เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

สำรวจแผนปฏิรูปการคลังมาเลเซีย เป็นอย่างไร มีเป้าหมายอะไรบ้าง

26 ต.ค. 2567 | 16:40น.
ใจกลางเมืองกัวลา ลัมเปอร์ ที่มาเลเซีย ภาพโดย REUTERS/Hasnoor Hussain

อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของมาเลเซีย เสนอร่างงบประมาณปีงบประมาณ 2025 ต่อรัฐสภา เมื่อวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2024 เป็นการเสนอรายจ่ายรัฐบาลสูงถึง 421,000 ล้านริงกิต (ราว 3.26 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นการตั้งงบประมาณสูงสุดเท่าที่เคยเป็นมา คิดเป็น 20.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี (GDP) และยังมีการวางแผนจัดการภาษีใหม่หลายด้าน เพื่อรับมือกับรายจ่ายงบประมาณที่สูงขึ้น

ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส หรือ พีดับบลิวซี (PwC) หนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชีที่ใหญ่ที่สุดในโลก วิเคราะห์ว่า หลังจากเผชิญความท้าทายมาตลอดสองสามปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของมาเลเซียกำลังอยู่ในช่วงที่ดีมาก ทั้งจากตัวเลขจีดีพีสามไตรมาสหลังสุดที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง การคุมอัตราเงินเฟ้อ และการแข็งค่าของสกุลเงินริงกิต ทำให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของมาเลเซียอยู่ในระดับที่สูง ดังนั้น ร่างงบประมาณของปีงบฯ 2025 และมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลมาเลเซียจึงเป็นยุทธศาสตร์ที่ออกแบบมาเพื่อรักษาแนวโน้มทางเศรษฐกิจให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน  

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนสำรวจแผนปฏิรูปการคลัง ปรับโครงสร้างภาษีใหม่ของมาเลเซีย ว่ามีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง เป้าหมายคืออะไร เหตุใดมาเลเซียจึงต้องเปลี่ยน รวมถึงความเห็นนักวิเคราะห์จากสถาบันต่าง ๆ ซึ่งรวบรวมมาให้แล้ว ดังต่อไปนี้

ลดการอุดหนุนทางสังคมเพื่อรักษาวินัยทางการคลัง

เพื่อลดการขาดดุลทางการคลังและลดระดับหนี้สาธารณะของประเทศ หรือเรียกว่าเป็นการรักษาวินัยทางการคลัง ในแผนงบประมาณปีงบฯ 2025 รัฐบาลมาเลเซียได้ประกาศลดการอุดหนุนและเยียวยาทางสังคมเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยลดลง 14.4% จากปีก่อนหน้า (YOY) เหลือ 52,600 ล้านริงกิต (ราว 4 แสนล้านบาท) ที่ชัดเจนที่สุด คือการเลิกอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซิน 95 ซึ่งจะเปลี่ยนไปใช้ระบบสองราคา คือราคาตลาดสำหรับกลุ่มคนรวยสุด 15% ส่วนคนที่เหลือจะยังคงได้รับการอุดหนุนราคาจากภาครัฐเช่นเดิม

ขยายฐานรายได้รัฐบาล และจัดสรรรายได้อย่างเป็นธรรม

มาเลเซียจะขยายฐานการจัดเก็บภาษีการขายและบริการ (SST) ซึ่งเก็บอยู่ที่อัตรา 8% เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 และจะเก็บภาษีเงินปันผล 2% สำหรับบุคคลที่ได้รับเงินปันผลเกินกว่า 100,000 ริงกิต (ราว 770,000 บาท) ซึ่งจะเริ่มในปี 2025 เพื่อแบ่งเบาภาระทางภาษีของผู้มีรายได้ต่ำ 

นอกจากนี้ยังจะเรียกเก็บภาษีคาร์บอนเริ่มปี 2026 โดยเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมเหล็กและพลังงาน ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป (EU)  แล้วจะจัดสรรรายได้ไปยังโครงการวิจัยพลังงานสะอาด พัฒนาทุ่งโซลาร์ขนาดใหญ่ ซึ่งใช้งบปี 2025 สูงถึง 300 ล้านริงกิต (ราว 2,300 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากงบปี 2024 ถึง 3 เท่า 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลจาก 0.4 ริงกิตต่อลิตร เป็น 0.9 ริงกิตต่อลิตร มีผล 1 มกราคม 2025

ยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงาน 

รัฐบาลมาเลเซียประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 1,500 ริงกิต (ราว 11,000 บาท) เป็น 1,700 ริงกิต (ราว 13,000 บาท) อัตราเดียวทั่วประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2025 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้รายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.3% 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำของเจ้าหน้าที่รัฐเป็น 2,000 ริงกิตต่อเดือน (ราว 15,000 บาท) และเพิ่มเงินเดือนของเจ้าหน้าที่รัฐระดับกลางอีก 15% ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเพิ่มขึ้น 7% 

ไม่เพียงเท่านั้น มาตรการใหม่ยังบังคับให้นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแก่แรงงานที่เป็นชาวต่างชาติอีกด้วย

เสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันระดับโลก

รัฐบาลมาเลเซียต้องการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ด้วยการใช้กรอบสร้างแรงจูงใจต่อการลงทุนใหม่ (New Investment Incentive Framework: NIIF) ซึ่งจะเริ่มใช้ในไตรมาส 3 ของปี 2025 โดยเป็นการมุ่งเน้นไปยังกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น มาตรการเพิ่มความหลากหลายของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical and Electronics Products : E&E) และการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เพื่อมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทาน และสร้างโอกาสงานรายได้สูง โดยการให้สิทธิพิเศษหักค่าลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมสำหรับสถาบันการศึกษาเอกชนที่เปิดสอนหลักสูตรสาขาเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากรัฐบาลมาเลเซียอีกในอนาคต

ทุกมาตรการเพื่อหนุนเศรษฐกิจ  

สรุปได้ว่า มาตรการหลายอย่างของรัฐบาลมาเลเซียออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว จากมาตรการภาษีที่ก้าวหน้าเพื่อเสริมสร้างความเท่าเทียมและขยายฐานรายได้ของภาครัฐ การยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานโดยการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและขยายประกันสังคมให้มีความครอบคลุม อีกทั้งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (E&E) เพื่อมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) 

ความเห็นของนักวิเคราะห์

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รวบรวมความเห็นของนักวิเคราะห์ ต่อแผนการปฏิรูปทางการคลังของมาเลเซียไว้ ดังนี้

ปีเตอร์ กอง (Peter Kong) นักวิเคราะห์จากเกนังงะ รีเสิร์ช (Kenanga Research) กล่าวว่า ผู้บริโภคกลุ่มเล็ก ๆ จะได้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ขณะที่มาตรการดึงดูดการลงทุนแบบมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยคงความน่าสนใจของมาเลเซียให้อยู่ในระดับสูงต่อไป 

วินสัน พุน (Winson Phoon) จากเมย์แบงก์ ซีเคียวริตี้ส์ (Maybank Securities) กล่าวว่า แม้งบประมาณปี 2025 จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะปรับปรุงงบประมาณให้มั่นคงขึ้น แต่ก็ยังไม่อาจเพิ่มอันดับเครดิตให้ดีขึ้นได้อย่างเห็นผลชัดเจน มาเลเซียจำเป็นต้องปรับปรุงรายได้ (จีดีพี) และความสามารถในการชำระหนี้ของมาเลเซีย เพราะอัตราหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของมาเลเซียยังสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ที่มีอันดับใกล้เคียงกัน

เอเพ็กซ์ ซีเคียวริตี้ส์ (Apex Securities) วิเคราะห์ว่า ตลาดอาจมีปฏิกิริยาเชิงลบต่อแผนการเก็บภาษีเงินปันผลหุ้น อย่างไรก็ตาม งบประมาณปี 2025 จะเป็นประโยชน์ต่อภาคการก่อสร้าง ผู้บริโภค ภาคการท่องเที่ยว บริการสุขภาพ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ภาคอสังหาริมทรัพย์ และภาคเทคโนโลยี

ไอวี่ อึ้ง (Ivy Ng) และคณะนักวิเคราะห์จากซีไอเอ็มบี ซีเคียวริตี้ส์ วิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวอย่างเป็นกลางหรือลดลงเล็กน้อยต่องบประมาณประจำปี 2025 มาตรการภาษีใหม่อาจทำให้ผู้คนลงทุนหุ้นปันผลน้อยลง รายได้ของบริษัทอาจลดลงจากการที่ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่แรงงานชาวต่างชาติ