Skip to content

เปิดไทม์ไลน์ แจกเงินสด-แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 2 เฟส 3

25 พ.ย. 2567 | 14:58น.
เปิดไทม์ไลน์ แจกเงินสด-แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 2 เฟส 3

เปิดไทม์ไลน์ แจกเงินสด 10,000 บาท เฟสสอง จำนวน 4  ล้านคน ก่อนตรุษจีน 2568 แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟสสาม ช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2568 รวม 13.6 ล้าน ใช้เงิน 1.4 แสนล้านบาท เช็กเงื่อนไข-หลักเกณฑ์-คุณสมบัติ-รายละเอียดทั้งหมดที่นี่ !!

“ประชาชาติธุรกิจ” เกาะติดความคืบหน้าของการแจกเงินสด 10,000 บาท ในเฟสแรกให้กับกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ การแจกเงินสดเฟส 2 ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงการแจกเงินดิจิทัล เฟส 3 สำหรับประชาชนที่เหลือที่ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐไว้แล้ว ซึ่งรัฐบาลแถลงว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2568

คลังอัพเดตโอนเงิน 10,000 บาท เฟสแรก

พรชัย ฐีระเวช
พรชัย ฐีระเวช

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการจ่ายเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ (โครงการ) ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายโครงการรวมประมาณ 14.55 ล้านคนว่า

กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางได้จ่ายเงิน 10,000 บาทต่อราย ให้แก่กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2567 ถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 โดยมียอดรวมที่จ่ายเงินสำเร็จแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 14,437,625 ราย ทำให้มีเม็ดเงินจากโครงการ หมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวน 144,376.25 ล้าน

ทั้งนี้ ในรอบการจ่ายเงินซ้ำ (Retry) ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 กรมบัญชีกลางได้สั่งจ่ายเงินให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการที่มีสิทธิจำนวน 73,967 ราย ประกอบด้วยการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิที่ยังจ่ายเงินไม่สำเร็จในรอบการจ่ายเงินที่ผ่านมา และการจ่ายเงินให้แก่คนพิการที่ได้ดำเนินการต่ออายุบัตรประจำตัวคนพิการหรือทำบัตรประจำตัวคนพิการ หรือแก้ไขข้อมูลบัตรประจำตัวคนพิการเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี พบว่าในรอบการจ่ายเงินซ้ำดังกล่าว ยังมีการจ่ายเงินไม่สำเร็จจำนวน 43,699 รายจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิที่ยังจ่ายเงินไม่สำเร็จจำนวน 43,699 ราย รีบดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน หรือติดต่อธนาคารเพื่อแก้ไขบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีปัญหาข้างต้นโดยเร็ว เนื่องจากจะมีการจ่ายเงินในรอบการจ่ายซ้ำอีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือการจ่ายซ้ำ Retry ครั้งที่ 3 (ครั้งสุดท้าย) ในวันที่ 19 ธันวาคม 2567

“เมื่อพ้นกำหนดการ Retry ครั้งที่ 3 แล้ว จะยุติการจ่ายเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมาย และถือว่ากลุ่มเป้าหมายไม่ประสงค์รับเงินภายใต้โครงการ” นายพรชัยกล่าว

ช่องทางติดต่อ

  1. ตรวจสอบสิทธิและผลการโอนเงิน : เว็บไซต์ https://โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ2567.cgd.go.th (ตรวจสอบผลการโอนเงินได้ในวันถัดไปหลังจากวันที่จ่ายเงิน)
  2. สอบถามข้อมูลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติ โทรศัพท์หมายเลข 0-2109-2345 กด 1 กด 5 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
  3. สอบถามข้อมูลคนพิการ : ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  4. สอบถามข้อมูลบุคคลล้มละลายหรือถูกพิทักษ์ทรัพย์ : โทรศัพท์หมายเลข 0-2881-4999 หรือสายด่วน 1111 กด 79

