“ชัยพฤกษ์ ทองคำ” นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ เผยภาพรวมการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีนี้ฟื้นตัวได้ดี จากการจองที่พัก-ตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้น 80-90% คาดปี’68 จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหากได้รับการสนับสนุนจากมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ
นายชัยพฤกษ์ ทองคำ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีนี้ ภาพรวมการเดินทางของคนไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะการเดินทางในช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่มีการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้หลายพื้นที่มีการจองสูงถึง 80-90% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 แม้ว่าจะยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับเดิมได้เต็มที่ แต่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในปีนี้มีการเติบโตที่สำคัญ

“เมื่อพูดถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทย เทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจากยุโรป อเมริกา และจีนที่ได้รับการตอบรับที่ดีหลังจากการเปิดวีซ่าท่องเที่ยว รวมถึงอินเดียที่เริ่มเข้ามามากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าผู้เดินทางจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีหน้า และอาจจะใกล้เคียงกับตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในช่วงก่อนโควิด” นายชัยพฤกษ์กล่าว
สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ “ไทยเที่ยวไทย” ปีนี้ยังไม่ได้มีการสรุปตัวเลขที่แน่ชัด แต่ภาพรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีการเดินทางในประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปัจจัยด้านเศรษฐกิจและค่าเงินจะมีผลบ้างในช่วงนี้ แต่ก็ยังเห็นการเดินทางอย่างชัดเจนในหลาย ๆ จุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากคนไทย ทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต และเมืองท่องเที่ยวหลักอื่น ๆ
ในด้านของการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ อยากให้ภาครัฐมีการพิจารณาแนวทางในการส่งเสริม “ไทยเที่ยวไทย” ให้มากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของราคา ตั๋วเครื่องบินที่มีราคาสูงในช่วงนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญที่มีการเดินทางข้ามจังหวัดมากมาย ภาคธุรกิจท่องเที่ยวมีความต้องการให้ราคาตั๋วเครื่องบินภายในประเทศถูกลง เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวในประเทศได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังมีการฟื้นตัวจากโควิด การออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศยังถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยเฉพาะการปรับลดราคาตั๋วเครื่องบินสำหรับเส้นทางที่มีการเดินทางท่องเที่ยวหนาแน่น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนตัดสินใจออกเดินทางมากขึ้น ทั้งในรูปแบบทัวร์หรือการเดินทางแบบส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น ค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นและปัญหาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในภาคโรงแรมและร้านอาหาร ทำให้บางส่วนของภาคธุรกิจท่องเที่ยว อย่างบริษัททัวร์ยังคงได้รับผลกระทบจากราคาที่เพิ่มสูงขึ้น หากมีการปรับขึ้นค่าแรง 400 บาท อาจส่งผลต่อราคาบริการต่าง ๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และบริการขนส่งที่มีการใช้แรงงานจำนวนมาก ซึ่งอาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ
แม้ว่าการขึ้นค่าแรงจะเป็นการผลักดันให้แรงงานได้รับค่าจ้างที่เหมาะสม แต่ในช่วงนี้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่เพิ่งฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิดยังคงเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะในภาคที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านการท่องเที่ยวซึ่งมีต้นทุนสูงอยู่แล้ว
ขณะที่ในอนาคตการท่องเที่ยวในประเทศไทย คาดว่าปี 2568 แนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวทั้งจากคนไทยเองและนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศจะยังคงเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวในระยะยาว
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในประเทศ โดยการสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ เช่น การปรับลดราคาตั๋วเครื่องบิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ท้องถิ่น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตและมีความยั่งยืนในอนาคต