ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 6 ตุลาคม 2568
ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ คุณชายทิม หรือ ม.ร.ว.ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ ทายาทหม่อมมณี สะใภ้หลวง ผู้รับมรดกพระองค์เจ้าจิรศักดิ์ ผู้ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรม ในรัชกาลที่ 7
ราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2567 เผยแพร่ ประกาศศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เรื่อง ศาลมีคำสั่งให้ หม่อมราชวงศ์ทิม หรือหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ มีข้อความในประกาศ ดังนี้
บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ 2567
ด้วย หม่อมหลวงศรุศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ หม่อมราชวงศ์ทิม หรือหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้อง
ศาลไต่สวนพยานหลักฐานของผู้ร้องแล้ว เห็นว่า หม่อมราชวงศ์ทิม หรือหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ มีอาการป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ความจำแย่ลง ไม่ค่อยเข้าใจในเหตุผล ไม่สามารถ
ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม มีปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสาร การฟังอาจไม่เข้าใจทั้งหมด
การทำนิติกรรม เมื่อตัดสินใจอะไรลงไปแล้วไม่สามารถให้เหตุผลมาประกอบได้ การสื่อสารกับบุคคลอื่นในชีวิตประจำวัน พอรู้เรื่อง แต่หากเป็นเรื่องที่จะต้องใช้เหตุผลตรรกะอาจมีความบกพร่องหรืออาจจะไม่เข้าใจเนื้อหา ในการสนทนาอย่างถูกต้อง
เวลาพูดออกมาก็อาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่คิดไว้ เรื่องการทำงานหากเป็นเรื่องการตัดสินหรือการบริหารจะมีการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมหรืออาจผิดพลาดได้ง่าย การตัดสินใจมีปัญหาต่อหน้าที่การงาน ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกรรมการหรือผู้ถือหุ้น ออกความเห็น ลงมติใด ๆ ได้จนไม่สามารถจัดทำการงานโดยตนเองหรือจัดกิจการไปในทางเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว เข้าลักษณะของบุคคลจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
ผู้ร้องเป็นผู้ดูแลหม่อมราชวงศ์ทิม มาโดยตลอด สมควรให้ผู้ร้องเป็นผู้พิทักษ์ จึงมีคำสั่งว่า หม่อมราชวงศ์ทิม หรือหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความพิทักษ์ของ หม่อมหลวงศรุศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ ผู้ร้อง
บุคคลไร้ความสามารถ 2568
ต่อมาวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เรื่อง ศาลมีคำสั่งให้ หม่อมราชวงศ์ทิม หรือทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ เป็นคนไร้ความสามารถ ระบุ คดีแพ่งหมายเลขดำที่ ยชพ 686/2568 กับ คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ยชพ 1119/2568
ด้วย หม่อมหลวงศรุศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ หม่อมราชวงศ์ทิม หรือ ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ เป็นคนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความอนุบาลของผู้ร้อง
ศาลไต่สวนพยานหลักฐานของผู้ร้องแล้ว เห็นว่า หม่อมราชวงศ์ทิม หรือ ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ มีอายุ 83 ปี ในช่วงปี 2564 หม่อมราชวงศ์ทิม หรือ ทินศักดิ์ ป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถและตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้พิทักษ์ ตามคำสั่งศาลคดีหมายเลขแดงที่ ยชพ 339/2567 ของศาลนี้
ปัจจุบันผู้ป่วยมีอาการแย่ลง ไม่สามารถช่วยเหลือคนเองได้ ต้องมีผู้ช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันตลอดเวลา มีปัญหาด้านความจำ ไม่สามารถเข้าใจเหตุผล ตรรกะหรือการสื่อสาร ไม่สามารถคิดวิเคราะห์หรือตัดสินใจหรือทำนิติกรรมใดๆ ได้ด้วยตนเอง
อาการป่วยของหม่อมราชวงศ์ทิม หรือ ทินศักดิ์ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นบุคคลวิกลจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28 ผู้ร้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและเป็นผู้ดูแลหม่อมราชวงศ์ทิมหรือทินศักดิ์ตลอดมา เห็นสมควรให้ผู้ร้องเป็นผู้อนุบาล
