เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเดือนข้าราชการผ่าน PromptPay ยกระดับความปลอดภัย เริ่ม พ.ค. 70
Finance กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเดือนข้าราชการผ่าน PromptPay ยกระดับความปลอดภัย เริ่ม พ.ค. 70
‘ยุพาพิน’ CFO จากกัลฟ์ จ่อนั่งบอร์ดแบงก์ SCB
Economic ‘ยุพาพิน’ CFO จากกัลฟ์ จ่อนั่งบอร์ดแบงก์ SCB
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026
SD องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026
สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
Politics สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
Finance กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
Finance บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
Finance บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
Business สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
Politics ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
ดูทั้งหมด

มุมมอง ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รับมือ “โลกป่วน” หลังเลือกตั้งสหรัฐ

19 ต.ค. 2567 | 10:40น.
สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนนี้จะส่งผลกระทบต่อโลกอย่างไร จะทำให้โลกเปลี่ยนไปแค่ไหน และจะส่งผลต่อไทยในแบบไหนบ้าง

ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฉายภาพตอบคำถามนี้ได้เป็นอย่างดี ในปาฐกถาหัวข้อ “US Election 2024” บนเวทีสัมมนา “US 2024 เจาะลึกศึกชิงทำเนียบขาว” เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2024 ณ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท อาคารเกษรทาวเวอร์ จัดโดยเครือมติชนและพันธมิตร นำโดยสมาคมอเมริกันศึกษาในประเทศไทย และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพันธมิตรหน่วยงานต่าง ๆ

ดร.สุรเกียรติ์วิเคราะห์ว่า การคาดการณ์ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” จากพรรครีพับลิกัน หรือ “คามาลา แฮร์ริส” จากพรรคเดโมแครต จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องตัดสินกันหน้างาน

ส่วนผลกระทบต่อโลกนั้น ดร.สุรเกียรติ์มองว่า ผลกระทบด้านต่าง ๆ มีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางเดิม เพียงแต่จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ และรุนแรงขึ้นในเรื่องไหน ขึ้นอยู่กับว่าใครชนะการเลือกตั้ง

ไม่ว่าใครจะชนะโลกยังปั่นป่วนต่อไป

ดร.สุรเกียรติ์กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า ถ้าทรัมป์เป็นประธานาธิบดี โลกจะปั่นป่วน แต่การเมืองสหรัฐจะนิ่ง แต่ถ้าแฮร์ริสเป็นประธานาธิบดี โลกจะไม่ค่อยปั่นป่วน แต่การเมืองสหรัฐจะปั่นป่วน เพราะฝ่ายสนับสนุนทรัมป์อาจจะแสดงความไม่พอใจในลักษณะที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเท่าไรนัก

“ไม่ว่าใครจะชนะได้เป็นประธานาธิบดี โลกก็จะยังปั่นป่วนอยู่ดี ในพื้นที่ตะวันออกกลาง รัสเซีย-ยูเครน คาบสมุทรเกาหลี ช่องแคบไต้หวัน ทะเลจีนใต้ จะยังมีความปั่นป่วนต่อไป แต่ถ้าแฮร์ริสได้เป็นประธานาธิบดี จะเป็นความปั่นป่วนที่คาดเดาได้อย่างที่เห็นในสมัยของโจ ไบเดน แต่ถ้าทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีจะเป็นความปั่นป่วนที่คาดการณ์ไม่ค่อยได้”

กรณีรัสเซีย-ยูเครน ทรัมป์อาจลดความขัดแย้งลง โดยพูดคุยกับรัสเซียมากขึ้น ลดการสนับสนุนยูเครนลง แต่กรณีเกาหลีเหนือและไต้หวันยังคาดการณ์ไม่ได้ ส่วนเรื่องนโยบายกีดกันทางการค้าคาดว่าจะขึ้น ๆ ลง ๆ คาดการณ์ไม่ค่อยได้

การกีดกันทางการค้า การกีดกันทางเทคโนโลยี การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้านเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) อาจจะรุนแรงขึ้น หรืออาจจะผ่อนคลายลง ขึ้นอยู่กับว่าการเจรจาทางธุรกิจเป็นอย่างไร

ทรัมป์เป็นนักเจรจา วางผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไว้ข้างหน้า นโยบายจะเป็นการซ้อนกันของเศรษฐกิจและการเมือง และเป็นการทดสอบการตอบรับ (Feedback) ของคนระดับกลางและระดับฐานรากของสังคมอเมริกาตลอดเวลา

ขณะที่ถ้าคามาลา แฮร์ริส เป็นประธานาธิบดี การสนับสนุนยูเครนจะยังมีต่อไป แม้ว่าสภาคองเกรสและปัญญาชนในสหรัฐไม่เห็นด้วยเท่าเดิมแล้ว

ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย
ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

ผลกระทบเศรษฐกิจโลก

สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ดร.สุรเกียรติ์กล่าวว่า ปัจจุบันโลกมีระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 2 แบบ คือ ระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศแบบเดิม กับระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศแบบทางเลือกใหม่ (Alternative International Economic Order) ซึ่งต้องพิจารณาทั้งสองแบบ

ถ้าโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี จะสร้างความสั่นไหวให้การเปิดเสรีการค้าและกรอบความร่วมมือต่าง ๆ เช่น กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (IPEF) ที่ไบเดนคิดขึ้นมา ซึ่งไทยก็จะเข้าร่วม แต่ต้องติดตามว่าทรัมป์จะเดินหน้าต่อหรือไม่

ถ้าทรัมป์เป็นประธานาธิบดี การกีดกันการค้าและการแข่งขันกับจีนคงมากขึ้น ตามที่ทรัมป์ได้หาเสียงเอาไว้ แต่มากขึ้นอย่างเอาแน่เอานอนไม่ได้ คาดเดาไม่ได้ เพราะทรัมป์เอาใจอุตสาหกรรมในประเทศ การตัดสินใจของทรัมป์จะขึ้นอยู่กับการล็อบบี้ของภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีความสามารถในการแข่งขันน้อย แต่มีความสามารถในการล็อบบี้สูง

“ถ้าแฮร์ริสเป็นประธานาธิบดี กรอบ IPEF ที่ไบเดนตั้งขึ้นจะเดินหน้าต่อ และคงจุดยืนไม่กลับเข้าเป็นสมาชิก ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ตามไบเดน ด้านความสัมพันธ์กับจีนจะแข่งขันต่อเนื่องและคาดการณ์ได้ ใช้กฎเกณฑ์ทางการค้าบ้าง โดยไม่ใช้เกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) แต่ใช้ข้อตกลงทวิภาคีแทน”

ส่วนระบบเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ คือ การรวมตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มต่าง ๆ และเครื่องมือทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น กลุ่มบริกส์ (BRICS) ที่ขยายใหญ่ขึ้น, ระบบการโอนเงินระหว่างประเทศของจีนที่สามารถใช้แทนระบบ SWIFT ได้, การเพิ่มบทบาทของเงินหยวนและลดบทบาทเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินระหว่างประเทศ จะยังคงถูกต่อต้านจากสหรัฐ คล้าย ๆ กัน ไม่ว่าใครจะชนะก็ตาม

ผลต่อการเมืองระหว่างประเทศ

ด้านการเมืองและความมั่นคง ดร.สุรเกียรติ์มองว่า ทรัมป์อาจพยายามยุติสงครามยูเครน แต่จะทำได้หรือไม่ต้องติดตามต่อไป เพราะการกระทำเช่นนั้นจะขัดกับมติของพันธมิตรตะวันตก

จุดยืนของทั้งทรัมป์และแฮร์ริสต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางน่าจะคล้ายกัน ยังคงสนับสนุนอิสราเอลและไม่กล้าห้ามปรามอิสราเอลมากทั้งคู่ เพราะพลังของชาวยิวในสหรัฐมีมาก

จุดยืนต่อผู้ก่อการร้ายกลุ่มต่าง ๆ จะยังเหมือนเดิม และทั้งสองคงมีมุมมองเหมือนกันว่าอิหร่านเป็นศัตรูทางการเมืองและการทหาร

นโยบายแหย่จีนเพื่อให้จีนไม่สามารถอยู่นิ่งได้ จะยังคงเหมือนเดิมและเหมือนกัน ไม่ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดี และคาดว่าสหรัฐจะมีความพยายามดึงเอาพันธมิตรของจีนไปอยู่ฝั่งสหรัฐและตะวันตกมากขึ้น

นอกจากนั้น ผลกระทบต่อองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาบทบาทขององค์กรระหว่างประเทศถูกด้อยค่า สหรัฐไม่ให้ความสำคัญองค์กรระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็น สหประชาชาติ (UN) องค์การการค้าโลก (WTO) และศาลโลก (ICJ) คาดว่าสภาพเหล่านี้จะดำเนินต่อไป ไม่ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีก็ตาม

ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย
ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

ความขัดแย้งซับซ้อน เลือกข้างยากขึ้น

ดร.สุรเกียรติ์ชี้ว่า สิ่งที่น่าสนใจ คือ ประเทศหนึ่ง ๆ มีจุดยืนแยกเป็นเรื่อง ๆ ไม่สามารถพูดเป็นภาพรวมได้ว่าประเทศไหนอยู่ฝั่งใด อย่างเช่น อินเดีย ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มบริกส์ ในเรื่องเศรษฐกิจอินเดียอยู่ฝั่งชาติตะวันตก แต่ในเรื่องรัสเซีย-ยูเครน อินเดียไม่อยู่ฝั่งตะวันตก เพราะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียและได้ประโยชน์จากการซื้อน้ำมันราคาถูก

จะเห็นว่าเรื่องการเมืองกับเศรษฐกิจมีการผสาน (Merge) กัน สงครามทางเศรษฐกิจกับสงครามแย่งดินแดนแบบดั้งเดิมไม่ได้แยกขาดจากกันเหมือนในอดีต แต่มีผลเชื่อมโยงกัน ทำให้แต่ละประเทศมีจุดยืนต่างออกไปในแต่ละเรื่อง

