เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัว
Politics นายกฯ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัว
พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา ‘พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน’ เสียชีวิต อายุ 103 ปี
News พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา ‘พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน’ เสียชีวิต อายุ 103 ปี
เอกนิติ ตั้งคณะทำงานรื้อยุทธศาสตร์ Data Center ครอบคลุมทุกมิติ ชง ครม. 4 ส.ค.นี้
Finance เอกนิติ ตั้งคณะทำงานรื้อยุทธศาสตร์ Data Center ครอบคลุมทุกมิติ ชง ครม. 4 ส.ค.นี้
PTTEP บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 4.50 บาท ขึ้น XD 14 ส.ค.นี้
Finance PTTEP บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 4.50 บาท ขึ้น XD 14 ส.ค.นี้
ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพันปีหลวง จัดกิจกรรมตลอดเดือนแห่งวันแม่
Biz Movement ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพันปีหลวง จัดกิจกรรมตลอดเดือนแห่งวันแม่
SET ฟื้นแรง-ปิดตลาดสุดสัปดาห์บวก 25 จุด ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด DELTA หนุน
Finance SET ฟื้นแรง-ปิดตลาดสุดสัปดาห์บวก 25 จุด ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด DELTA หนุน
จับตาปี 2040 รถไร้คนขับ ‘ระดับ 4’ จะกลายเป็นเรื่องปกติ ?
Automotive จับตาปี 2040 รถไร้คนขับ ‘ระดับ 4’ จะกลายเป็นเรื่องปกติ ?
เสนาฯ รุกตลาดต่างประเทศ โรดโชว์คอนโด 5 ทำเล เจาะนักลงทุน-เอเจนต์ไต้หวัน
Real Estate เสนาฯ รุกตลาดต่างประเทศ โรดโชว์คอนโด 5 ทำเล เจาะนักลงทุน-เอเจนต์ไต้หวัน
แจงปม “คีย์ทิพย์” แจ้งข้อมูลเท็จสุขภาพประชาชน แสดงผลบนแอปทางรัฐ
Politics แจงปม “คีย์ทิพย์” แจ้งข้อมูลเท็จสุขภาพประชาชน แสดงผลบนแอปทางรัฐ
กรอ. เคาะ 5 ยุทธศาสตร์ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย ‘เอกนิติ’ ตั้งเป้าดันลงทุนแตะ 30% ของ GDP
Economic กรอ. เคาะ 5 ยุทธศาสตร์ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย ‘เอกนิติ’ ตั้งเป้าดันลงทุนแตะ 30% ของ GDP
ดูทั้งหมด

เปิดมุมมอง ‘อธิการบดีจุฬาฯ’ ในวันที่สถานศึกษาต้องเข้าสู่ยุค AI

02 พ.ย. 2567 | 14:35น.
viierd

การเข้ามามีบทบาทของ AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำให้คนทำงานต้องรีสกิลและเพิ่มพูนความรู้ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หรือแม้แต่ในมุมของมหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่ผลิตคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดหรือโครงสร้างหลักสูตรให้ตอบสนองความต้องการในปัจจุบันมากขึ้น

“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ในยุคเปลี่ยนผ่านมาสู่การบริหารงานของอธิการบดีคนใหม่ “ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร” (ดำรงตำแหน่งปี 2567-2571) มาพร้อมกับวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนจุฬาฯ เป็น AI University และสร้างการเติบโตโดยมีนิสิตเป็นศูนย์กลาง ภายใต้นโยบาย “Chula Power of Togetherness”

ก้าวสู่ Global-Thai University

ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวว่า ความนิยมในการใช้งาน AI เข้ามามีบทบาทกับสถานศึกษาเป็นอย่างมาก ทีมผู้บริหารใหม่จึงตั้งใจที่จะสร้างการเติบโตให้จุฬาฯ ในแกนต่าง ๆ เริ่มที่ Inter Growth เติบโตเป็น Global-Thai University หรือมหาวิทยาลัยที่เป็นตัวเลือกในระดับโลก ผ่านการทำวิจัยระดับ International Research ให้มากขึ้น และสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการพัฒนาหลักสูตรและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เช่น MIT และมหาวิทยาลัยชิงหัว เป็นต้น

