คอลัมน์ : Politics policy people forum
ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเกมรุกศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ช่วย “ศราวุธ เพชรพนมพร” ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย สู้กับ คณิศร ขุริรัง ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี จากพรรคประชาชน
ทักษิณเลือกเดินทางมาในฐานะ “ผู้ช่วยหาเสียง” ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 300 บาททิ้งคำขาดไว้บนเวทีปราศรัย เมื่อ 14 พฤศจิกายน ว่า
“ถ้าไม่ได้ชนะถล่มทลาย ผมอายเขานะ คนอุดรฯ อย่าให้ผมอายนะ ถ้าไม่อายผมจะได้มาเยี่ยมบ่อย ๆ ถ้าไม่งั้นผมต้องใส่หน้ากากอนามัยมาเยี่ยม”
เดิมพันพื้นที่อีสาน
การเดิมพันศึกเลือกนายก อบจ.ครั้งนี้ใหญ่หลวงสำหรับพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่แค่ในระดับท้องถิ่น แต่โยงถึงระดับชาติ
โดยเฉพาะภาคอีสานที่เป็น “หัวใจ” สำคัญของพรรคเพื่อไทย นาทีนี้กำลังถูก “เซาะกร่อน” รอบด้าน จากทั้งพรรคสีส้ม-พรรคประชาชน และคู่แข่งสำคัญพรรคสีน้ำเงิน-ภูมิใจไทย
พลิกกระดานคะแนนเลือกตั้งใหญ่ 3 ครั้ง จากเลือกตั้ง 2554 พรรคเพื่อไทย มี สส.อีสาน 104 ที่นั่ง มากที่สุด พรรคภูมิใจไทย ได้แค่ 13 ที่นั่ง จากจำนวน สส.อีสานทั้งหมด 126 ที่นั่ง
แต่หลังการเมืองเว้นวรรคไปยาวนาน และมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ปี 2562 มี สส.อีสานทั้งหมด 116 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย เหลือแค่ 84 ที่นั่ง ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ขยับขึ้นมาเป็น 16 ที่นั่ง และมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นมาคือพรรคพลังประชารัฐ 11 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคอนาคตใหม่ ยังได้แค่ 1 ที่นั่ง
ทว่าการเลือกตั้งในปี 2566 มี สส.อีสาน 133 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย เหลือ 75 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย ขยับขึ้นมา 2 เท่า เป็น 35 ที่นั่ง ขณะที่พรรคก้าวไกล (พรรคประชาชนในปัจจุบัน) ได้ 7 ที่นั่ง
การเลือกตั้ง อบจ.รอบนี้จึงเป็น “งานช้าง” ของพรรคเพื่อไทย ที่จะต้องรักษาฐานการเมืองท้องถิ่น เพื่อต่อยอดสู่การเมืองระดับชาติให้ได้
ทักษิณปลุกประชานิยม
คีย์เมสเสจการเมืองของ “ทักษิณ” บนเวทีปราศรัย จึงกินความทางการเมืองมากกว่าเรื่องท้องถิ่น
โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาปากท้อง-ปรับโครงสร้างหนี้ของประชาชน-ขึ้นค่าแรง “ทักษิณ” กล่าวว่า วันนี้ขอโอกาสให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ทำงานอีกสักระยะหนึ่ง แล้วคนไทยทุกคนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน อย่างเรื่องค่าแรงวันนี้เหลืออุปสรรคอีกนิดเดียว แต่เชื่อว่าแก้ได้ ถ้า GDP มันโตขึ้น ซึ่งรัฐบาลกำลังพยายามปั๊มให้มันโตให้ได้
“และขอย้ำอีกทีว่า เรื่องหนี้สินเป็นเรื่องที่อยู่ในหัวใจของนายกฯ อยู่แล้ว มีการเรียกประชุมเป็นประจำเพื่อหาทางที่ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะต้องส่งเงินที่ต้องจ่ายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยขอลดเงินที่ต้องส่งให้ ธปท. แล้วเอาเงินส่วนนี้มาปรับโครงสร้างหนี้ประชาชน เพื่อให้ 3 ปีต่อจากนี้ประชาชนไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ให้จ่ายแต่เงินต้น แล้วหลังจากนั้นถ้าจ่ายครบแล้วก็จะมีกระบวนการลบชื่อท่านออกจากเครดิตบูโร ซึ่งทำให้ประชาชนสามารถกู้หนี้ยืมสินไปใช้ในการทำมาหากินได้”