จึงมีคำสั่งว่า หม่อมราชวงศ์ทิม หรือ ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ เป็นคนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความอนุบาลของ หม่อมหลวงศรุศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ ผู้ร้อง ประกาศ ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2568
ม.ร.ว.ทิม หรือ ม.ร.ว.ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์
คุณชายทิม เดิมชื่อ ม.ร.ว.ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ ต่อมาเปลี่ยนนามเป็น ม.ร.ว.ทิม ปัจจุบันอายุ 83 ปี (เกิด เมษายน 2485)
ม.ร.ว.ทิม ศักดิเดชภาณุพันธ์ เป็นโอรสคนที่ 2 ของ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต กับหม่อมมณี ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา หรือคุณหญิงมณี สิริวรสาร ชื่อสกุลเดิม คือ มณี เซเนียร์ บุนนาค
ครอบครัว ม.ร.ว.ทิม ศักดิเดชภาณุพันธ์ มีภรรยา คือ ศิริกาญจน์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ ณ อยุธยา มีบุตร-ธิดา ประกอบด้วย ปอ-ศีกัญญา ศักดิเดชภาณุพันธ์, แพทริก-ม.ล.ศรุศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ และ ม.ล.เพ็ทรา ศักดิเดชภาณุพันธ์
ม.ร.ว.ทิม ศักดิเดชภาณุพันธ์ มีพระเชษฐาอีก 1 คน คือ ม.ร.ว.เดชนศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์
สำหรับมรดกและทรัพย์สมบัติสำคัญ ของ “หม่อมมณี” มารดาคุณชายทิม ที่ตกทอดมาสู่ธุรกิจรุ่นปัจจุบัน มีที่มาจากคำบันทึกของ คุณหญิงมณี สิริวรสาร ตอนหนึ่งว่า
“การแบ่งพระราชมรดกของรัชกาลที่ 7 ในเมืองไทย ใช้เวลา 3 วัน เฉพาะที่ดินหลังวังศุโขทัย กับใจกลางเมือง 22 แปลง ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็จบสิ้น”
คือคำบันทึกของคุณหญิงมณี สิริวรสาร ในฐานะหม่อมในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต องค์ต้นราชสกุล “ศักดิเดชภานุพันธ์” พระราชโอรสบุญธรรมในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และเป็นหม่อมใน พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภัสสรวงศ์ พระโอรสในสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
“หม่อมมณี” เล่าตอนหนึ่งว่า (การแบ่งพระราชมรดก) เป็นไปตามกฎหมายไทย คือแบ่งกันคนละครึ่ง ภาคลูกและภาคเมีย ซึ่งผู้ที่ได้รับ 2 ราย คือ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 กับหม่อมมณี ผู้แทนของพระองค์เจ้าจิรศักดิ์ ในฐานะที่เป็นหม่อมในพระราชโอรสบุญธรรม ของรัชกาลที่ 7
การจับสลากส่วนแบ่งที่ดิน เกิดขึ้นที่วังศุโขทัย โดยมีการนำสลากโฉนดที่ดิน ใส่ไว้ในพานทอง และสลับกันจับระหว่างพระนางเจ้ารำไพพรรณี กับหม่อมมณี ที่ดินที่ต้องจับสลากมี 22 แปลง แต่เหลือ 20 แปลง เพราะ 2 แปลงที่อยู่ด้านหลังวังศุโขทัย พระนางเจ้ารำไพพรรณี ไม่ประสงค์ให้จับสลาก จึงมีการแลกเปลี่ยนกับหม่อมมณี เป็นที่ดิน 10 ไร่ ที่ถนนเพลินจิต
ส่วนที่ดินอีก 20 แปลง ม.จ.อุปลีสาน ชุมพล ผู้จัดการผลประโยชน์และผู้จัดการพระราชพินัยกรรมของรัชกาลที่ 7 นำสลากที่เตรียมไว้ ถวายให้พระนางเจ้ารำไพพรรณีทรงจับก่อน 10 ครั้ง เมื่อทรงจับแล้วสลากที่เหลือเป็นของหม่อมมณี
สำหรับที่ดินมรดก ย่านถนนทรงวาด-ริมแม่เจ้าพระยา ที่ถูกแบ่งเป็นของหม่อมมณี อาทิ ที่ดินคู่กับถนนทรงวาด 7 ไร่ ด้านที่เป็นโรงสีและตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา, ตึกแถวที่คลองหลอด 10 ไร่ ด้านที่ติดกับบ้านหม้อ, ตึกใหญ่ที่ถนนพญาไท (บ้านพระยาคธาธร) 1 ไร่ครึ่ง (ซึ่งมีผู้มาจำนองไว้กับพระปกเกล้าฯ) และที่เหลือเป็นที่ดินในพระนคร ก็ถูกจัดแบ่งในสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน
ทั้งนี้ ที่ดินส่วนของ “หม่อมมณี” ปัจจุบันส่วนหนึ่งคือ อาคารมณียาเซ็นเตอร์ และโรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ย่านราชประสงค์ บริหารโดย ม.ร.ว.ทิม หรือ ม.ร.ว.ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ ทายาทของหม่อมมณี และพระองค์เจ้าจิรศักดิ์