“ความยากของไทยคือการจะดูว่าประเทศไหนอยู่ฝั่งไหน ต้องดูเฉพาะในแต่ละเรื่องว่าประเทศไหนมีจุดยืนทางไหนในเรื่องไหน แล้วประเมินผลกระทบและตัดสินใจว่าจุดยืนของไทยในแต่ละเรื่องจะไปทางไหน”

ดร.สุรเกียรติ์ชี้ว่า ความขัดแย้งต่าง ๆ ซับซ้อนขึ้น เช่น ปัญหาในเมียนมาที่ซับซ้อนขึ้น เพราะแต่ละฝั่งมีผู้สนับสนุนเป็นมหาอำนาจ แต่ประเทศไทยไม่ค่อยมองผ่านเลนส์ใหม่ ไทยยังมองผ่านเลนส์เดิม ว่าไม่ว่าอย่างไรรัฐบาลทหารก็ชนะ แต่ในความเป็นจริง รัฐบาลทหารไม่ชนะแต่ก็ไม่แพ้ ขณะที่กลุ่มต่าง ๆ เข้มแข็งขึ้น เพราะมีการสนับสนุนจากมหาอำนาจ ปัญหาในเมียนมาจึงไม่ใช่แค่ปัญหาภายในประเทศ

ประเทศไทยมีพรมแดนติดเมียนมา 2,400 กิโลเมตร การที่ไทยพยายามจะแก้ปัญหา บางเรื่องพูดกับรัฐบาลทหารเมียนมาได้ แต่บางเรื่องต้องไปพูดกับคนอื่น

อันตรายของไทยคือ ไทยยังนั่งท่องฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ซึ่งผ่านมา 3 ปีแล้วยังไม่สามารถบรรลุได้สักข้อ

สิ่งที่ไทยและอาเซียนจำเป็นต้องทำ คือ คุยกับผู้มีอำนาจจากภายนอกที่เข้ามาหนุนฝ่ายต่าง ๆ

ไทยต้องมีจุดยืนที่ถูกต้อง

“ไม่ว่าใครชนะโลกก็ปั่นป่วนต่อไป” ดร.สุรเกียรติ์ย้ำอีกครั้ง และแนะว่าต้องกวาดสัญญาณอนาคตให้ดี ๆ เพราะปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ดูเหมือนอยู่ไกลและไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งนั้นส่งผลกระทบต่อไทยทั้งหมด เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงครามตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน และส่งผลต่อราคาสินค้าส่งออก-นำเข้า

ดร.สุรเกียรติ์ย้ำว่า ไทยต้องประเมินดี ๆ และมีจุดยืนที่ถูกต้อง บทบาทที่พึงประสงค์ของไทย คือ “ต้องทันโลก” ในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมและเศรษฐกิจทางเลือกที่เกิดใหม่

ด้านการเมือง ต้องดูว่าผลประโยชน์ของการขัดแย้งในแต่ละเรื่องคืออะไร ประเทศไหนหนุนฝ่ายไหนในเรื่องนั้น ๆ

ด้านสังคมก็ต้องตามให้ทันเช่นกัน เช่น เรื่องความยั่งยืน เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องประชาธิปไตย

ไทยต้องวางจุดยืนของประเทศให้ถูกและเป็นจุดยืนที่ปลอดภัย ต้องมีบทบาทในการเป็นผู้หาทางออกจากความขัดแย้ง เป็นผู้ผลักดันการแก้ปัญหาในเรื่องที่ไทยมีพลังพอจะทำได้ อย่างเรื่องเมียนมา เรื่องทะเลจีนใต้ เป็นต้น

“ในเรื่องความขัดแย้งของมหาอำนาจ จุดยืนของไทยคือไม่เป็นคู่ขัดแย้ง แต่จะทำอย่างไรให้ผลเสียไม่มาถึงไทย ในความขัดแย้งบางเรื่องเรามีความสามารถเป็นสะพานเชื่อมได้ แต่อย่าไปเชื่อมในเรื่องที่เราไม่มีพลัง เช่น เรื่องรัสเซีย-ยูเครน เรื่องปัญหาตะวันออกกลาง เราไม่มีพลังที่จะไปเชื่อม แต่เราเชื่อมคู่ขัดแย้งที่เราพอมีพลังคือเรื่องเมียนมา เรื่องความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ประเทศไทยต้องเดินเป็นตัวเอก”

ในช่วงท้าย ดร.สุรเกียรติ์สรุปเหมือนที่เปิดปาฐกถาว่า ไม่ว่าใครจะชนะโลกจะยังคงป่วนต่อไป แต่จะป่วนแบบคาดการณ์ได้ หรือคาดการณ์ไม่ได้

“ไทยต้องทำ Future Foresight หรือกวาดสัญญาณอนาคตให้ดี ๆ และต้องเตรียมตัวให้พร้อม”