เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักอีกครั้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักอีกครั้ง
เพลิดเพลินกิจกรรมสร้างสรรค์พบ 10 ปกหนังสือขายดี มติชน J02
Biz Movement เพลิดเพลินกิจกรรมสร้างสรรค์พบ 10 ปกหนังสือขายดี มติชน J02
เจาะแผน ศรีนานาพร ฝ่าวิกฤตไฟไหม้ ฟื้นธุรกิจ
Business เจาะแผน ศรีนานาพร ฝ่าวิกฤตไฟไหม้ ฟื้นธุรกิจ
เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น
Finance เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
ส่อง 20 กองทุนเด่นโค้งท้ายปี ก่อนปิดฉาก Thai ESG ลดภาษี 3 แสน
Finance ส่อง 20 กองทุนเด่นโค้งท้ายปี ก่อนปิดฉาก Thai ESG ลดภาษี 3 แสน
เร่งถกซื้อเพิ่มก๊าซเมียนมา เล็งแหล่ง A6 ส่งเข้าราชบุรี
Economic เร่งถกซื้อเพิ่มก๊าซเมียนมา เล็งแหล่ง A6 ส่งเข้าราชบุรี
ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
Business ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
ดูทั้งหมด

วิชาผู้นำ ธรรมะและคน 3 ประเภทที่เราต้องเจอ : ศุภจี ดุสิตธานี

30 ต.ค. 2567 | 12:28น.
แนวคิด ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้บริหาร ดุสิตธานี
สัมภาษณ์พิเศษ
โดย : วรรณโชค ไชยสะอาด

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ยังกระตือรือร้นและหลงใหลในการนำองค์กรขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อย่าง “ดุสิตธานี” เธอเพิ่งนำเรือธงระดับตำนานกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังจากปิดปรับปรุงและก่อร่างสร้างใหม่ในระยะเวลารวมกว่า 5 ปี ภายใต้แนวคิด An Icon Reimagined 

ตลอดชีวิตการทำงานของ “ศุภจี” มีประสบการณ์ การตัดสินใจ และคุณลักษณะผู้นำมากมายให้ได้เรียนรู้

ต่อไปนี้คือบางเรื่องที่เธอเล่าผ่าน “ประชาชาติธุรกิจ”

จุดร่วมคือคน จุดนำคือธง

อดีตเด็กสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่าสิ่งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงคือ เข้าใจ เคารพ และเปลี่ยนแปลง โดยจุดร่วมสำคัญในการบริหารของแต่ละองค์กรคือ “คน” ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ สุดท้ายเดินด้วยคน

ผู้นำต้องสร้างธงให้ทีมงานเห็นว่า เราตั้งใจเพื่อให้ได้สิ่งใดและสิ่งนั้นจะเกิดประโยชน์กับเขาอย่างไร

“ต้องตั้งธงนั้นให้ชัดเจน มี Process กระบวนการทำงานและการวัดผลที่เกิดการรับรู้ เช่น คนทำดี เราต้องยกเขาขึ้นเป็นแชมเปี้ยนให้ทุกคนเห็น

“ระบบ KOL ใครทำดี ชูเขาขึ้นมา ใครไม่ดีต้องจัดการ ไม่อย่างนั้น คนจะคิดว่าฉันไม่จำเป็นต้องทำอะไรดีมากก็ได้นี่หว่า เพราะคนทำไม่ดีไม่เห็นเป็นอะไรเลย”

มอบหมายหน้าที่ ตั้งมาตรฐาน มีเป้าหมายชัดเจน ให้อำนาจตัดสินใจภายใต้ความยืดหยุ่นและคล่องตัว ทั้งหมดนี้ทำให้ทีมเดินหน้าร่วมกันได้อย่างมีความหมาย มีคุณค่าและมีประสิทธิภาพ

เธอบอกว่า หลักการใหญ่ทุกคนต้องเริ่มจากเข้าใจก่อนว่า “เราทำหน้าที่อะไรในบริษัทแห่งนี้” ตัวอย่างเช่น ในฐานะซีอีโอดุสิตธานี ต้องการนำพาความเป็นไทยออกไปให้ทั่วโลกชื่นชม วัตถุประสงค์คือเรื่องนี้ พนักงานของเราทุกคนรับรู้และมีวิชั่นเดียวกัน

พวกเขาต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในบทบาทของเขา เช่น พนักงานเปิดประตูต้องเปิดให้ดีที่สุด พนักงานปูเตียงต้องเนี้ยบที่สุด พนักงานที่ Front ต้องต้อนรับแขกได้ยอดเยี่ยมที่สุด

ธรรมชาติของคน 3 ประเภท

ศุภจีเป็นคนแสดงออกอย่างใจเย็นและโฟกัสกับโจทย์ตรงหน้า เมื่อต้องพัฒนา เธอบอกว่าทุก ๆ องค์กรหรือแม้กระทั่งในชีวิตส่วนตัว มักจะมีคนอยู่ 3 กลุ่ม

  1. มองตาแล้วรู้ใจ อาจมีไม่มากในแต่ละองค์กร 10-20 เปอร์เซ็นต์
  2. ไม่แน่ใจกับเป้าหมายและสิ่งที่ผู้นำคนใหม่แสดงเจตนารมณ์ 70-80 เปอร์เซ็นต์

“เอาไงดีนะ ไม่แน่ใจ ฉันควรหรือไม่ควร”

  1. ฉันไม่เอาด้วย 10-20 เปอร์เซ็นต์

“ไม่ชอบเธอ จะเสียบด้วย ไม่อยากเปลี่ยน ทำไมต้องมาทำให้ชีวิตฉันวุ่นวาย”

“หน้าที่เราคือสลายคนกลุ่มนี้ไปให้เร็วที่สุด ถ้าเป็น Toxic มาก ๆ ก็ต้องจัดการ ไม่อย่างนั้นสิ่งอื่น ๆ ทั้งหลายมันเดินต่อไปไม่ได้”

CEO หญิงบอกว่าการสื่อสารกับ “คู่ขัดแย้งโดยตรง” นั้นทำได้ยาก “ยังไงเขาก็ไม่ฟัง” จำเป็นต้องหาคนที่เขาเชื่อและเปิดรับไปพูดแทน

“เรามีกลุ่มมองตารู้ใจแล้วไปด้วยกัน กลุ่มนี้เราต้องหาให้ดีเลยว่าคือใคร แล้วใช้คนกลุ่มนี้เป็นแชมเปี้ยน เป็น Catalyst (ตัวเร่งตัวกระตุ้น) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง” เธอย้ำ

“การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ทำโดยเรา แต่เป็นกลุ่มนี้ที่เราต้องหาให้เจอ”

การเปลี่ยนแปลงคนกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ยังต้องทำ Baby Steps ซอยเป้าหมายใหญ่เป็นเป้าหมายเล็ก ๆ เพื่อให้คนเริ่มเห็นผลลัพธ์และเดินตาม

“ประกาศแผนระยะยาว 9 ปี ทุกคนรอไม่ไหวหรอก เป้ามันใหญ่มาก เราต้องซอย แล้วทุกสเต็ปที่เราทำ มีการโปรโมตให้คนเหล่านี้เห็น มันจะค่อย ๆ ไปทีละนิดทีละหน่อย ทำให้เริ่มเข้าใจและคิดว่า อ๋อ…มันเป็นอย่างนี้นี่หน่า ดีจังเลย ที่คุณบอกว่าจะเริ่มปรับมันเป็นอย่างนี้”

สิ่งที่เธอทำกับดุสิตธานีคือ

  1. Balance การจัดการพอร์ตขององค์กรให้สมดุลมากขึ้น ไม่พึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมากเกินไป
  2. Diversify กระจายความเสี่ยง ให้บริการที่หลากหลาย
  3. Expand ขยายขีดความสามารถตามสิ่งที่เชี่ยวชาญและเห็นว่าเป็นโอกาส

“ถ้าเรามีเก้าอี้แค่ 2 ขา มันไม่ Balance หน้าที่เราคือเสริมขาให้เก้าอี้ ทำให้แข็งแรงมากขึ้น เป็นการบริหารความเสี่ยง”

รักษาแรงจูงใจ-ธรรมะแบบศุภจี

การรักษาความกระหาย แรงจูงใจในชีวิตและทำงานสำหรับหลายคนไม่ใช่เรื่องง่าย

ศุภจีแนะนำให้เริ่มจากคำถามเบสิกกับตัวเองว่า “เราทำไปเพื่ออะไร”

“คนทุกคนที่ทำงานหรือไม่ทำงานก็ตาม คุณต้องถามตัวเองว่ามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ถ้าไม่มีเป้าเลย ทำไปวัน ๆ แค่ให้จบ 24 ชั่วโมงไป วันหนึ่งคุณก็จะท้อว่า โห…วันนี้มันยากจังเนอะ ไม่อยากตื่นแล้วแหละ มันยากจริง ๆ แต่ถ้าคุณรู้ว่าทำเพื่อใคร ไม่ต้องยิ่งใหญ่มาก เช่น ทำเพื่อลูก เพื่อพ่อแม่ เพื่อครอบครัว เพื่อพนักงาน

“พวกนี้มันคือแรงผลักดันให้เราเดินสู่เป้าหมาย เออนี่ไงเรากลับบ้านก็สุขใจทุกวัน เพราะเราได้เห็นว่าเราได้ทำประโยชน์ให้คน ไม่ว่าจะในบทบาทใดที่เรามีอยู่ เป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้ตัวเราทุก ๆ วัน

ช่วงหลัง ‘ศุภจี’ ตกผลึกกับการทำงานมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการยึดโยงชีวิตกับ ‘ธรรมะ’

“ไม่ได้เข้าวัดเลย แต่ใช้การศึกษาเอา โหมันดีจังเลย บริหารโดยอิงแก่นกับหลักธรรมคำสอน”

เธอยกตัวอย่างเรื่อง พรหมวิหาร 4 ที่บอกว่าเป็นพื้นฐานชั้นดีให้มนุษย์ตระหนักกับสิ่งตรงหน้า

  • เมตตา – ให้โอกาสกับคน
  • กรุณา – ช่วยเหลือคน
  • มุทิตา – ชื่นชมกับคนเก่ง
  • อุเบกขา – วางเฉยกับสิ่งที่ว่าจะทุกข์หรือสุข ไม่มีอะไรแน่นอน

อีกเรื่องคือ อิทธิบาท 4

  • ฉันทะ – “ต้องรู้ก่อนว่าเราทำเพื่ออะไร มันคือฉันทะนั่นแหละ การที่เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจ แต่อย่าไปยึดติดกับผลลัพธ์นะ ทำเต็มที่ให้ดีที่สุด เราจะทำอะไรสร้างอิมแพ็กต์ยังไง”
  • วิริยะ – ลงมือทำในบทบาทที่เรามี ที่เราเป็น
  • จิตตะ – โฟกัสว่าควรทำอะไร เมื่อไหร่ ทุกคนมีสิ่งรอบข้างเป็นร้อย แต่ต้องมีจิตตะหรือจดจ่อกับสิ่งที่เราต้องการจะทำให้ดีที่สุด
  • วิมังสา – ตรวจเช็กตัวเองอยู่เสมอ สิ่งที่เราทำไปดีหรือเปล่า จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้ยังไง ไม่อย่างนั้นจะหลงทิศ