บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินหุ้นไทยวันนี้รับปัจจัยกดดัน แม้เฟดลดดอกเบี้ยตามคาด แต่ส่งสัญญาณชะลอลดดอกเบี้ยในปีหน้าเหลือ 2 ครั้ง จากเดิม 4 ครั้ง ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า และ Bond Yield สหรัฐปรับตัวขึ้น เป็นปัจจัยลบต่อดัชนีให้ปรับลง แนวรับ 1,390 จุด แนวต้าน 1,420 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด รายงานว่า คาด SET ได้รับปัจจัยกดดัน แม้เฟดลดดอกเบี้ยตามคาด 25bps อย่างไรก็ตาม ส่งสัญญาณชะลอลดดอกเบี้ยในปีหน้าเหลือ 2 ครั้ง จากเดิม 4 ครั้ง ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า และ Bond Yield สหรัฐปรับตัวขึ้น เป็นปัจจัยลบต่อดัชนีให้ปรับลง โดยมีแนวรับอยู่ที่ 1,390 และ 1,377 จุด ตามลำดับ ส่วนกรอบบนถูกจำกัดบริเวณแนวต้าน 1,408 และ 1,420 จุด ตามลำดับ
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบาย 2.25% ตามตลาดคาด โดยมองอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่เงินเฟ้อกำลังเข้าสู่กรอบเป้าหมาย และมองเศรษฐกิจไทยปีนี้และปีหน้ามีแนวโน้มเติบโต 2.7% และ 2.9% ตามลำดับ
-เฟดมีมติปรับลดดอกเบี้ยลง 25bps สู่ระดับ 4.25-4.50% ตามตลาดคาด แต่ Dot Plot ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2568 ลงเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 25bps รวม 50bps จากเดิมที่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย 4 ครั้ง รวม 100bps เมื่อในเดือน ก.ย.
-ส.อ.ท.เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย. ปรับขึ้นเป็น 91.4 สูงสุดในรอบ 8 เดือน หนุนจากคำสั่งซื้อที่เร่งเข้ามา, การส่งออกที่เร่งตัว และบาทอ่อนค่าส่งผลดีต่อความสามารถในการแข่งขัน
-รมว.พาณิชย์เผยหลังประชุมร่วมกับ กกร. เห็นตรงกันว่าปี 2568 การส่งออกคาดเติบโตได้ 2-3% คิดเป็นมูลค่า 10.38-10.48 ล้าน ลบ. เพิ่มขึ้น 5% YOY สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ไทยส่งออกมา
-“ฮอนด้า-นิสสัน” หารือความเป็นไปได้แผน “ควบรวมกิจการ” เพื่อขึ้นเป็นบริษัทรถยนต์ยอดขายอันดับ 3 ของโลก แข่งขันในยุค EV จีน-เทสลาครองเมือง ด้าน “โตโยต้า” ยืนยันลงทุนไทย 5.5 หมื่นล้าน ใน 5 ปี
-EIA เผยสต๊อกน้ำมันดิบในสัปดาห์ก่อนลดลง 9.34 แสนบาร์เรล สต๊อกน้ำมันกลั่นลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล แต่เบนซินเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรล
-ตลท.ประกาศผลการคัดเลือกหลักทรัพย์ใช้คำนวณในดัชนีสำหรับ 1H68 SET50 มีการเปลี่ยนเข้าออก 4 หุ้น (เข้า : BANPU CCET COM7 SAWAD, ออก : BCP CENTEL EA TIDLOR) เช่นเดียวกับ SET100 (เข้า : CCET COCOCO JTS PR9 ออก : MBK RBF TIPH TO)
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดย Upside ของตลาดขึ้นกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีนและการเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการซื้อกองทุนประหยัดภาษี กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และ 1 ธีมเทรดดิ้งระยะสั้น ดังนี้
1.หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากการเป็นเป้าหมายสะสมของกองทุนวายุภักษ์และกองทุนที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีช่วงปลายปี อาทิ SSF และ RMF แนะนำลงทุนในหุ้น SET100 ซึ่งมีคุณสมบัติ คือ 1) จ่ายเงินปันผลดีและสม่ำเสมอ โดยให้ Div. Yield ขั้นต่ำปีละ 3% 2) เราให้คำแนะนำ Outperform และมี SETESG Rating สูงตั้งแต่ระดับ A-AAA และ CG ระดับ 5 ดาว และ 3) มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และผลประกอบการมีความมั่นคงหรือมีแนวโน้มเติบโตได้ในปี 2025 ได้แก่ ADVANC AP BBL BDMS HMPRO
2.หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากรัฐเตรียมออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคและท่องเที่ยวเพิ่มเติมในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แนะนำกลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC HMPRO TNP) และกลุ่มท่องเที่ยว (AWC AOT MINT)
3.หุ้น Earning Play ซึ่งมองมีโมเมนตัมกำไร 4Q67 จะเติบโตดี YOY และ QOQ อีกทั้งเราแนะนำ Outperform เลือก GULF OSP AMATA AU TIDLOR BCP
4.Trading Idea : นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจเก็งกำไร หุ้น Laggard ซึ่งมีเทคนิคมีแนวโน้มฟื้นตัว แนะนำ BEM BDMS MINT AP