แจกเงินสด 10,000 บาท เฟส 2 ม.ค. 68

ส่วนการแจกเงินสด 10,000 บาท เฟส 2 นั้น ล่าสุดภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 1/2567 ที่มี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 พร้อมบรรดารัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบมาตรการแจกเงินสด 10,000 บาท เฟส 2 ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป รวม 3-4 ล้านคน ใช้งบฯราว  40,000 ล้านบาท

แจกเงินดิจิทัล เฟสสาม เม.ย.-มิ.ย. 68

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า “การเติมเงิน 10,000 บาท เฟส 2 เราดูกลุ่มคนที่เราคิดว่ามีความจำเป็น คือ กลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีจำนวน 3-4 ล้านคน

สำหรับกลุ่มคนที่เหลือ (เฟส 3) เราจะดูความพร้อมของระบบ ซึ่งประมาณเดือนเมษายน-มิถุนายนปีหน้า จะเป็นช่วงที่เราได้ทบทวนและดูว่าจะมีการทำต่อไปหรือไม่

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเลตว่า ยืนยันว่าจะได้รับอย่างแน่นอน ในรูปแบบดิจิทัล

ซึ่งมองประโยชน์ใน 2 มิติ คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการใช้ดิจิทัล ซึ่งจะมีประชาชนที่ต้องดูแลเหลือประมาณ 26 ล้านคน โดยตัดความซ้ำซ้อนจากกลุ่มเปราะบางที่เข้ามาลงทะเบียนแล้วได้รับสิทธิไปแล้ว

“จากยอดลงทะเบียน 36 ล้านคนพบว่ามีความซ้ำซ้อนจากสิทธิที่ได้รับในกลุ่มเปราะบาง 10 ล้านคน ส่วนกลุ่มเปราะบางที่เหลืออีก 4 ล้านคน ก็สันนิษฐานได้ว่า เป็นกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนด้วย ฉะนั้นจะเหลือประชาชนที่ต้องดูแลอีกประมาณ 26 ล้านคนบวกลบ” รมช.คลัง กล่าว และว่า

สำหรับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต เฟส 3 จะใช้วงเงินที่เหลืออีก 1.4 แสนล้านบาท คาดจะเริ่มช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2568 หลังจากทดสอบระบบดิจิทัลวอลเลตเสร็จสมบูรณ์แล้ว

“กลุ่มนี้จะได้รับเงิน 10,000 บาท ในระบบดิจิทัลวอลเลตเท่านั้น จะไม่มีการแจกเป็นเงินสด ส่วนการลงทะเบียนในรอบกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนอยู่ระหว่างพิจารณา และจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ในเร็ว ๆ นี้” นายจุลพันธ์กล่าว

คาดเฟส 3 ได้รับเงินดิจิทัล 13.6 ล้านคน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากตัวเลขหรือยอดประชาชนที่ลงทะเบียนแอปทางรัฐเพื่อรับเงินดิจิทัล 10,000 จากรัฐบาลก่อนหน้านี้มีจำนวน 36 ล้านราย เมื่อหักจำนวนประชาชนที่ได้รับเงินในเฟสแรกไปแล้ว 18.4 ล้านคน วงเงิน 1.4 แสนล้านบาท

ส่วนในเฟสสอง จะจ่ายให้กับผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 4 ล้านคน ใช้งบฯ 40,000 ล้านบาท โอนเงินก่อนช่วงตรุษจีน 2568 หรือประมาณสิ้นเดือนมกราคม 2568

รวมประชาชน 2 กลุ่มนี้ (เฟส 1 + เฟส 2) ตัวเลขกลม ๆ จะมีจำนวนประชาชนได้รับเงินสด 10,000 บาท จำนวน 22.4 ล้านคน (18.4 ล้านคน + 4 ล้านคน) ใช้งบฯรวม 1.84 แสนล้านบาท

ดังนั้นตัวเลขกลม ๆ น่าจะเหลือประชาชนที่รอรับเงินในเฟสสาม จำนวน 13.6 ล้านคน ซึ่งยังไม่นับรวมประชาชนที่อาจมีชื่อซ้ำซ้อนกัน รวมถึงกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนที่รัฐบาลยังไม่เปิดให้มีการลงทะเบียน โดยรัฐบาลตั้งวงเงินที่จะใช้ในเฟส 3 นี้ จำนวน 1.4 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตามรัฐบาลโดยนายจุลพันธ์ รมช.คลังย้ำว่า งวดนี้จะจ่ายเป็น “เงินดิจิทัล” เท่านั้น ไม่จ่ายเป็นเงินสดแล้ว

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ผู้สูงอายุ ลงทะเบียนแอปทางรัฐไม่สำเร็จ ทำอย่างไร

สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีที่ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐไม่สำเร็จ หรือยืนยันตัวตนไม่ผ่าน รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีสมาร์ทโฟน จะมีโอกาสลงทะเบียนเก็บตกได้รับเงินสด 10,000 บาทหรือไม่นั้น

นายจุลพันธ์กล่าวว่า เรื่องนี้กำลังพิจารณา หากทำทันก็อาจจะเปิดให้มีโอกาสรับเงินสดได้ หากไม่ทันอาจจะให้ไปรวมอยู่ในกลุ่มใช้จ่ายผ่านดิจิทัลวอลเลต ซึ่งตรงนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ขอให้อดใจรอ แต่ยืนยันว่าทุกคนที่ลงทะเบียนและได้สิทธิจะได้รับเงิน 10,000 บาทแน่นอน

คุณสมบัติผู้ได้รับเงิน 10,000 บาท เฟส 2

  • กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (เป็นกลุ่มเปราะบาง) ต้องเป็นผู้ที่ “ลงทะเบียนแอปทางรัฐ” เท่านั้น
  • คนไม่ลงทะเบียน Super App ทางรัฐหมดสิทธิทันที
  • ตัดสิทธิคนที่ได้รับเงินเฟสแรกไปแล้ว
  • ไม่มีรายได้เกิน 840,000 บาท/ปี
  • ไม่มีเงินฝากทุกบัญชีเกิน 5 แสนบาท
  • ไม่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ
  • ไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการโครงการอื่น ๆ ของรัฐ
  • ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ
  • จ่ายเงินก่อนตรุษจีน 2568 (29 ม.ค. 2568)

วิธีตรวจสอบสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาท บนแอปทางรัฐ

วิธีตรวจสอบสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านแอปทางรัฐมี 6 ขั้นตอนดังนี้

1.เปิดแอปทางรัฐ เข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย จากนั้นกดปุ่มตรวจสอบสถานะ

2.ระบบจะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูล และขอยืนยันเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน ให้ท่านกดปุ่มยืนยันข้อมูล

3.กรอกเบอร์โทรศัพท์และกดปุ่มรับรหัสทาง SMS (OTP)

4.กรอกรหัส OTP และกดปุ่มยืนยันโทรศัพท์มือถือ

5.กดปุ่มอนุญาต ให้แอปพลิเคชั่นเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

6.ระบบจะแสดงผลว่า สถานะในการรับสิทธิตามโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ของท่านอยู่ในขั้นตอนใด

  • หากอยู่ในขั้นตอนที่ 3 คือระบบอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ
  • หากอยู่ในขั้นตอนที่ 4 คือท่านไม่ได้รับสิทธิ
  • หากอยู่ในขั้นตอนที่ 5 คือท่านได้รับสิทธิตามโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต

ช่องทางดาวน์โหลดแอปทางรัฐ

ช่องทางดาวน์โหลดแอปทางรัฐ มีดังนี้

โหลดแอปทางรัฐผ่านระบบ App Store : (คลิก)
โหลดแอปทางรัฐผ่านระบบ Google Play : (คลิก)