“นอกจากนิสิตจะได้รับความรู้จากมหาวิทยาลัยชั้นนำแล้ว ยังดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาศึกษาในไทยมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เพราะเวลานักเรียนต่างชาติเข้ามาเรียนในไทยหลักสูตร 2-4 ปี ใช้เงินไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยเป้าหมายระยะแรกต้องการเจาะไปที่กลุ่มคนจีน หรือในเอเชียก่อน”

อีกทั้งจุฬาฯ จะสร้างความร่วมมือกับองค์กรระดับโลก เพื่อให้เป้าหมายการเติบโตในระดับโลกสัมฤทธิ์ผลมากขึ้น เช่น องค์การสหประชาชาติ (UN) และสภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum (WEF) โดยแต่ละปีจุฬาฯ กับ WEF จะร่วมกันทำวิจัยเกี่ยวกับภาพรวมของตลาดแรงงาน ซึ่งปีหน้าจะมีการเปิดตัวรายงาน Future of Jobs 2025 ด้วย

“อีกหนึ่งความตั้งใจ คือการสร้างร่วมมือระดับนานาชาติ และนำซีอีโอของบริษัทระดับโลก เช่น Huawei, Google หรือ Meta มาร่วมพัฒนาหลักสูตรสอนนิสิต ซึ่งการจะทำให้เราเป็นหนึ่งในตัวเลือกของเขาถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก”

chla

เข้าถึงชุมชนมากขึ้น

นอกจากการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายระดับโกลบอล จุฬาฯ จะดำเนินกิจกรรมที่เข้าถึงสังคมมากขึ้นและนำองค์ความรู้ที่มีมาตอบปัญหาของสังคม พร้อมทั้งพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกคนให้ดีขึ้นไปพร้อม ๆ กัน เช่น การทำให้สยามสแควร์เป็นพื้นที่สำหรับแสดงความสามารถของกลุ่มต่าง ๆ หรือการทำธุรกิจบนถนนบรรทัดทอง ก็ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้ชุมชนมีรายได้มากขึ้น

“อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น คือการเปิดกว้างให้คนเข้าถึงแหล่งความรู้ เพื่อที่จะได้มีพื้นฐานในการประกอบอาชีพและไม่เป็นเหยื่อของการหลอกลวง ซึ่งสิ่งที่เรามองไม่ใช่แค่เรื่องของ Lifelong Learning แต่เป็น Lifelong Leading หรือการสร้างความรู้ให้นำหน้าสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยที่ผ่านมาจุฬาฯ มีโปรแกรม CHULA MOOC ที่เปิดให้คนนอกมาเรียนในสิ่งที่สนใจได้ฟรีในรูปแบบออนไลน์ แต่ในอนาคตต้องเชื่อมกันระหว่างออนไลน์และออฟไลน์มากกว่าเดิม”

จัดตั้ง Social Enterprise

ในแต่ละปีจุฬาฯ มีการสนับสนุนทุนการศึกษาและจ้างงานนิสิตเยอะมาก จึงเริ่มมองไปถึงการจัดตั้ง Social Enterprise ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ลองทำงานจริง ช่วยให้มีประสบการณ์มากกว่าแค่การเรียนตามหลักสูตร 4 ปี มีทักษะตรงกับความต้องการของนายจ้างมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารแห่งหนึ่งต้องการคิดโปรโมชั่นสำหรับนักเรียน-นักศึกษา ก็ให้จ้างนิสิตเข้าไปรันโปรเจ็กต์แทนที่บริษัทจะทำเอง

