Skip to content

สกินแคร์-ยานยนต์-เครื่องดื่มโหมโฆษณาออนไลน์ดันเม็ดเงินทะลุ 3 หมื่นล้าน

31 ต.ค. 2567 | 08:09น.
สกินแคร์-ยานยนต์-เครื่องดื่มโหมโฆษณาออนไลน์ดันเม็ดเงินทะลุ 3 หมื่นล้าน

สกินแคร์-ยานยนต์-เครื่องดื่ม ครองท็อป 3 โฆษณาออนไลน์สูงสุด พาอุตสาหกรรมโต 16% สู่ 3.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่กลุ่มสื่อสารโยกงบฯ หันทำ CRM หวังตรึงลูกค้าเดิม จับตาช่องทางวิดีโอมาแรงต่อเนื่อง

วันที่ 31 ตุลาคม 2567 สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ The Digital Advertising Association of Thailand (DAAT) จับมือคันทาร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทวิจัยการตลาดและที่ปรึกษากลยุทธ์ด้านแบรนด์ เผยผลสำรวจการคาดการณ์มูลค่างบฯโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลของประเทศไทยของปี 2567

สกินแคร์-ยานยนต์-เครื่องดื่ม ครองแชมป์

ภารุจ ดาวราย นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปี 2567 นี้เม็ดเงินลงทุนโฆษณาดิจิทัลจะมีมูลค่า 33,859 ล้านบาท เติบโตถึง 16% จากปี 2566 โดยนับเป็นอีกปีที่เติบโตระดับเลข 2 หลัก

โดยกลุ่มที่ลงทุนมากสุดยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ที่มีเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 5,047 ล้านบาท ตามด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (3,898 ล้านบาท) กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (2,844 ล้านบาท) กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (2,053 ล้านบาท) และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (1,641 ล้านบาท) ตามลำดับ

ธุรกิจทุ่มโฆษณารับมือการแข่งขัน

ดร.อาภาภัทร บุญรอด กรรมการผู้จัดการฝ่ายลูกค้า และประธานฝ่ายการเจริญเติบโตแห่งเอเชียอาคเนย์ คันทาร์ (ประเทศไทย) เสริมว่า สาเหตุของการเติบโตสูงระดับเลขสองหลักในปีนี้มาจาก 2 ธุรกิจที่ใช้เม็ดเงินสูงสุดต่างเพิ่มเม็ดเงินในสื่อดิจิทัล

เริ่มจากกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่เติบโต 40% ในปี 2566 และยังคงขยายตัวต่อเนื่องถึง 46% จากการคาดการณ์ในปี 2567 เป็นผลมาจากการแข่งขันและการขยับตัวของแบรนด์ต่าง ๆ

ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรถไฟฟ้า ในขณะที่ผู้เล่นรายปัจจุบันพยายามจะสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าเอาไว้ ส่งผลให้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตถึง 30% ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วที่เติบโต 24%

อีคอมเมิร์ซหนุนเม็ดเงินโฆษณา

นอกจากนี้ การเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซยังหนุนให้เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลเติบโต เนื่องจากผู้บริโภคในทุกวันนี้ใช้ทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้านเพื่อหาข้อมูลและตัดสินใจซื้อ ดังนั้นแบรนด์จึงต้องสื่อสารทั้งช่องทางดิจิทัลและช่องทางการซื้อขายปกติแบบไร้รอยต่อ

เช่นเดียวกับพฤติกรรมของคนไทยที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต และเปิดกว้างต่อแอปและเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงการสื่อสารทางออนไลน์ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

กลุ่มสื่อสารโยกงบฯทำ CRM ตรึงลูกค้าเดิม

ขณะเดียวกันมีความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด เช่น กลุ่มธุรกิจสื่อสารใช้เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลลดลง คาดว่าเป็นผลจากการควบรวมกิจการของ 2 ผู้เล่นรายใหญ่ เช่นเดียวกับแบรนด์มือถือหลายแบรนด์หันไปใช้กลยุทธ์แนว CRM อย่างเก่าแลกใหม่ เพื่อตรึงฐานลูกค้าเดิม แทนการโฆษณาผ่านสื่อ

อย่างไรก็ตาม การลงเม็ดเงินโฆษณาเริ่มกระจายไปช่องทางต่าง ๆ มากขึ้น สะท้อนถึงพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคชาวไทยที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้แม้เมตา (เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม) ยังคงเป็นช่องทางที่นักการตลาดเลือกลงทุนโฆษณามากที่สุด แต่ TikTok เติบโตแบบพุ่งทะยาน และถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นสื่อที่ครองเม็ดเงินโฆษณามากที่สุดเป็นอันดับสามในปี 2567 ขณะเดียวกัน โฆษณาทางยูทูบและช่องทางสตรีมมิ่งอื่น ๆ เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน