผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ย่อมกระทบต่อทั้งธุรกิจแบบเดียวกันที่ทำให้การค้าชะลอตัวไปด้วย แต่เป็นการชะลอในระยะสั้น ๆ
“ที่เป็นกระแสครั้งนี้ หากได้ข้อสรุปในหนึ่งเดือน ผลกระทบต่อจะไม่เกิน 2-3 เดือน เพราะคนบางส่วนลืมสถานการณ์นั้นแล้ว”
นายรติกล่าวอีกว่า สมาคมติดตามสถานการณ์และผลกระทบงานผลิตโฆษณา เบื้องต้นยังไม่เห็นผลกระทบหรือประเมินว่า กระทบต่อธุรกิจโฆษณาแล้วเท่าไหร่ แต่ยอมรับว่า อาจมีการลังเลบ้าง แต่ทางตรงข้ามก็จะมีรายใหญ่ดึงความเชื่อมั่นทำโฆษณามากขึ้นก็เป็นไปได้
นายรติกล่าวอีกว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก พร้อมมองว่าน่าจะถึงเวลาที่จะเอาจริงเอาจัง และร่วมมือกันต่อเนื่องทุกฝ่าย โดยจัดทำแผนประชาสัมพันธ์ให้ตระหนักรู้
สำหรับอุตสาหกรรมโฆษณา ครึ่งปีแรก 2567 มีเม็ดเงินใช้จ่ายประมาณ 42,000 ล้านบาท ขยายตัว 6% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และช่วง 9 เดือนแรก มีเม็ดเงินใช้จ่าย 63,000 ล้านบาท ขยายตัว 3% และคาดทั้งปี 2567 จะขยายตัวได้ 3-4% จากปี 2566 เม็ดเงินโฆษณารวม 84,800 ล้านบาท
ถือว่าเป็นปีที่ไม่มีหวือหวา และกลุ่มอีคอมเมิร์ซใช้จ่ายลดลงค่อนข้างสูงในไตรมาสที่ผ่านมา อาจเพราะมีการทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น
ขณะที่ แหล่งข่าวบริษัทเอเยนซี่โฆษณารายหนึ่ง เปิดเผยว่า ภายหลังมีกระแสปมการทำธุรกิจของดิไอคอนกรุ๊ปต่อเนื่อง เริ่มส่งผลกระทบต่อแผนงานที่บริษัทลักษณะขายตรง และทำการค้าผ่านออนไลน์ แจ้งเลื่อนการเปิดตัวสินค้าและกิจกรรมการตลาด จากเดิมจะเปิดตัวจำนวนมาก ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-ต้นเดือนธันวาคม 2567
ขอเลื่อนไปปีหน้า 2568 กว่าครึ่ง เพราะกังวลเรื่องกระแสข่าว อาจมีผลต่อความเชื่อมั่นและเกิดความลังเลในการสั่งซื้อสินค้า การใช้เม็ดเงินกับค่าการตลาดอาจไม่คุ้มค่ากับยอดขายที่จะเพิ่มขึ้น อีกทั้งติดตามหน่วยงานรัฐที่มองว่าอาจมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบหรือการตรวจสอบที่แตกต่างไปกว่าเดิมหรือไม่
“ความสูญเสียทางตรงนั้น อาจไม่กระทบโดยตรงกับธุรกิจที่มีประกอบการอยู่ แต่มีผลกระทบทางอ้อม คือ การสูญเสียโอกาสทางการค้าทั้งกับธุรกิจที่ทำอยู่ อาจใช้เวลาขายสินค้านานขึ้นในช่วงนี้ เพราะคนจะลังเลและตรวจสอบมากขึ้น ยังกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งการการจองโรงแรมที่ใช้เปิดตัวสินค้าหรือจัดกิจกรรมอบรม งานเลี้ยงรับปีใหม่ บริษัทโฆษณา บริษัทผลิตสินค้าของที่ระลึก และบริษัทผลิตสินค้า ระบบขนส่ง เป็นต้น ส่วนได้รับผลกระทบทั้งนั้น และไม่รู้ว่ากระแสข่าวจะจบลงอย่างไรและเมื่อไร เบื้องต้นจากกระแสข่าวดังครั้งนี้ น่าจะเกิดการเสียโอกาสเชิงการค้า 500-1,000 ล้านบาท” แหล่งข่าวกล่าว