เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Hashtag B ส่ง New Concept Store ปักธงเซ็นทรัลเวิลด์
Business Hashtag B ส่ง New Concept Store ปักธงเซ็นทรัลเวิลด์
โอสถสภา ผนึกแบรนด์จีนรุกตลาดยาสีฟัน เสริมแกร่งพอร์ตสินค้าสุขภาพ
Business โอสถสภา ผนึกแบรนด์จีนรุกตลาดยาสีฟัน เสริมแกร่งพอร์ตสินค้าสุขภาพ
หมายกำหนดการ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก หมายกำหนดการ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
HAPPY26 เข้าเทรด LiVEx 23 ก.ย. ระดมทุน 31 ล้าน ขยายโกดัง-โรงงานสำเร็จรูป
Finance HAPPY26 เข้าเทรด LiVEx 23 ก.ย. ระดมทุน 31 ล้าน ขยายโกดัง-โรงงานสำเร็จรูป
ทิสโก้เปิดแผลเศรษฐกิจไทย ส่งออกโตแต่ผลิตไม่โต เสี่ยง “ซึมยาว” 10 ปี
Economic ทิสโก้เปิดแผลเศรษฐกิจไทย ส่งออกโตแต่ผลิตไม่โต เสี่ยง “ซึมยาว” 10 ปี
LINE MAN เตรียมอัดงบฯกระตุ้น ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เพิ่ม หลังรัฐบาลไปต่อเฟส 2
Business LINE MAN เตรียมอัดงบฯกระตุ้น ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เพิ่ม หลังรัฐบาลไปต่อเฟส 2
กรมส่งเสริมสหกรณ์ อัด 500 ล้าน ปั้น CDC เป็น “ฮับ” ภูมิภาค ดันยอดขายปี 69 แตะ 5,000 ล้าน
Economic กรมส่งเสริมสหกรณ์ อัด 500 ล้าน ปั้น CDC เป็น “ฮับ” ภูมิภาค ดันยอดขายปี 69 แตะ 5,000 ล้าน
เปิดประวัติ “สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” ว่าที่อธิบดีกรมสรรพากร คนใหม่
Finance เปิดประวัติ “สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” ว่าที่อธิบดีกรมสรรพากร คนใหม่
เกษตรฯ ยันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ไม่ตัดสิทธิเกษตรกร เก็บ-แลก-ขายได้
Economic เกษตรฯ ยันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ไม่ตัดสิทธิเกษตรกร เก็บ-แลก-ขายได้
ไทยปิดดีลเปิดตลาดลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง ดันยานยนต์-แผงวงจรเชื่อมห่วงโซ่จีน
Economic ไทยปิดดีลเปิดตลาดลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง ดันยานยนต์-แผงวงจรเชื่อมห่วงโซ่จีน
ดูทั้งหมด

จับตา “Deepfake” ภัยไซเบอร์-เครื่องมือโจมตีองค์กร ปี 2568

19 ธ.ค. 2567 | 20:55น.
Deepfake

“พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์” ผู้ให้บริการโซลูชั่น Cybersecurity เผยทิศทางความปลอดภัยไซเบอร์ ปี 2568 หวั่นคนร้ายโจมตีด้วย “ควอนตัม” และใช้ “Deepfake” แทรกแซงองค์กรมากขึ้น

ปี 2567 AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจในมิติต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือที่คนร้ายนำมาใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์ตลอดเวลา

ข้อมูลล่าสุดของ PwC ระบุว่า ผู้นำองค์กรกว่า 40% ขาดความเข้าใจในอันตรายจากเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น Generative AI นั่นทำให้องค์กรต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) มากขึ้น

“พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์” (Palo Alto Networks) ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้เผยแพร่รายงานการคาดการณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกประจำปี 2568 ซึ่งมีสิ่งที่ต้องจับตาทั้งหมด 5 ประการ ดังนี้

1.การรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลแบบรวมศูนย์

ปี 2568 องค์กรจะต้องรับมือกับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นจนต้องลดจำนวนเครื่องมือระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่ใช้งาน และย้ายไปสู่แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ ซึ่งแจ้งสถานการณ์และมอบการควบคุมที่รอบด้านกว่า ประกอบกับการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะทางไซเบอร์ ยิ่งทำให้แนวโน้มดังกล่าวนี้เป็นจริงในอัตราที่เร็วขึ้น 

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์จะเพิ่มการมองเห็นและให้บริบทเชิงสถานการณ์ได้ในทุกส่วน ตั้งแต่คลังเก็บโค้ด เวิร์กโหลดของระบบคลาวด์ ไปจนถึงข้อมูลด้านระบบเครือข่ายและศูนย์ SOC ทำให้องค์กรมองเห็นภาพรวมภายใต้สถาปัตยกรรมความปลอดภัยผ่านแดชบอร์ดเพียงไม่กี่รายการ และมีความคล่องตัวในการป้องกันภัยคุกคามยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

2.เผชิญหน้ากับดีปเฟก (Deepfake)

Deepfake หรือวิดีโอเทียมที่สร้างจากข้อมูลใบหน้าและน้ำเสียงของบุคคลต่าง ๆ ด้วย AI ถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ดีมาแล้วมากมายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่เห็นบ่อยตามหน้าสื่อจะเป็นรื่องการปล่อยข้อมูลเท็จเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง

แต่การโจมตีที่สร้างความเสียหายอย่างเป็นรูปธรรมมักมุ่งเป้าไปที่การล่อลวงทางการเงินต่อองค์กร เช่น กรณีที่บริษัทวิศวกรรมแห่งหนึ่งในฮ่องกงโดนหลอกให้โอนเงินมูลค่ามหาศาลแก่คนร้ายที่ปลอมตัวเป็น CFO และฝ่ายบริหารคนอื่น ๆ ในการประชุมทางวิดีโอ

อาชญากรที่มีความชำนาญจะคอยปรับปรุงเทคโนโลยี Generative AI ที่ใช้งานให้สามารถโจมตีเป้าหมายด้วย Deepfake ที่ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังมีการใช้ Deepfake ประเภทเสียงในการหลอกลวงมากขึ้น อัเป็นผลจากเทคโนโลยีการโคลนเสียงที่เหมือนจริงยิ่งกว่าเดิมในปัจจุบัน

3.การรักษาความปลอดภัยเชิงควอนตัม

แม้ว่าการโจมตีด้วยควอนตัมต่อเทคนิคการเข้ารหัสที่นิยมใช้ในปัจจุบันจะยังทำไม่ได้จริง แต่กลุ่มคนร้ายที่มีบางรัฐหนุนหลังได้ดำเนินมาตรการ “รวบรวมไว้ก่อน ถอดรหัสทีหลัง” โดยมีเป้าหมายไปที่ข้อมูลลับที่อาจถูกถอดรหัสด้วยเทคโนโลยีควอนตัมในอนาคต

เรื่องนี้กำลังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่รัฐบาลและภาคธุรกิจต้องเผชิญ เพราะเป็นอันตรายต่อการสื่อสารทั้งระดับพลเรือนและการทหาร กระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และสามารถจัดการกับโปรโตคอลรักษาความปลอดภัยที่ใช้ในธุรกรรมทางการเงินบนอินเทอร์เน็ตได้

ทุกองค์กรจำเป็นต้องหามาตรการต้านทานควอนตัม ทั้งการใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสที่ออกแบบมาเพื่อทนทานต่อภัยคุกคามจากอุโมงค์ควอนตัม (Quantum-resistant tunnelling) ไลบรารีข้อมูลการเข้ารหัสที่มีความหลากหลาย และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่มีความคล่องตัวในการเข้ารหัสที่เหนือขึ้นไปอีกระดับ

ทั้งนี้ NIST (National Institute of Standards and Technology) ได้ออกมาตรฐานฉบับสมบูรณ์สำหรับวิทยาการรหัสลับยุคควอนตัม ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้อัลกอริทึมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ข้อมูลเมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากควอนตัมในอนาคต

ส่วนองค์กรที่ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงควรศึกษาการใช้ QKD (Quantum Key Distribution) ซึ่งใช้เทคนิคการกระจายกุญแจควอนตัมเพื่อยกระดับการสื่อสารให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น

4.ความโปร่งใส = หัวใจหลักในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า

หน่วยงานกำกับในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเริ่มเข้ามาควบคุมการปกป้องข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภายใต้สถานการณ์ที่มีการใช้โมเดล AI มากขึ้น นับเป็นหนึ่งในมาตรการสร้างความมั่นใจในการใช้ AI และการเร่งเดินหน้านวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI

โดยในปี 2568 ฝ่ายนิติบัญญัติในเอเชีย-แปซิฟิกจะให้ความสำคัญกับ AI ในเรื่องจริยธรรม การปกป้องข้อมูล และความโปร่งใส เพราะการใช้โมเดล AI ที่มากขึ้นจะทำให้การรักษาความปลอดภัยและบูรณภาพของ AI รวมถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่นำไปใช้งานเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ

และทำให้ความโปร่งใสและการสื่อสารเชิงรุกเกี่ยวกับกลไกโมเดล AI โดยเฉพาะกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูล การเทรนชุดข้อมูล และกระบวนการตัดสินใจ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจให้ลูกค้า

5.โฟกัสที่บูรณภาพของผลิตภัณฑ์

องค์กรจำนวนมากจะโฟกัสไปที่บูรณภาพของผลิตภัณฑ์และภูมิคุ้มกันในซัพพลายเชนมากขึ้น โดยจะมีการประเมินความเสี่ยงอย่างเข้มข้น มีการพิจารณาแง่มุมทางความรับผิดชอบและทางกฎหมายต่อสถานการณ์หยุดชะงักทางธุรกิจ และทบทวนข้อสัญญาประกันภัยใหม่

ส่วนในแง่ของระบบคลาวด์ที่เกิดความเสี่ยงมากขึ้นจากความซับซ้อนและขอบเขตวงกว้าง จะยิ่งทำให้การมองเห็นสถานการณ์แบบเรียลไทม์กลายเป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงระบบตรวจสอบและติดตามที่ครอบคลุมจะมีบทบาทมากขึ้นสำหรับติดตามประสิทธิภาพของโครงสร้างระบบและแอปพลิเคชั่นอย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Cybersecurity Deepfake ภัยไซเบอร์