ครั้งแรกที่สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ประธานาธิบดีจีนปลดนายพลระดับสูงหลายคนนั้น เป็นคู่แข่งในพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ขณะนี้สี จิ้นผิงทำแม้กระทั่งกำลังกำจัดหนึ่งในผู้ภักดีนั้นแสดงถึงปัญหาใหม่ในกองทัพจีนโดยรวมที่ไปไกลเกินกองกำลังขีปนาวุธแล้ว
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานบทวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวดูเหมือนว่า สี จิ้นผิง จะทำสิ่งเดียวกันกับที่จูกัด เหลียง (Zhuge Liang) นักการเมืองและนักยุทธศาสตร์การทหารของจีนทำกับนายพลหม่า ซู่ ผู้เป็นที่ไว้วางใจเมื่อเกือบสองพันปีก่อน
ในสมัยสามก๊ก จูกัด ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและต่อมาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของรัฐซุ่นหลั่งน้ำตาเมื่อออกคำสั่งตัดศีรษะของหม่าเนื่องจากละเมิดวินัยทหาร เพื่อธำรงไว้ซึ่งวินัยทางทหารอย่างเคร่งครัด
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานเมื่อ 6 ธันวาคม 2024 ว่า กระทรวงกลาโหมจีนประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกำลังสอบสวนนายพลเหมียว หัว (Miao Hua) ผู้บัญชาการหมายเลข 5 ของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน หรือ People’s Liberation Army (PLA) ในประเด็นการละเมิดวินัยอย่างร้ายแรง ถือเป็นระลอกล่าสุดของการสอบสวนที่เริ่มตั้งแต่ฤดูร้อนปีที่แล้ว
แม้ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าทำผิดวินัยข้อใด แต่เห็นได้ชัดว่านายพลเหมียวตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีทุจริต และสี จิ้นผิงไม่อาจปกป้องนายพลผู้นี้ได้อีกต่อไปแล้ว

รัฐมนตรีกลาโหมสองคนก่อนหน้าก็ถูกกวาดล้างด้วยการปลดออกจากตำแหน่ง ซึ่งยังส่งผลให้นายทหารระดับผู้บัญชาการกองกำลังขีปนาวุธที่ควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศพ้นจากตำแหน่งไปด้วย
การพุ่งเป้ากำจัดนายพลเหมียว ผู้นำฝ่ายการเมืองที่ไต่เต้าขึ้นมาจากกองทัพเรือ และได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็วในกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ส่งสัญญาณการขยายวงของการปราบปรามรอบใหม่
การสั่งพักงานนายพลเหมียวยังถือเป็นการสืบสวนสมาชิกคณะกรรมาธิการการทหารกลาง หรือ Central Military Commission (CMC) อีกครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นไม่นานหลังจากการร่วงลงจากอำนาจอย่างกะทันหันของหลี่ ซ่างฟู่ (Li Shangfu) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทำให้ตำแหน่งใน CMC หน่วยงานทางทหารสูงสุดนี้ว่างลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
โจแอล วุธโนว์ (Joel Wuthnow) นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันด้านกิจการทหารจีนศึกษาของมหาวิทยาลัยป้องกันแห่งชาติวิเคราะห์ว่า กรณีของนายพลเหมียวสะท้อนว่า ประธานาธิบดีสีไม่ไว้วางใจในกองทัพ PLA ด้วย ไม่ใช่เพียงแค่กองกำลังขีปนาวุธที่เป็นสาขาหนึ่งของ PLA เท่านั้น
วุธโนว์กล่าวอีกว่า สี จิ้นผิงยังคงรู้สึกผิดหวังไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความไว้วางใจ ทางการเมืองหรือความเป็นมืออาชีพต่อผู้ที่ตนเองแต่งตั้งให้เข้าสู่ CMC ซึ่งเป็นองค์กรผู้นำทางทหารสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือ Chinese Communist Party (CCP)
CMC เป็นหน่วยงานทหารระดับสูงสุดประกอบด้วยสมาชิก 6 คน รวมถึงสี จิ้นผิง มีอำนาจตัดสินใจในกิจการด้านทหาร และมีหน้าที่กำกับดูแลกองทัพ PLA ซึ่ง PLA มีหลายสาขา เช่น กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองกำลังขีปนาวุธ
สี จิ้นผิงเลือกนายพลเหมียวให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการเมือง ถือเป็นตำแหน่งสำคัญใน CMC เพื่อเป็นตัวแทนของตน และเพื่อควบคุมทุกกองทัพในทางการเมือง
นายพลเหมียว อายุ 69 ปีเกิดในมณฑลฝูเจี้ยนและเป็นสมาชิกเสาหลักของกลุ่มฝูเจี้ยน กลุ่มการเมืองที่สนับสนุนสี จิ้นผิง และอีกกลุ่มคือกลุ่มเจ้อเจียง ซึ่งบุคคลรายล้อมสี จิ้นผิงล้วนมาจากลุ่มก้อนการเมืองทั้งสองกลุ่มนี้
จีนได้ยกเครื่องกองทัพครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงหลายปีมานี้ โดยในปี 2014-2017 นายทหารจำนวน 7 คนถูกปลดออกจากตำแหน่ง แบ่งเป็นสมาชิก CMC จำนวน 4 คน ทหารชั้นนายพลจำนวน 3 คน และในปี 2023-2024 จำนวน 27 คน ในจำนวนนี้เป็นทหารชั้นนายพลจำนวน 5 คน สมาชิก CMC จำนวน 2 คน และนายทหารที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังขีปนาวุธอีกจำนวนอีก 7 คนและอื่นๆ
ย้อนไปเมื่อครั้งที่สี จิ้นผิงขับไล่บรรดานายพลระดับสูงของกองทัพปลดแอกประชาชนจีนครั้งล่าสุดเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เขามุ่งเป้าไปที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับนายป๋อ ซีไหล (Bo Xilai) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้นำประเทศ การปราบปรามฝ่ายตรงข้ามกินเวลานานถึง 3 ปี และปลดอดีตเจ้าหน้าที่ CMC จำนวน 4 คนในนามของการกวาดล้างการทุจริต เนื่องจากเขาขับไล่นายพลทั้งหลายที่ถูกมองว่าไม่จงรักภักดีออกไป
แต่การปราบปรามครั้งนี้ต่างออกไป เจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐหลายคนเชื่อว่าการกวาดล้างเริ่มขึ้นหลังจากการทุจริตแพร่ขยายเป็นวงกว้างได้ลดขีดความสามารถทางขีปนาวุธของชาติจีนลง
การกำจัดนายพลเหมียว ซึ่งมีบทบาทใน CMC ด้วยการปลูกฝังความจงรักภักดีทางการเมืองในกองทัพจีนและจัดการกำลังคน แสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจในกองทัพ PLA ที่เพิ่มมากขึ้น นับเป็นการปลดบุคคลที่ได้โอ้อวดถึงความสัมพันธ์ในอดีตอันยาวนานกับสี จิ้นผิง ผู้นำที่ทรงอำนาจที่สุดของจีนตั้งแต่เหมา เจ๋อตุง ผู้สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน นอกจากนี้ ยังเกิดขึ้นในขณะที่สี จิ้นผิงเพิ่มการซ้อมรบรอบไต้หวันด้วย
สี จิ้นผิงขึ้นสู่อำนาจในปี 2012 ได้มรดกกองทัพจีนที่เต็มไปด้วยการทุจริต โดยเจ้าหน้าที่มักจะติดสินบนนายพลชั้นสูงเพื่อเลื่อนตำแหน่ง และชดใช้หนี้บุญคุณด้วยค่าน้ำร้อนน้ำชา ซึ่งนักวิเคราะห์จากสถาบันศึกษาการเดินเรือจีน (China Maritime Studies Institute) เขียนไว้ในรายงานฉบับล่าสุดว่า เนื่องจากการคอร์รัปชั่นแพร่หลายในกองทัพจีน การสืบสวนการทุจริตจึงเกี่ยวข้องกับการเมืองเป็นหลัก หากไม่ทำลายระบบก็ไม่อาจกำจัดการคอร์รัปชั่นได้