เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สีหศักดิ์’ ขอสภาฯ อย่าหั่นงบ กต. แจงต้องใช้เพื่อพัฒนาประเทศ
Politics ‘สีหศักดิ์’ ขอสภาฯ อย่าหั่นงบ กต. แจงต้องใช้เพื่อพัฒนาประเทศ
พิพัฒน์ ลั่น ‘คมนาคม’ ลุยป้องกันน้ำท่วม ประกาศ “ยุคผมไม่รับส่วย”
Politics พิพัฒน์ ลั่น ‘คมนาคม’ ลุยป้องกันน้ำท่วม ประกาศ “ยุคผมไม่รับส่วย”
‘เทอร์โมมิเตอร์’ คือ ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจตัวใหม่ ภายในปี 2029 ของชาวยุโรป
Economic ‘เทอร์โมมิเตอร์’ คือ ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจตัวใหม่ ภายในปี 2029 ของชาวยุโรป
บีโอไอ อนุมัติ “เอเอที” ลงทุน 7,400 ล้านบาท ผลิตมาสด้า B-SUV MHEV ใน ปี 2570 
Automotive บีโอไอ อนุมัติ “เอเอที” ลงทุน 7,400 ล้านบาท ผลิตมาสด้า B-SUV MHEV ใน ปี 2570 
วันนี้ (1 ก.ค. 69) วันแรก ใช้สิทธิ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ ซื้อตั๋วรถไฟได้
Economic วันนี้ (1 ก.ค. 69) วันแรก ใช้สิทธิ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ ซื้อตั๋วรถไฟได้
“การบินไทย” เปิดที่ยวบินปฐมฤกษ์กรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
Business “การบินไทย” เปิดที่ยวบินปฐมฤกษ์กรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ไทย อันดับ 9 โลก เบอร์ 1 เอเชีย ปลายทาง ‘เกษียณอายุ’ ดีที่สุด
News ไทย อันดับ 9 โลก เบอร์ 1 เอเชีย ปลายทาง ‘เกษียณอายุ’ ดีที่สุด
FAST Auto Show 2026 กระตุ้นตลาด“รถใหม่-รถมือสอง” กระหน่ำโปรแรง ถึง 5 ก.ค.นี้ 
Automotive FAST Auto Show 2026 กระตุ้นตลาด“รถใหม่-รถมือสอง” กระหน่ำโปรแรง ถึง 5 ก.ค.นี้ 
ราคาทองวันนี้ (1 ก.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 ก.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
อินโดนีเซีย ขาดดุลครั้งแรกในรอบ 6 ปี รูเปียห์อ่อน-น้ำมันแพง
World อินโดนีเซีย ขาดดุลครั้งแรกในรอบ 6 ปี รูเปียห์อ่อน-น้ำมันแพง
ดูทั้งหมด

ไพบูลย์ แนะโมเดลเก็บภาษี VAT มากกว่าหนึ่งอัตรา ตอบโจทย์ประเทศที่สุด

07 ธ.ค. 2567 | 16:09น.
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร

ไพบูลย์ นลินทรางกูร กูรูตลาดทุนแนะโมเดลเก็บภาษี VAT มากกว่าหนึ่งอัตรา ตอบโจทย์ประเทศที่สุด เสนอรัฐบาล อัตรา VAT มาตรฐานอาจกำหนดที่ 10% แต่สำหรับสินค้าและบริการที่จำเป็นบางประเภทอาจลดเหลือ 5% เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ชี้นอกจากจะลดแรงต่อต้าน ยังน่าจะได้คะแนนนิยม ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยก็อาจเพิ่มขึ้นเป็น 15%

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จํากัด ในฐานะกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุข้อความว่า เก็บภาษี VAT หลายอัตราน่าจะตอบโจทย์ที่สุด

ภาษี VAT กำลังเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง ภายหลังรัฐมนตรีคลังเปิดเผยแนวคิดการปฎิรูปโครงสร้างภาษี ด้วยสูตร 15:15:15 ซึ่งประกอบไปด้วย (1) การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 20% เป็น 15% (2) การจัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดาอัตราเดียวที่ 15% และ (3) การปรับเพิ่มภาษีบริโภค หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 15%

รัฐมนตรีคลังให้เหตุผลถึงความจำเป็นในการเพิ่ม VAT ว่าอัตราปัจจุบันที่ 7% ถือว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับทั่วโลกที่จัดเก็บที่อัตรา 15-25% นอกจากนั้น หากเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น จะช่วยให้คนมีฐานะดีจ่ายภาษีตามยอดการใช้จ่ายได้มากขึ้น ทำให้รัฐบาลมีเงินนำส่งเพิ่มขึ้น และส่งผ่านงบประมาณแผ่นดินลงไปช่วยคนที่มีรายได้น้อยได้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน ทำให้มาตรการด้านสาธารณสุข ที่อยู่อาศัย การศึกษา การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ดีตามมาด้วย

ส่วนที่มาของอัตราภาษี VAT ที่ 15% รัฐมนตรีคลังกล่าวว่าเป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้น ยังจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะเป็นเรื่องที่อ่อนไหว ซึ่งขณะนี้กระทรวงคลังยังอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย

โดยส่วนตัว ผมเห็นด้วยกับการปฏิรูปโครงสร้างภาษี เพราะรายได้รัฐบาล (ซึ่งกว่า 90% มาจากเม็ดเงินภาษี) คิดเป็นสัดส่วนเพียง 15% ต่อ GDP ถือว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 29% (ปี 2021) ส่งผลให้รัฐบาลมีงบประมาณน้อยมากที่เหลือไว้ใช้เพื่อการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

