Skip to content
ดูทั้งหมด

“แอ่วเหนือคนละครึ่ง” เงียบ! คนใช้สิทธิ์น้อย โรงแรมเชียงใหม่-เชียงรายโอดไม่คึกคัก

11 พ.ย. 2567 | 16:30น.

“แอ่วเหนือ..คนละครึ่ง” สะดุด! ผู้ประกอบการโรงแรมเชียงใหม่-เชียงราย เผยปัญหา ระบบยุ่งยาก-จำกัดเวลาใช้สิทธิ์ ทำให้ลูกค้าไม่ค่อยสนใจ ขณะที่ ททท. ยอมรับ 400 บาท ยังไม่สามารถจูงใจให้คนตัดสินใจเดินทางออกมาท่องเที่ยวได้

นางสาววารุณี คำเมรุ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดวงตะวัน เชียงใหม่ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้เริ่มมีลูกค้าของทางโรงแรมทยอยใช้สิทธิ์แอ่วเหนือคนละครึ่งบ้างแล้ว ส่วนใหญ่จะใช้บริการห้องอาหารของทางโรงแรมเป็นหลัก ขณะที่การใช้สิทธิ์แอ่วเหนือคนละครึ่งในส่วนของห้องพักมีค่อนข้างน้อยมาก มีจำนวนไม่ถึง 10 ห้อง ถือว่าไม่หวือหวาเหมือนโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังประสบปัญหา คือ ลูกค้าที่มีสิทธิ์ในโครงการ ต้องใช้สิทธิ์ภายใน 3 วัน ซึ่งจะไม่สามารถจองห้องพักของโรงแรมล่วงหน้าและใช้สิทธิ์แอ่วเหนือคนละครึ่งในวันนั้นได้ เหมือนเป็นการใช้สิทธิ์แบบ walk-in ที่ต้องใช้ทันที และค่อนข้างเสียโอกาสสำหรับลูกค้าที่ต้องวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวล่วงหน้านานๆ แต่ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้

ขณะที่ในส่วนของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ แม้มีลูกค้ากลุ่มที่ใช้สิทธิ์แอ่วเหนือคนละครึ่งเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น แต่ก็พบปัญหาที่ถือว่าไม่ได้รับความสะดวกมากนัก เนื่องจากต้องจัดเตรียมเอกสารของลูกค้าแต่ละรายหลายขั้นตอน อาทิ โฟลิโอของโรงแรมที่บันทึกรายละเอียดธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดระหว่างโรงแรมและลูกค้าในระหว่างการเข้าพัก, ใบเสร็จ และการสแกนใบหน้าลูกค้า เป็นต้น

ด้าน นางสาวอัมพร จิระไอ ผู้ช่วยผู้จัดการ โรงแรมลักษวรรณ บูติก เชียงราย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางโรงแรมเข้าร่วมโครงการแอ่วเหนือคนละครึ่ง โดยตั้งแต่วันเริ่มต้นโครงการ 1 พฤศจิกายน 2567 จนถึงขณะนี้มีลูกค้าที่เข้ามาใช้สิทธิ์ห้องพักเพียง 10% ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงในภาคเหนือ ไม่มีลูกค้าจากทางกรุงเทพฯ หรือภาคอื่น ๆ เลย

ซึ่งปัญหาที่พบของลูกค้าที่มาพักกับทางโรงแรมคือ ลูกค้าบางรายไม่สามารถสแกนการใช้สิทธิ์กับทางโรงแรมได้ อาจเป็นปัญหาของแอปพลิเคชันที่ไม่สมบูรณ์ ลูกค้าจึงจำเป็นต้องชำระเงินเองทั้งหมดเต็มจำนวนตามราคาห้องพักของทางโรงแรม

นอกจากนี้ ลูกค้าบางคนต้องการจองห้องพักล่วงหน้ายาวหลายวัน โดยเฉพาะลูกค้าจากภาคอื่นๆ ที่อยากมาเที่ยวจังหวัดเชียงราย แต่ทางโรงแรมไม่สามารถรับจองได้ เพราะลูกค้าต้องใช้สิทธิ์ภายใน 3 วันหลังจากลงทะเบียนและได้รับสิทธิ์ ซึ่งเท่ากับว่าลูกค้าก็เสียโอกาสในการใช้สิทธิ์ และผู้ประกอบการก็เสียลูกค้าไป ทั้งนี้ หากเทียบกับโครงการคนละครึ่งคือ ลูกค้าจองห้องพักกับทางโรงแรมล่วงหน้าได้ และเมื่อถึงวันเข้าพักก็สามารถใช้สิทธิ์ได้เลยทันที

ส่วนอีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือ การจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้กับผู้ประกอบการ ซึ่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนดไว้วันที่ 15 มกราคม 2568 ซึ่งระยะเวลาถือว่านานมากกว่าจะได้เงินส่วนที่เหลืออีก 400 บาท ทำให้ไม่มีสภาพคล่องในช่วงเวลากว่า 2 เดือน

อย่างไรก็ตาม นาย อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้จำนวนของผู้ที่มาใช้สิทธิ์ในโครงการยังไม่ได้มากนัก แต่ถือว่าโครงการเพิ่งจะเริ่มต้นคงต้องรอดูสักระยะอย่างช่วงที่เทศกาลใหญ่ ๆ เช่น งานประเพณียี่เป็ง งานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รวมถึงรอช่วงวันหยุดเทศกาลช่วงเดือนธันวาคมนี้

“ในส่วนของจำนวนเงิน 400 บาทนั้น ต้องยอมรับว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจยังถือว่าไม่มากนัก เพราะจำนวนเงินนี้ คิดเป็นต่อคน ยังไม่สามารถจูงใจให้คนตัดสินใจเดินทางออกมาท่องเที่ยวได้ ทำให้คนส่วนใหญ่ที่มาใช้สิทธิ์ จะเป็นคนที่มีแผนในการเดินทางเที่ยวอื่นควบคู่ไปด้วย”

ทั้งนี้ โครงการนี้ถือเป็นโครงการนำร่องในการเปิดเทศกาลฤดูกาลการท่องเที่ยว แม้ว่าจำนวนสิทธิ์ และจำนวนเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจจะไม่มากนัก แต่ภาคการท่องเที่ยวก็ถือว่าได้อานิสงส์ในเรื่องของการสร้างการรับรู้ว่าภาคเหนือ พร้อมรับนักท่องเที่ยวแล้ว หลังจากที่ประสบปัญหาอุทกภัยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา