ย้อนรอย 5 คนในวงการบันเทิงที่โดนมิจฉาชีพหลอกจากหลากหลายกลลวง อาทิ คอลเซ็นเตอร์, Group Chat, ร้านค้าออนไลน์ และเว็บไซต์ที่ไม่มีที่มา สูญเงินรวมกว่า 22 ล้านบาท
นับเป็นกลลวงที่หนักขึ้นทุกวันสำหรับกระบวนการมิจฉาชีพที่ทำทุกวิถีทางในการหลอกลวงประชาชนให้สูญเสียเงิน ไม่ว่าจะเป็นกลลวงของพ่อค้าแม่ขายออนไลน์ที่ไม่ส่งของให้หลังจากที่จ่ายเงินไปแล้ว หรืออาจจะเป็นเว็บไซต์และลิงก์ประหลาดที่ส่งเข้ามาในโทรศัพท์ ก็ต่างเป็น 1 ในกลลวงที่ทำให้เราหลงเชื่อไปได้
หรือที่ฮิตที่สุดจนเราคุ้นเคยกันอย่างเบอร์แปลกที่โทร.เข้ามาแล้วอ้างว่า “เป็นขนส่งมาส่งของ” หรือเสียงที่ทำทีว่าทักมาหาคนรู้จัก ซึ่งถึงแม้ว่าในสมัยนี้เราจะมียกอุทาหรณ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนด้วยกันเองมาเตือนสติกันก็ใช่ว่าจะช่วยได้ เพราะอย่างไรก็ตาม มิจฉาชีพเองก็จะปรับตัวหากลลวงอื่นมาหลอกเราได้อยู่
ซึ่งไม่ใช่แค่เราประชาชนคนธรรมดาเองที่จะโดนหลอก แต่รวมถึงเหล่าดาราคนดังที่ต่างก็พลาดท่าให้กับสิ่งเหล่านี้ไม่ต่างกัน ประชาชาติธุรกิจพาย้อนรอย 5 คดีอุทาหรณ์ของเหล่าคนดังในวงการบันเทิง พร้อมบอกมูลค่าความเสียหายที่น่าตกใจ
แซมมี่ – กลุ่มไลน์ Open Chat สูญ 1.2 ล้านบาท

เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา “แซมมี่ เคาวเวลล์” นักแสดงสาวชื่อดังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินจำนวน 1.2 ล้านบาท โดยแซมมี่เปิดเผยกับสื่อว่า เริ่มมาจากความต้องการขายกระเป๋าแบรนด์เนม ตนเลยโพสต์ลงกลุ่มเฟซบุ๊ก “คนซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนม” หลังจากนั้นก็ได้มีบุคคลปริศนาเข้ามาพูดคุยและดึงเข้ากลุ่มไลน์ Open Chat และให้โอนเงินค่าสมัครเป็นจำนวนหลายครั้ง โดยระบุว่า เป็นเงื่อนไขในการเข้ากลุ่ม และถูกขู่ว่า ถ้าไม่โอนมาจะไม่ได้รับเงินคืน
ซึ่งจากการตรวจสอบแบบคร่าว ๆ จากรีวิว พบว่า มีหลายคนที่ได้เงินคืน และดูมีความน่าเชื่อถือ ทำให้ตัดสินใจโอนเงินไปหลายครั้ง ซึ่งกว่าจะได้สติก็สูญเงินไปมูลค่ากว่า 1,200,000 บาท
“คงไม่หรอกมั้ง ไม่น่าจะมีอะไร เราก็คุยกับลูกค้าคนที่ซื้อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็อาจจะชะล่าใจไปด้วย
กลายเป็นว่าเลยเถิดนิดนึงค่ะ ขอเตือนได้แค่ว่าต้องระวังตัวไว้มาก ๆ คิดเยอะ ๆ ค่ะ” แซมมี่กล่าว
เฟิร์น นพจิรา และผู้เสียหาย – ร้านค้าออนไลน์ สูญ 10 ล้านบาท

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 “เฟิร์น นพจิรา ฤกษ์ขจรนามกุล” นางเอกช่องวัน ถูกหลอกจากร้านขายสินค้าแบรนด์เนมในอินสตาแกรมที่เปิดมานานกว่า 10 ปี, มีผู้ติดตามจำนวนมาก และมีดาราหลายคนอุดหนุน ทำให้เฟิร์นตัดสินใจซื้อกางเกงแบรนด์เนมกับทางร้านในราคา 35,000 บาท แต่ไม่ได้มีการส่งของมาให้ ตนเลยเข้าแจ้งความกับศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พร้อมผู้เสียหายจากร้านเดียวกันอีก 3 คน รวมเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
นาวิน ต้าร์ – เว็บเถื่อน สูญ 5 ล้านบาท