ปัญหาใหญ่สุดคือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่มีจำนวนผู้เสียภาษี 4.2 ล้านคน คิดเป็นเพียง 10% ของกำลังแรงงานไทยทั้งหมด 40.2 ล้านคน แปลว่ามีคนไทยที่ได้รับค่าจ้างถึง 36 ล้านคน ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ส่งผลให้สัดส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทย คิดเป็นเพียง 2% ต่อ GDP เทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD ที่ 8% หรือต่ำกว่าถึง 4 เท่า

โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้มีการหลบเลี่ยงภาษีได้น้อยที่สุด การออกกฎหมายบังคับให้ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษี ไม่ว่าจะมีเงินได้เท่าไหร่หรือไม่มี น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพื่อให้บังคับให้ทุกคนเข้ามาอยู่ในระบบภาษี โดยนอกจากจะกำหนดโทษสำหรับผู้ไม่ยื่นแบบ​ ยังควรตัดสิทธิผู้ไม่ยื่นแบบให้ไม่สามารถรับสวัสดิการจากรัฐได้

อัตราภาษีก็ควรมีการปรับลดลง เพื่อลดแรงจูงใจในการหลบเลี่ยง และควรปิดช่องโหว่ของความลักลั่นระหว่างอัตราสูงสุดของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ 35% และภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ 20% ที่เอื้อให้เจ้าของกิจการรับเงินเดือนน้อย เพื่อไปเสียภาษีกำไรจากกิจการแทน

มุมมองส่วนตัว ผมคิดว่าภาษีบุคคลธรรมดาอัตราเดียว อาจจะยังไม่เหมาะสมสำหรับบริบทประเทศไทยในเวลานี้ แต่อาจเริ่มใช้ได้ในระยะยาวเมื่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของคนไทยเริ่มแคบลง

ผมเห็นด้วยกับภาครัฐที่อยากเพิ่มเม็ดเงินที่ได้รับจากภาษี VAT เพราะเป็นภาษีที่เก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยที่สุด หลบเลี่ยงได้ยากที่สุด และเป็นธรรมที่สุด คือบริโภคมากจ่ายมาก บริโภคน้อยจ่ายน้อย

ที่ผ่านมาที่เราเก็บ VAT ได้ไม่มากเท่าที่ควร ไม่ใช่ปัญหาการจัดเก็บ แต่เป็นเพราะอัตราภาษีที่ต่ำเกินไป ทั้งที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 10% แต่ไม่มีรัฐบาลไหนที่กล้าจัดเก็บในอัตรานั้น เพราะทุกครั้งที่มีการพูดถึงการขึ้น VAT ก็จะมีแต่เสียงต่อต้านออกมาทันที

การกำหนดอัตรา VAT อัตราใหม่อัตราเดียวที่ทุกคนยอมรับได้ น่าจะเป็นเรื่องที่ยากมาก และอาจไม่มีวันทำได้ ถ้ารัฐไม่มี Political Will (เจตจำนงทางการเมือง) ที่มุ่งมั่นพอ

ผมอยากเสนอให้รัฐบาลลองศึกษาการปรับโครงสร้างภาษี VAT ให้มีมากกว่าหนึ่งอัตรา สำหรับสินค้าและบริการที่ต่างกัน ซึ่งผมเชื่อว่าจะทำได้ง่ายกว่า และเป็นการตอบโจทย์ประเทศได้ดีกว่า

ยกตัวอย่างเช่น อัตรา VAT มาตรฐานอาจกำหนดที่ 10% แต่สำหรับสินค้าและบริการที่จำเป็นบางประเภทอาจลดเหลือ 5% เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งนอกจากจะลดแรงต่อต้าน ยังน่าจะได้คะแนนนิยมอีกด้วย เพราะทำให้สินค้าที่จำเป็นมีราคาถูกลง ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยก็อาจเพิ่มขึ้นเป็น 15% เป็นต้น

หลายประเทศก็มีการใช้อัตราภาษี VAT หลายระดับสำหรับสินค้าและบริการที่แตกต่างกัน เพื่อสะท้อนนโยบายทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมถึงการสร้างรายได้จากภาษี ด้านล่างเป็นตัวอย่างของประเทศที่มีโครงสร้างภาษี VAT หลายระดับ:

จีน: มีอัตรา VAT มาตรฐานที่ 13% สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ และอัตราลดที่ 9% และ 6% สำหรับสินค้าและบริการบางประเภท เช่น อาหารและบริการขนส่ง

ญี่ปุ่น: มีอัตรา VAT มาตรฐานที่ 10% และอัตราลดที่ 8% สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์

เยอรมนี: อัตรามาตรฐานอยู่ที่ 19% และอัตราลดอยู่ที่ 7% สำหรับสินค้าเช่น อาหารและหนังสือ

อิตาลี: อัตรามาตรฐานอยู่ที่ 22% มีอัตราลดที่ 10%, 5% และอัตราลดพิเศษที่ 4% สำหรับสินค้าจำเป็นบางประเภท

สหราชอาณาจักร: หลัง Brexit สหราชอาณาจักรมีอัตรา VAT มาตรฐานที่ 20% อัตราลดที่ 5% สำหรับสินค้าและบริการเฉพาะ และอัตรา 0% สำหรับสินค้าจำเป็น เช่น อาหารส่วนใหญ่และเสื้อผ้าสำหรับเด็ก

แน่นอนการเก็บภาษี VAT หลายอัตราน่าจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควร แต่ผมเชื่อว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด และถ้าออกแบบดี ๆ น่าจะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในระยะยาว