ชง”บิ๊กตู่”ครม.สัญจรนครสวรรค์ ของบ5หมื่นล้าน พ่วง”ไบโอฮับ”
ครม.สัญจร นครสวรรค์ชง “บิ๊กตู่” อนุมัติพิมพ์เขียวลงทุน 4 จังหวัดภาคเหนือ วงเงินทะลุ 5 หมื่นล้าน 25 โครงการ หนุนท่องเที่ยว-เกษตร เชื่อมโลจิสติกส์ “ฮับ” ขนส่งภาคเหนือ กระทรวงอุตฯขอพ่วง “ไบโอฮับ” 1.33 แสนล้าน เข้าวาระพิจารณา
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.นครสวรรค์ วันที่ 11-12 มิ.ย. 61 โดยมีวาระ “พิจารณา” โครงการที่เสนอโดยภาครัฐและเอกชน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 6 ด้าน ได้แก่ 1.ส่งเสริมการวิจัย และการเกษตรโครงการเขตเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) หรือไบโอฮับ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะนครสวรรค์และกำแพงเพชร 2.พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร 3.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 4.พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว 5.พัฒนาคุณภาพชีวิต และ 6.เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเพื่อป้องกันอุทกภัย รวม 25 โครงการ
อาทิ โครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ, โครงการวางระบบท่อน้ำเพื่อสนับสนุนการปลูกพืชสำหรับอุตสาหกรรมชีวภาพ, ศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมการบริหารจัดการแม่น้ำสะแกกรัง อุทัยธานี, ก่อสร้างท่อระบายน้ำบ้านวังทับยาบึงสีไฟ จ.พิจิตร, ขุดลอกตะกอนดินอ่างเก็บน้ำทับเวลา อุทัยธานี, ขุดขยายอ่างเก็บน้ำหุบอีเก้ง อุทัยธานี, ก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ด้านตะวันออก, โครงการขยายถนนจาก 2 เลน เป็น 4 เลน ระยะทาง 83 กิโลเมตร (กม.) จากเกรียงไกรกลาง จ.นครสวรรค์ถึง จ.ชัยภูมิเพื่อเชื่อมโยงภาคเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 153 กม. เชื่อมนครสวรรค์เข้ากับภาคกลาง, ขยายทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 115 เชื่อมต่อกำแพงเพชร-พิจิตร และพิจิตร-พิษณุโลก ระยะทางรวม 48 กม.
ปรับปรุงสนามบินตาก และสนามบินเกษตร จ.นครสวรรค์, สร้างเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน่าน, พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ จ.พิจิตร
นายวีระศักดิ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า กลุ่ม 4 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างจะประชุมร่วมสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 7 มิ.ย. 61 เพื่อพิจารณากรอบงบประมาณและแผนการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว
ของบฯผูกพัน 5 หมื่นล้าน
นายประกิต ณรงค์ตะณุพล กรรมการที่ปรึกษาหอการค้านครสวรรค์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางภาคเอกชนมีโครงการนวัตกรรมทางด้านการเกษตรคือ Bio Hub โครงการเกี่ยวกับการเกษตร คือเรื่องของการจัดการน้ำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โครงการการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การป้องกันภัยแล้ง น้ำท่วม โครงการพัฒนาการท่องเที่ยว และโครงการที่สำคัญคือโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะเน้นในเรื่องของการพัฒนาระบบโครงข่ายถนน โครงข่ายระบบรางรถไฟ และโครงข่ายระบบโลจิสติกส์ 3 โครงการต้องเร่งรัดคือ ทรักเทอร์มินอล คอนเท็นเนอร์ยาร์ด ทรักเรสต์แอเรีย ซึ่งหาก ครม.สัญจรครั้งนี้สนับสนุนเงินงบประมาณ 8,000-12,000 ล้านบาท จะสามารถคิกออฟโครงการในเฟสที่ 1 ได้
“โครงการทั้งหมดที่นำเสนอ ถ้าพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบอาจจะต้องใช้งบประมาณกว่า 4-5 หมื่นล้านบาท ซึ่งในทางปฏิบัติภาครัฐต้องมีความยืดหยุ่นในการวางแผนงบประมาณ และพิจารณาความเหมาะสมในแต่ละจังหวัด”
หนุนไบโอฮับ
ทันตแพทย์สุพจน์ หวังปรีดาเลิศกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ และประธานสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือตอนล่าง 2 เปิดเผยว่า แนวทางสำคัญอีกประเด็นคือการทำให้กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เป็นพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ (Bioeconomy) หรือไบโอฮับ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ โครงการวางระบบแหล่งน้ำเพื่อรองรับการปลูกพืชเกษตร โดยเฉพาะอ้อยป้อนไบโอฮับใน จ.นครสวรรค์ บริเวณ อ.ตาคลี โดยวางระบบท่อน้ำ 2 เส้นทาง ระยะทาง 30 กิโลเมตร หากโครงการแล้วเสร็จจะสามารถช่วยเหลือในพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 50,000 ไร่ ขณะนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำการศึกษา เบื้องต้นระยะแรกจะใช้งบประมาณกว่า 1,100 ล้านบาท
โลจิสติกส์เชื่อมเหนือตอนล่าง
นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการสำคัญที่จะนำเสนอ ครม.มีหลายโครงการ โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์จังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 2 เชื่อมโยงกับกลุ่มจังหวัดอื่นได้อย่างสมบูรณ์ และจะทำให้กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างกลายเป็นศูนย์ขนส่งสำคัญเชื่อมภาคเหนือ โดยเฉพาะระบบราง เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการรถไฟรางคู่จากลพบุรี-ปากน้ำโพ ทางกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 จึงมีแนวทางจัดหาสถานที่เพื่อจัดตั้งคอนเทนเนอร์ยาร์ด และโครงการที่จอดรถบรรทุกในการขนถ่ายสินค้า (ทรักเทอร์มินอล) ขึ้นมารองรับการขนส่ง และกระจายสินค้า
นอกจากนี้มีโครงการเชื่อมโยงรถไฟไปแม่สอด ผ่านกำแพงเพชรและสุโขทัย เข้าสู่จังหวัดตาก ซึ่งส่งผลดีในการขนส่งสินค้าออกชายแดน ส่วนทางภาคตะวันออกที่จะไปเชื่อมอีสาน ผ่านโครงการเชื่อมทางรถไฟนครสวรรค์-บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น รวมถึงการสร้างเขื่อนทดน้ำในแม่น้ำน่านและแม่น้ำเจ้าพระยาของกรมเจ้าท่า ซึ่งจะทำให้พิจิตรและจังหวัดนครสวรรค์สามารถขนส่งสินค้าทางน้ำผ่านเขื่อนชัยนาทได้ รวมถึงการเสนอโครงการขยายถนน 6 โครงการ
หนุนท่องเที่ยว-เกษตร
ด้านนางจันทรรัตน์ สมบูรณ์ศิลป์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เปิดเผยว่า นครสวรรค์เป็นศูนย์กลางเชื่อมภาคเหนือกับภาคกลาง เรื่องโลจิสติกส์จึงถือว่าสำคัญมาก เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าเกษตรจากผู้ผลิตไปสู่ตลาด มีโครงการพัฒนาบึงขุมทรัพย์ของจังหวัดอุทัยธานี เพื่อเป็นแหล่งน้ำทางการเกษตร นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อม 2 มรดกโลก คือห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี กับอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เส้นทางนี้สวยงาม ผ่านพื้นที่สีเขียว สามารถเชื่อมไปทางอุทยานแห่งชาติคลองลานและอุทยานแห่งชาติอื่น ๆ ซึ่งการท่องเที่ยวจะได้รับอานิสงส์เป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม คาดว่า ครม.สัญจรที่ จ.นครสวรรค์ครั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะมีการเสนอที่ประชุม ครม.สัญจรอนุมัติโครงการเขตเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) หรือไบโอฮับ มูลค่า 1.33 แสนล้านบาท ที่ถือเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะนำร่องให้เกิดใน 3 พื้นที่ ได้แก่ 1.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 2.พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะนครสวรรค์ และกำแพงเพชร 3.พื้นที่ภาคอีสานตอนกลาง โดยนำร่องใน จ.ขอนแก่น