เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท.ชี้ AI-Data center หนุนลงทุน ก.ย. สูงสุดรอบ 20 ปี-ห่วงท่องเที่ยวชะลอ
Finance ธปท.ชี้ AI-Data center หนุนลงทุน ก.ย. สูงสุดรอบ 20 ปี-ห่วงท่องเที่ยวชะลอ
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงถ่ายทอดความงามจากธรรมชาติ ผ่าน ‘SIRIVANNAVARI Autumn-Winter’
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงถ่ายทอดความงามจากธรรมชาติ ผ่าน ‘SIRIVANNAVARI Autumn-Winter’
คนยิงแอดต้องยืนยันตัวตน เริ่ม 1 พ.ย. 69 เปิดเงื่อนไข-เอกสารที่ต้องเตรียม
Tech คนยิงแอดต้องยืนยันตัวตน เริ่ม 1 พ.ย. 69 เปิดเงื่อนไข-เอกสารที่ต้องเตรียม
MK x แหลมเจริญ เสริมสารพัดเมนูซีฟู้ด ขยายฐานลูกค้าข้ามแบรนด์
Business MK x แหลมเจริญ เสริมสารพัดเมนูซีฟู้ด ขยายฐานลูกค้าข้ามแบรนด์
เกาหลีเหนือถูกโยง แฮกคริปโท Binance มูลค่า 2 แสนล้านบาท ภายใน 20 นาที
Tech เกาหลีเหนือถูกโยง แฮกคริปโท Binance มูลค่า 2 แสนล้านบาท ภายใน 20 นาที
เมืองไทยประกันชีวิต ชู UL Plus การันตีผลตอบแทนขั้นต่ำปีแรก 4% คุ้มครองชีวิตถึงอายุ 99 ปี
Finance เมืองไทยประกันชีวิต ชู UL Plus การันตีผลตอบแทนขั้นต่ำปีแรก 4% คุ้มครองชีวิตถึงอายุ 99 ปี
‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ ได้รับเงินก้อน 8-18 เท่า ขึ้นอยู่กับอายุงานที่เหลือ
Politics ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ ได้รับเงินก้อน 8-18 เท่า ขึ้นอยู่กับอายุงานที่เหลือ
ข้าวไทยขายดี! ฟิลิปปินส์พุ่ง 263% มาเลเซียโตแรง 155%
Economic ข้าวไทยขายดี! ฟิลิปปินส์พุ่ง 263% มาเลเซียโตแรง 155%
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,450 บาท
สศค. ชี้เศรษฐกิจไทย ก.ย. 69 ได้แรงหนุนจากการส่งออก-บริโภค ด้านท่องเที่ยวยังชะลอตัว
Finance สศค. ชี้เศรษฐกิจไทย ก.ย. 69 ได้แรงหนุนจากการส่งออก-บริโภค ด้านท่องเที่ยวยังชะลอตัว
ดูทั้งหมด

มาริษ ยันผลเจรจาเพื่อใช้ประโยชน์ปิโตรเลียมในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา คนไทยต้องเห็นชอบก่อน

06 พ.ย. 2567 | 08:00น.
นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์

รมว.กต.ยืนยันผลการเจรจาเพื่อใช้ประโยชน์ปิโตรเลียมในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา ประชาชนไทยต้องเห็นชอบก่อน-ย้ำผลประโยชน์ต้องเป็นของประชาชน-ชี้ MOU44 เป็นกลไกทำให้การเจรจาไทยกับกัมพูชาเดินหน้าได้

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงถึงความกังวลเกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกันระหว่างไทยกับกัมพูชาในบริเวณอ่าวไทยว่า ผลการเจรจาหากจะสำเร็จและยุติได้ จะต้องเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย รัฐสภาของทั้งสองประเทศจะต้องให้ความเห็นชอบ ผ่านการเสนอจากคณะรัฐมนตรี เข้าสู่กระบวนการรัฐสภาในฐานะผู้แทนประชาชน ที่จะเป็นผู้ตัดสินว่าเห็นชอบกับผลการเจรจาหรือไม่ และข้อตกลงจะต้องสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น จึงเป็นไปไม้ได้ที่จะให้มีการเจรจาเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้แก่ผู้ใดผู้หนึ่งได้ตามที่มีการกล่าวอ้าง

ส่วนการใช้ประโยชน์เหนือแหล่งปิโตรเลียมนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ยังไม่สามารถกระทำได้จนกว่าการเจรจาดังกล่าวจะมีข้อยุติ โดยผลการเจรจาจะต้องเป็นที่ยอมรับได้ของประชาชนทั้งสองประเทศ

ซึ่ง MOU44 กำหนดให้จะต้องเจรจา 2 เรื่องทั้ง “เขตทางทะเล” และ “การพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน” ไปพร้อม ๆ กันโดยไม่อาจแบ่งแยกได้ พร้อมยืนยันว่า หากการเจรจาสำเร็จผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดต้องเป็นประเทศชาติและพี่น้องประชาชนคนไทย ที่จะมีเขตทางทะเลที่ชัดเจนกับประเทศเพื่อนบ้าน และได้ใช้พลังงานที่มีราคาถูกลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

นายมาริษกล่าวถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้มีการยกเลิก MOU44 เพราะถือเป็นการยอมรับเส้นอ้างสิทธิของกัมพูชา และทำให้ไทยเสี่ยงเสียดินแดนว่า MOU44 ไม่ได้เป็นการยอมรับเส้นอ้างสิทธิในไหล่ทวีปของกัมพูชา และไม่ได้ทำให้ไทยเสียดินแดนใด ๆ เพราะเกาะกูดอยู่ภายใต้อธิปไตยของไทย 100 เปอร์เซ็นต์ และจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

เพราะสาระสำคัญใน MOU44 เป็นเพียงการตกลงร่วมกัน “เพื่อที่จะเจรจาเท่านั้น” โดยแผนผังแนบท้ายเป็นเพียง “ภาพประกอบของพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปของแต่ละประเทศ” ซึ่งเส้นอ้างสิทธิในข้อตกลงนี้ ไม่ใช่เส้นเขตทางทะเล ตามที่มีการเข้าใจผิดแต่อย่างใด

นายมาริษยังย้ำอีกว่า การคงไว้ซึ่ง MOU44 เป็นผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะข้อตกลงนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีพันธกรณีที่จะต้องมาเจรจากัน ทั้งในเรื่อง “เขตทางทะเล” และ “พื้นที่พัฒนาร่วม” ไปพร้อม ๆ กัน

ส่วนกรณีที่รัฐบาลเมื่อปี 2552 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ยกเลิก MOU44 โดยให้ไปศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบก่อนนำเรื่องเข้าสู่คณะรัฐมนตรีและรัฐสภานั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ในกระบวนการศึกษาข้อมูลดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศได้ประชุมหารือ และรับฟังข้อคิดเห็นจากคณะที่ปรึกษากฎหมายต่างประเทศ ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง และด้านกฎหมาย จนได้ข้อสรุปเสนอเป็นมติคณะรัฐมนตรีในปี 2557 ว่า การคง MOU44 ไว้เป็นผลดีมากกว่าเสีย และที่สำคัญการมีเขตทางทะเลที่ชัดเจนจะนำไปสู่การเจรจาการใช้ประโยชน์เหนือแหล่งปิโตรเลียมได้อย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน

“ขอให้เชื่อมั่นว่าการเจรจาจะคำนึงถึงอธิปไตยและผลประโยชน์ของคนไทยเป็นที่ตั้ง โดยยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศจะทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพสูงสุด” นายมาริษยืนยัน