เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ดูทั้งหมด

ลุ้น สศช.ประกาศจีดีพี Q3 หวั่นโตต่ำกว่า 3% ฉุดโมเมนตัม

14 พ.ย. 2567 | 09:04น.
trumpGDP

ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ จะแถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 3 ปี 2567 รวมถึงประมาณการเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2567-2568

โดยช่วงที่ผ่านมา หลายสำนักฟันธงค่อนข้างเหมือนกันว่า เศรษฐกิจปีนี้น่าจะขยายตัวไม่เกิน 3% แต่ปีหน้ามีโอกาสขยายตัวได้มากกว่า 3% อย่างไรก็ดี ปัจจัยภายนอกที่ขณะนี้รู้ผลการเลือกตั้งสหรัฐแล้ว ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยชนะ ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 แถมพรรครีพับลิกันยังครองทั้งสภาบนและสภาล่าง แน่นอนว่าจะส่งผลกับเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม

“คลัง-ธปท.” คาดปีนี้โต 2.7%

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงการคลังแถลงประมาณการครั้งล่าสุด คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2567 จะขยายตัวที่ 2.7% (ช่วงคาดการณ์ที่ 2.2% ถึง 3.2%) คงเดิมจากประมาณการครั้งก่อน โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2566 ที่ขยายตัวที่ 1.9% ต่อปี นำโดยการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ส่วนปี 2568 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเร่งขึ้นที่ 3.0% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ที่ 2.5% ถึง 3.5%) จากปัจจัยบวก 4 ด้านหลักคือ การบริโภคภาคเอกชน การส่งออกสินค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 โตได้ใกล้เคียง 3% ส่วนทั้งปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ที่ 2.7% (เดิมคาด 2.6%) และปี 2568 คาดโตที่ 2.9% (เดิมคาด 3%) โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากภาคการท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการส่งออกที่ปรับดีขึ้นตามความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้ เศรษฐกิจฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละภาคส่วน โดยการส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมบางกลุ่ม รวมถึง SMEs ยังถูกกดดันจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง

KKP หวั่น Q3 แผ่ว ฉุดแรงส่ง

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า เดิมประเมินว่าจีดีพีไตรมาส 3 จะออกมาใกล้ ๆ 3% แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้ว เนื่องจากตัวเลขในภาคการผลิตหลายตัวดูแผ่วกว่าคาด ทำให้ไม่แน่ใจว่าแรงส่งจากภาคการคลังจะเพียงพอที่จะดันการเติบโตกลับไปใกล้ ๆ 3% ได้หรือไม่ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะออกมาต่ำกว่า 3%

ขณะที่ไตรมาส 4 ยังต้องติดตามแรงกระตุ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่แต่เดิมคาดว่าจะทำให้จีดีพีไตรมาส 4 โตได้มากกว่า 4% แต่หากออกมาแผ่ว ก็จะทำให้ทั้งปีอาจจะโตไม่ถึง 2.7-2.8%

“จริง ๆ ในไตรมาส 3 ควรจะมีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งควรจะดีขึ้นจากที่ไตรมาส 1-2 งบฯ ยังไม่ออก แต่พอไปดูตัวเลขภาคการผลิต ก็มีหลายตัวที่แผ่วกว่าที่คาด แล้วยอดขายรถ ยอดขายบ้านที่แผ่วก็เป็นตัวฉุดเหมือนกัน”

นโยบาย ทรัมป์ กดดัน ศก.ไทย

ขณะที่ปี 2568 ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญ 3 ปัจจัยท้าทายที่สำคัญคือ 1.เรื่องความสามารถในการแข่งขัน ที่เห็นภาคการผลิตแผ่วมาสักพักแล้ว และยังไม่ดีขึ้น 2.งบดุลภาคครัวเรือน ทั้งเรื่องหนี้ครัวเรือน หนี้เสีย แบงก์ไม่ปล่อยกู้ ยอดขายรถ ยอดขายบ้าน มีเอฟเฟ็กต์ค่อนข้างรุนแรง ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี แบงก์ยิ่งไม่ปล่อยกู้ ก็ไม่มีใครบริโภค แล้วยิ่งหากเจอการค้าโลกมีปัญหาอีก

และ 3.การท่องเที่ยวที่เคยเป็นแรงส่งสำคัญในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็จะมีแรงส่งน้อยลงด้วย ดังนั้น หากภาคการผลิตไม่กลับมา การบริโภคไม่ดี ลงทุนไม่มี ก็จะเหนื่อยมาก

“คิดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยน่าจะยังเหนื่อย ตอนนี้ต้องรอดูตัวเลขไตรมาส 3 ถ้าออกมาใกล้ ๆ 3% ก็ยังถือว่าโอเค แต่ถ้าต่ำกว่า 3% โมเมนตัมน่าจะฮวบเลย ซึ่งการมาของทรัมป์ ผมว่าน่าจะกดดันเศรษฐกิจไทยให้เหนื่อยยิ่งกว่าเดิม ต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม คือสมัยก่อนการส่งออกจะลิงก์กับการผลิตในประเทศ แต่ตอนนี้เริ่มไม่ลิงก์แล้ว ส่งออกดีขึ้น แต่การผลิตยังติดลบ ก็ไม่รู้ว่าเราเอาอะไรไปส่งออก” ดร.พิพัฒน์กล่าว