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2567 “นาวิน ต้าร์” หรือ “นาวิน เยาวพลกุล” ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เหตุของการสูญเงิน 5 ล้านนั้น เริ่มต้นมาจากตนอ่านข่าวจากเว็บ Blog ที่สนใจ แต่เป็นเว็บไวต์ที่ไม่มีระบบการคัดกรองจากบรรณาธิการ เลยไม่สามารถทราบผู้เขียน และความน่าเชื่อถือ แต่ตนเจอเนื้อหาที่สนใจเลยกดเข้าไป และพบว่ามีการจ่ายค่าธรรมเนียม (Transaction)
โดยนาวินระบุว่า เป็นค่าที่คนเล่นคริปโตจะเข้าใจเป็นอย่างดี และตนก็จ่ายมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว และอยากทราบว่า ที่ผ่านมาตนจ่ายไปทั้งหมดเท่าไหร่ พอกดเข้าไปก็ไปโผล่ที่ Wallet ของตัวเองในเว็บนั้น พอกดเข้าไปเงินก็หายไปอยู่ที่บัญชีคริปโตบัญชีหนึ่งที่ไม่มีชื่อ
“เป็นอุทาหรณ์นะครับ เงินคุณหายในบัญชีของประเทศไทยเรามีคนดูแล มีข้อมูล มีทุกอย่าง ยังพอตามได้ แต่ถ้าเงินคริปโตของคุณโอนไปในบัญชีอื่น ๆ จะไปตามยังไงครับ มันไปสากลไปต่างประเทศแล้ว ใครบอกว่าเหรียญคริปโตมันปลอดภัยกว่าบัญชีทั่วไป อันนี้คือตัวอย่างที่ไม่ใช่ครับ” นาวินกล่าวทิ้งท้าย
ตาล ประวีณมัย – คอลเซ็นเตอร์ สูญ 1.03 ล้านบาท

เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ตาล ประวีณมัย บ่ายคล้อย ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 ออกมาเล่าผ่านเฟซบุ๊ก Praweenamai Baicloy ว่า ตนถูกมิจฉาชีพอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน แจ้งเรื่องภาษีที่ดิน พร้อมบอกรายละเอียดข้อมูลที่ดิน และให้เราอัพเดตได้ 2 ทาง คือ 1.ต้องไปติดต่อกรมที่ดินเอง 2.สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ของกรมที่ดิน
โดยตาลได้เลือกทำผ่านออนไลน์ผ่านการแอดไลน์ และใช้แอปพลิเคชั่นที่มิจฉาชีพบอก ทำให้เงินหายจากบัญชีธนาคารต่าง ๆ ได้แก่ บัญชีกรุงไทย 155,000 บาท ไทยพาณิชย์ 49,990 บาท 4 ครั้ง รวม 199,960 บาท และกสิกร 675,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 1,029,960 บาท
ชาล็อต ออสติน – คอลเซ็นเตอร์ สูญ 4 ล้านบาท

สำหรับกรณีล่าสุดของสาว “ชาล็อต ออสติน” ที่ถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินพร้อมบังคับให้วิดีโอคอล 24 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา พร้อมออกมาชี้แจงรายละเอียดผ่านสื่อ ใจความว่า ตนถูกหลอกจากมิจฉาชีพที่อ้างว่าเป็นตำรวจแจ้งว่า ชาล็อตได้ขายบัญชีให้กับนายศรัทธาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์จึงได้ทำการพูดคุย และขอวิดีโอคอลผ่านไลน์เพื่อเก็บหลักฐานในการดำเนินคดี
โดยมิจฉาชีพบอกว่า ถ้าไม่ยินยอมวิดีโอคอลและโอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินจะแจ้งความจับ และหากยินยอมจะทำการคืนเงินให้ใน 15-30 นาที หลังจากที่ตรวจสอบเอกสารที่มิจฉาชีพส่งมาให้ทางไลน์ ที่เป็นหมายจับ และหมายยุติจากผู้ต้องหา ที่มีรายละเอียดอย่างชื่อ, นามสกุล, บัตรประชาชน และสมุดบัญชีธนาคารถูกต้อง จึงทำให้เชื่อ ชาล็อตจึงได้โอนเงินไปครั้งแรกจำนวน 2,000,000 บาท ครั้งที่ 2 เป็นจำนวน 500,000 บาท และครั้งที่ 3 โอนไป 1,500,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 2,000,000 บาท
ซึ่งแม้ว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอก และพยายามขอให้อีกฝ่ายเปิดกล้องเพื่อเก็บหลักฐานก็โดนข่มขู่ต่อ ทำให้ไม่สามารถเก็บหลักฐานมาได้ แต่ก็ได้เปิดเผยชื่อบัญชีที่โอนไปว่าเป็นชื่อของนางสาวปาริฉัตร แซ่เอี้ยว