ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 29 ตุลาคม เวลา 09.13 น.อัพเดตล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น.
นาโตยืนยันทหารเกาหลีเหนือประจำการในแคว้นเคิร์สก์ ชายแดนติดยูเครน ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่าจะไม่เพิ่มข้อจำกัดใหม่ ๆ ต่อการใช้อาวุธสหรัฐของยูเครน หากเกาหลีเหนือเข้าร่วมสงครามกับรัสเซีย
วันที่ 29 ตุลาคม 2024 รอยเตอร์ (Reuters) และ บีบีซี (BBC) รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐจะไม่กำหนดข้อจำกัดใหม่ต่อการใช้อาวุธสหรัฐของยูเครน หากเกาหลีเหนือเข้าร่วมสงครามกับรัสเซีย ขณะที่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ยืนยันว่าทหารเกาหลีเหนือประจำการในแคว้นเคิร์สก์ของรัสเซีย ชายแดนติดยูเครน นับเป็นความเคลื่อนไหวที่ขยับเข้าใกล้ยูเครน
การส่งทหารเกาหลีเหนือไปประจำการในภูมิภาคเคิร์สก์ในรัสเซีย ซึ่งทหารยูเครนมีฐานที่มั่นอยู่ กำลังทำให้ชาติตะวันตกเกิดความกังวลว่าความขัดแย้งในยูเครนที่ดำเนินมานาน 2 ปีครึ่งอาจขยายวงกว้างขึ้นอีก แม้ว่าชาติตะวันตกจะหันไปให้ความสนใจกับตะวันออกกลางก็ตาม และอาจเป็นสัญญาณว่ารัสเซียหวังที่จะชดเชยความสูญเสียในสนามรบที่กำลังเพิ่มขึ้น และยังคงเดินหน้าสร้างชัยชนะอย่างช้า ๆ แต่มั่นคงในยูเครนตะวันออกต่อไป
“ความร่วมมือทางทหารที่ลึกซึ้งระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามต่อทั้งความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและยูโร-แอตแลนติก” มาร์ก รัตต์ (Mark Rutte) เลขาธิการนาโตกล่าวภายหลังการหารือกับผู้แทนเกาหลีใต้เกี่ยวกับการประจำการทหารเกาหลีเหนือ
โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า พัฒนาการดังกล่าวเป็นอันตรายอย่างมาก
กระทรวงกลาโหมสหรัฐประมาณว่า ทหารเกาหลีเหนือราว 10,000 คนประจำการอยู่ทางตะวันออกของรัสเซีย รวมถึงนครวลาดิวอสต็อกสำหรับการฝึกฝน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีราว 3,000 คน ณ วันที่ 23 ตุลาคม
ซาบรีนา สิงห์ โฆษกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า ทหารเกาหลีเหนือบางส่วนเคลื่อนเข้าใกล้ยูเครนแล้ว และเรากำลังกังวลมากขึ้นว่ารัสเซียตั้งใจที่จะใช้ทหารเหล่านี้ในการสู้รบ หรือสนับสนุนปฏิบัติการต่อต้านกองทัพยูเครนในแคว้นเคิร์สก์ โอบลาสต์ ใกล้พรมแดนติดกับยูเครน
แต่กระทรวงกลาโหมปฏิเสธที่จะยืนยันว่ากองกำลังเกาหลีเหนืออยู่ในแคว้นเคิร์สก์แล้ว โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า มีแนวโน้มว่าพวกเขากำลังเคลื่อนตัวในทิศทางนั้นไปยังแคว้นเคิร์สก์ แต่ในขณะนี้ตนยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม
รัตต์ เลขาธิการนาโตกล่าวอีกว่า การส่งทหารเกาหลีเหนือไปประจำการถือเป็นสัญญาณของความสิ้นหวังที่เพิ่มขึ้นของปูติน จากการที่ทหารรัสเซียมากกว่า 600,000 นายเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บในสงคราม และปูตินไม่สามารถโจมตียูเครนต่อไปได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ
ในตอนแรกรัฐบาลรัสเซียปฏิเสธรายงานเกี่ยวกับการประจำการของเกาหลีเหนือว่าเป็น “ข่าวปลอม” อย่างไรก็ตาม วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียไม่ได้ปฏิเสธว่ากองกำลังเกาหลีเหนืออยู่ในรัสเซีย และกล่าวว่าเป็นเรื่องของรัฐบาลรัสเซียเกี่ยวกับว่าจะดำเนินการตามสนธิสัญญาหุ้นส่วนกับรัฐบาลเกาหลีเหนืออย่างไร
ผู้นำรัสเซียกล่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ารัสเซียจะตอบสนองตามนั้น หากสหรัฐและพันธมิตรช่วยให้ยูเครนโจมตีเข้าไปลึกถึงดินแดนในรัสเซีย โดยรัสเซียมองว่าการอนุมัติของชาติตะวันตกที่อาจเกิดขึ้นเป็น “การมีส่วนร่วมโดยตรงของนาโต” ในสงคราม อย่างไรก็ตาม สหรัฐไม่ได้ให้สัญญาณว่าจะอนุมัติคำขอโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียของยูเครน
โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการยกระดับความรุนแรงของรัสเซีย และอันดรี ซิบีฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนกล่าวผ่านเว็บไซต์ X ว่ารัฐบาลยูเครนได้เตือนเกี่ยวกับการเคลื่อนพลของเกาหลีเหนือมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว และกล่าวหาพันธมิตรว่าไม่สามารถตอบโต้ได้อย่างเต็มที่ และเรียกร้องให้ยกเลิกข้อจำกัดในการโจมตีระยะไกลของยูเครนต่อรัสเซียทันที
นับตั้งแต่คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือและปูตินพบกันที่ภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซียเมื่อปีที่แล้ว เกาหลีเหนือและรัสเซียได้ยกระดับความสัมพันธ์ทางทหาร และในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คิมและปูตินพบกันอีกครั้งเพื่อลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม ซึ่งรวมถึงข้อตกลงการป้องกันร่วมกัน
ตามมาด้วยการเยือนทวิภาคีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงระหว่างสองประเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกัน และเมื่อวาน (28 ตุลาคม) โช ซอนฮุย รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือเดินทางเยือนรัสเซียเป็นครั้งที่ 2 ในรอบหกสัปดาห์