และยังเปิดเผยถึงเรื่องการแจกเงิน 10,000 บาทสำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป “เงิน 10,000 ได้แล้ว เดี๋ยวมาอีก ใครอายุเกิน 60 ผมก็เห็นว่าเงิน 10,000 จะมาแล้วพี่น้อง”
คล้อยหลังไม่ถึง 24 ชั่วโมง “พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกฯ และ รมว.คลัง รับลูกทันทีว่า “เฟสที่หนึ่งเราให้เป็นเงินสด เพราะเป็นกลุ่มเปราะบาง แต่หลังจากนั้น เรามาดูอีกกลุ่มหนึ่งที่มีจำนวนไม่เยอะ และไม่ได้อยู่ในกลุ่มเปราะบาง แต่มีปัญหาสภาพคล่อง ดังนั้น เราจะคัดคนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน”
ทักษิณ ผู้นำจิตวิญญาณ
“มนพร เจริญศรี” รมช.คมนาคม และแกนนำยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความสำคัญของ “ทักษิณ” ในเกมเลือกตั้งท้องถิ่นว่า ท่านทักษิณเป็นพลเมืองคนหนึ่งที่ยังมี FC (แฟนคลับ) อยู่ และคนยังคิดถึง ผู้สมัครคนนั้นสามารถตั้งคุณทักษิณเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ ประกอบกับการลงพื้นที่ของคุณทักษิณมีทั้ง “มิติการเมือง” และ “มิติสัมพันธ์ส่วนตัว” กับผู้สมัคร
ทางการเมือง จ.อุดรธานี คือเมืองหลวงคนเสื้อแดง ตั้งแต่ท่านทักษิณกลับมายังไม่เคยไปอุดรฯ จึงแวะไปเยี่ยมเยียนคนที่เคยแวะไปหาท่านตอนอยู่ต่างประเทศ
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว ปฏิเสธไม่ได้ว่าท่านทักษิณดูแล สส.มาตั้งแต่เจเนอเรชั่นพ่อมาถึงรุ่นลูกที่เป็นนายกฯ นี่คือความสัมพันธ์ตรงนี้ที่พรรคอื่นไม่มี
“ท่านทักษิณเหมือนเป็นเทวดาของพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นผู้นำจิตวิญญาณของพรรค บางคนเป็น สส.ไทยรักไทย มาจนถึงรุ่นลูก และท่านทักษิณเป็นผู้ให้กำเนิด เป็นผู้นำจิตวิญญาณของพรรค บางคนเป็น สส.ไทยรักไทย ตั้งแต่รุ่นพ่อ มาถึงรุ่นลูกพรรคเพื่อไทย เขาก็ยังดูแล เหมือนลูกเขาคนหนึ่ง ความสัมพันธ์กับพรรคอื่นไม่มีแบบนี้” มนพรกล่าว
ไม่ช่วย เหนื่อยหนัก
ขณะที่ “ดร.สติธร ธนานิธิโชติ” ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า วิเคราะห์ว่า คุณทักษิณต้องช่วยพรรคเพื่อไทยหาเสียงอยู่แล้ว เพราะเลือกตั้ง อบจ.รอบนี้งานช้าง งานใหญ่ เพราะคนที่แข็ง ๆ อยู่ในสนาม อบจ.คือสายสีน้ำเงิน (พรรคภูมิใจไทย) เพราะถ้าไม่ใช่ระดับคุณทักษิณมาช่วยจะเหนื่อยหนัก
“ท้องถิ่นโดยเฉพาะสนาม อบจ.สำคัญกับทุกพรรคการเมือง สไตล์บ้านใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย เดินเกมลักษณะ 2 ขา ขาหนึ่งมีกระแสไว้สู้กับพรรคประชาชน คือสีส้ม อีกขาหนึ่งต้องมีขาบ้านใหญ่ ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่รักษาขาบ้านใหญ่เอาไว้เขาก็ลำบาก ถ้าไปสู้ขาเดียว สู้ไม่ได้ก็แพ้เลยทั้งกระดาน”
การเคลื่อนไหวของ “ทักษิณ” อยู่ในช่วงที่พรรคภูมิใจไทย นับวันยิ่งแข็งแกร่ง ทั้งทุน ทั้งเสียงในสภา และโยงใยถึงฐานการเมืองท้องถิ่น ที่มีทั้งเครือข่ายสาธารณสุข เครือข่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ คุมงบฯ ท้องถิ่นนับแสนล้านบาท
แม้ “ทักษิณ” เชื่อว่ารัฐบาลอยู่ครบเทอม ท่ามกลางปมขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งเรื่องที่ดินเขากระโดง การชักเย่อกันในเกมการทำประชามติล็อก 2 ชั้น หรือชั้นเดียว การแก้-ไม่แก้รัฐธรรมนูญ
“เอาวิเคราะห์นะ ก็คิดว่าน่าจะอยู่ครบเทอม ไม่น่ามีอะไรที่เป็นปัญหา พรรคร่วมเห็นต่างกันก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ถึงเวลาเขาก็คุยกันรู้เรื่องหมด รวมถึงนายกฯ ก็ได้มีการเชิญแต่ละพรรคร่วมคุยกัน ก็รู้เรื่องหมด”
แต่ถ้า “ทักษิณ” ไม่เดินเกม เดินสาย เรียกกระแส พรรคเพื่อไทยมีสิทธิถูกเซาะกร่อน เหนื่อยหนักในการเลือกตั้งรอบหน้า