“โมเดลที่วางไว้คร่าว ๆ คือเมื่อนิสิตมีรายได้ ก็จะมีการหักส่วนแบ่งรายได้เล็กน้อย เพื่อนำไปสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่น ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือต่อไป ถือเป็นการทำให้นิสิตได้เรียนรู้เกี่ยวกับอีโคซิสเต็มของธุรกิจและสังคม รวมถึงเป็นโครงการที่น่าจะสร้าง Social Impact และ Social Engagement ได้อย่างดี”

มุ่งสร้าง Integrated Growth

การจะพาจุฬาฯ ไปถึงการเป็น AI University และเติบโตในระดับโลกได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ บุคลากร และนิสิต สร้าง Integrated Growth ให้แข็งแรงจากภายใน รวมถึงต้องเชื่อมโยงกับศิษย์เก่าที่มีเครือข่ายใหญ่ขึ้นทุกปี เพื่อที่จะได้สร้างความร่วมมือใหม่ ๆ ที่มีประโยชน์ยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มพูนทักษะของนิสิตปัจจุบัน หรือการทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคม เป็นต้น

“เรารู้ว่าแต่ละคณะมีความพร้อมในการปรับตัวกับเทรนด์ใหม่ ๆ ไม่เท่ากัน จึงมองไปถึงการแชร์ทรัพยากรข้ามคณะ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว นิสิตสายศิลป์ก็ต้องเทคคอร์สเกี่ยวกับ AI ส่วนนิสิตสายวิทย์ก็เรียนด้านภาษาเพิ่มเติม เพราะต้องเขียนพรอมพต์ในการสั่งการ เท่ากับว่ายุคนี้ต้องมีความร่วมมือระหว่างคณะมากขึ้น”

chla

ทิศทางมหาลัยยุคใหม่

ศ.ดร.วิเลิศ ย้ำว่า มหาวิทยาลัยยุคนี้ต้องสอนให้นิสิตมีองค์ความรู้แบบ Wisdom Based หรือสร้างความฉลาดในการต่อยอดและพลิกแพลงไปตามยุคสมัย เพราะการมีความสามารถในการเข้าใจโลก หรือทักษะในการแก้ปัญหาต่าง ๆ จะช่วยให้นิสิตหรือบัณฑิตอยู่รอดได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

“เราต้องไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่สอนแบบ Knowledge Based หรือมอบความรู้ตามตำราเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ติดตัวเท่ากับการมี Soft Skills หรือการรู้เท่าทันโลก เช่น ลูกศิษย์จากคณะบัญชีคนหนึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับ AI ทั้งที่ตอนเรียนไม่เคยมีการสอนสิ่งนี้มาก่อน สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวที่เกิดจากการสอนให้นิสิตมีความฉลาด”

อธิการบดีจุฬาฯ ทิ้งท้ายว่า ในยุคที่ตลาดแรงงานกำลังขาดแคลนคน สถานศึกษาต้องมองถึงการปรับหลักสูตรที่เอื้อก็ต่อการป้อนคนเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น เพราะเวลา 4 ปีตามหลักสูตร ไม่สามารถผลิตบุคลากรได้เพียงพอต่อความต้องการของนายจ้าง ทำให้การเรียนแบบ Non Degree หรือการเทคคอร์สระยะสั้น เพื่อเพิ่มพูนความรู้ในสาขาต่าง ๆ ให้กับคนที่เรียนจบไปแล้ว ก็เป็นสิ่งที่จุฬาฯ ให้ความสำคัญมากขึ้นด้วย

“และในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่จะดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2568 มองว่า มหาวิทยาลัยในประเทศไทยไม่ได้แข่งขันกันเอง แต่เป็นการสร้างคุณภาพของการศึกษาในองค์รวม สำหรับยุทธศาสตร์ของ ทปอ. คือการร่วมกันสร้างการศึกษาในประเทศไทยให้แข็งแกร่ง และดึงดูดนิสิตต่างชาติให้เข้ามาศึกษา ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศในภาพรวม”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) จุฬา