“ยันฮี” ประกาศหมุดหมายวาระครบรอบ 40 ปี ลั่นขึ้นผู้เล่นท็อป 3 ศัลยกรรมความงาม 7 หมื่นล้าน เดินหน้าเสริมแกร่งนวัตกรรมความงาม ต่อยอดโนว์ฮาวแปลงเพศ หวังชิงฐานผู้บริโภคเจนซี-ชาวข้ามเพศ พร้อมวางแผน 5 ปีตั้งศูนย์ดูแลสูงวัย 450 เตียงรับเทรนด์ วางเป้ารายได้โต 4-5% ปี แซงตลาด
ทพญ.สุชาวดี สัมฤทธิวณิชชา กรรมการบริษัท โรงพยาบาลยันฮี กล่าวว่า ตลาดศัลยกรรมความงามมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท มีการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 2-3% ต่อปี มาตั้งแต่สิ้นสุดการระบาดของโควิด-19 รวมถึงยังมีคลินิก-โรงพยาบาลด้านความงามเปิดให้บริการรวมกันกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ แม้สภาพเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดนี้
โดยการเติบโตนี้เป็นผลจากผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญและลงทุนกับการเสริมรูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงานที่นิยมทำจมูก ตา การดูดไขมัน ฯลฯ หรือกลุ่มสูงวัยที่ต้องการลดริ้วรอยบนใบหน้า-ดวงตา ไปจนถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่เจนซี (ผู้ที่เกิดระหว่างปี 2539-2555) ซึ่งให้ความสนใจด้านการจัดฟันและผ่าตัดขากรรไกร
เช่นเดียวกับกระแสความต้องการบริการความงามจากผู้บริโภคต่างชาติทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะด้านการแปลงเพศรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งได้รับความนิยมจากชาวจีน, เกาหลี และญี่ปุ่น เนื่องจากชื่อเสียงของแพทย์ชาวไทย การบริการ และความเปิดกว้างของกฎหมาย-สภาพสังคมในไทย
มุ่งท็อป 3 ศัลย์ความงามปี’69
ทพญ.สุชาวดีกล่าวต่อไปว่า ด้วยแนวโน้มการเติบโตของตลาดศัลยกรรมความงาม และดีมานด์จากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินี้ ประกอบกับวาระโรงพยาบาลยันฮี ครบรอบ 40 ปี จึงวางเป้าหมายใหม่ที่จะพา โรงพยาบาลยันฮี ขึ้นสู่กลุ่มท็อป 3 ผู้ให้บริการศัลยกรรมความงามในใจผู้บริโภคชาวไทย ภายในปี 2569 รวมถึงผลักดันรายได้ให้เติบโตเพิ่มจาก 1-2% ในปัจจุบัน เป็น 4-5% ต่อปี ทั้งด้วยธุรกิจปัจจุบันอย่างศัลยกรรมความงาม, การแปลงเพศ และสินค้าสุขภาพ รวมไปถึงการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ด้านสูงวัยที่จะเริ่มเป็นรูปร่างในอีก 5 ปีข้างหน้า
ในด้านสุขภาพและความงามนั้นจะขยายฐานไปยังผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ เช่น เจนซี ด้วยบริการด้านจัดฟันและผ่าตัดขากรรไกร ที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรงในกลุ่มผู้ปกครองและตัวของผู้บริโภคเจนซี โดยโรงพยาบาลเปิดแผนกเฉพาะทางด้านนี้และเพิ่มจำนวนทีมแพทย์มาระยะหนึ่งแล้ว หลังจากนี้จะเดินหน้าทำการตลาดสร้างการรับรู้เพื่อดึงดูดผู้มาใช้บริการ
ขยายฐานกลุ่มข้ามเพศ
ขณะเดียวกันจะมุ่งดึงดูดผู้ข้ามเพศทั้งไทยและต่างชาติ ด้วยการใช้บริการแปลงเพศเป็นแม็กเนตหลัก เนื่องจากเป็นบริการที่ชาวต่างชาติ อาทิ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น ให้ความสนใจ เช่นเดียวกับคนไทย โดยจะเน้นย้ำจุดเด่นของโรงพยาบาล ในเรื่องความเชี่ยวชาญ การมีบริการหลากหลายและแบบครบวงจรด้านร่างกาย-จิตใจตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการทั้งการแปลงเพศชาย-หญิง และหญิง-ชาย
พร้อมทำตลาดบริการศัลยกรรมความงามด้านอื่น ๆ โดยชูความเชื่อมั่นจากประสบการณ์ 40 ปีและทีมแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงการรักษาที่ได้รับมาตรฐานจาก JCI (Joint Commission International) เพื่อมุ่งสร้างการบอกต่อในหมู่ผู้ข้ามเพศและผู้สนใจทำศัลยกรรมความงามในประเทศต่าง ๆ
ขณะเดียวกันยังจับมือหน่วยงานรัฐออกเดินสายโรดโชว์ด้านบริการศัลยกรรมความงามในประเทศต่าง ๆ อาทิ กัมพูชา เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง ตามเป้าเพิ่มสัดส่วนผู้ใช้บริการชาวต่างชาติจาก 30% ในปัจจุบันขึ้นเป็น 40-50%
โหมสินค้า-บริการใหม่
ส่วนธุรกิจสินค้าสุขภาพจะเดินหน้าส่งสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มสูตรใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ประเดิมด้วย 2 สินค้าใหม่ที่มุ่งจับกลุ่มผู้ออกกำลังกายอย่าง “ยันฮีโก” (Yanhee GO) เครื่องดื่มผสมเกลือแร่ ไร้น้ำตาล และ “แอลคาร์นิทีนวอเตอร์” เครื่องดื่มผสมแอลคาร์นิทีน ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้
นอกจากนี้ เตรียมเปิดบริการใหม่สำหรับรองรับสังคมสูงวัย ในรูปแบบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุขนาด 450-500 เตียง ซึ่งจะให้บริการทั้งดูแลแบบครบวงจรทั้งกายภาพบำบัด สันทนาการ ฯลฯ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาและร่างแผนงบประมาณ คาดว่าจะใช้ที่ดินที่โรงพยาบาลครอบครองอยู่เป็นสถานที่ตั้ง ขณะเดียวกันจะลงทุนสร้างลานจอดรถเพิ่มเติมเพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย
ทพญ.สุชาวดีย้ำว่า ด้วยยุทธศาสตร์เหล่านี้จะช่วยให้โรงพยาบาลยันฮี เข้าไปอยู่ในกลุ่มท็อป 3 ผู้ให้บริการศัลยกรรมความงามในใจผู้บริโภคชาวไทยภายในปี 2569 รวมถึงผลักดันรายได้ให้เติบโตเพิ่มจาก 1-2% ในปัจจุบัน เป็น 4-5% ต่อปี ตามที่วางเป้าไว้