เทรนด์อาหารอนาคต 2568 รักสุขภาพ-รักษ์โลก โปรตีนจากพืชคือ “ดาวรุ่ง”
ในมุมมองของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน เทรนด์การบริโภคและอุปโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เนื่องมาจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ทำให้พฤติกรรมการชิม ช็อป ใช้ ของคนยุคใหม่ต้องมีสติมากขึ้น รักสุขภาพมากขึ้น รวมกับประเด็นแนวโน้มการลดลงของประชากร และการเข้าสู่สังคมสูงวัยก็ถือเป็นตัวแปรสำคัญทำให้ “อาหารเพื่อสุขภาพ” หรือ “อาหารแห่งอนาคต” ได้รับความนิยมยิ่งขึ้น
“ยงวุฒิ เสาวพฤกษ์” ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ระบุถึงอาหารอนาคต 4 ประเภท ได้แก่ 1.อาหารเกษตรอินทรีย์ (Organic Foods) 2.อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพ (Functional Foods and Drink) 3.อาหารทางการแพทย์ (Medical Foods) และ 4.อาหารกลุ่มที่ผลิตขึ้นมาใหม่ทางนวัตกรรม (Novel Foods) เช่น โปรตีนทางเลือก
“โปรตีนทางเลือก” เป็นหมวดหนึ่งในอาหารแห่งอนาคต มีมูลค่าการส่งออกร้อยละ 4.6 ของมูลค่าการส่งออกอาหารแห่งอนาคตรวมทุกหมวด หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.4 พันล้านบาท
โดยเฉพาะโปรตีนจากพืชมีศักยภาพในการกระตุ้นตลาดส่งออกของประเทศไทยอยู่มาก หากมีการผลิตเป็นจํานวนมากเพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์แบบดั้งเดิม จะยิ่งบรรเทาผลกระทบเชิงลบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคปศุสัตว์ได้อย่างมหาศาล
ประชากรโลกลด-ทรัพยากรทรุด
เมื่อพิจารณาแนวโน้มที่ผ่านมาของการเปลี่ยนแปลงอาหารการกิน โครงสร้างอายุประชากรที่คาดการณ์ไว้ของประเทศไทย อัตราการขยายตัวของชุมชนเมือง และการเติบโตของรายได้ แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มระยะยาวของการบริโภคเนื้อสัตว์ต่อหัวที่เพิ่มขึ้น
ประกอบกับการวิเคราะห์ของ World Bank Group ที่คาดการณ์ว่าจํานวนประชากรจะลดลงจาก 72 ล้านคนเป็น 68 ล้านคนในปี 2050
ดังนั้น การบริโภคทั้งหมดส่วนใหญ่จะสอดคล้องกับการคาดการณ์การบริโภคต่อหัว แต่เติบโตช้ากว่า เนื่องจากการลดลงของจำนวนประชากรเป็นหลัก โดยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 28.1 กก. ในปี 2563 เป็น 41.6 กก. ในปี 2593 ซึ่งการบริโภคสัตว์ปีกมีส่วนสําคัญที่สุดต่อการเติบโตที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีบทบาทหลักต่อการเพิ่มขึ้นในอนาคต
ส่วนการบริโภคเนื้อหมูมีอัตราการเติบโตรองลงมา ในขณะที่การบริโภคเนื้้อวัวต่อหัว คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ
การบริโภคอาหารทะเลต่อหัวอยู่ในระดับคงที่เป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว และคาดว่าจะยังอยู่ในระดับนี้้ต่อไป
สำหรับภาคการผลิตอาหารทะเล การบริโภคปลาที่จับตามธรรมชาติคาดว่าจะคงลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะทรัพยากรธรรมชาติมีการถดถอย จะมีการบริโภคปลาจากฟาร์มเข้ามาชดเชยแทนที่ ขณะที่แนวโน้มทั่วโลกจะเป็นเช่นนี้ในทิศทางเดียวกัน
สุขภาพ-โภชนาการยอดนิยม
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “สุขภาพแบบองค์รวม” และ “การป้องกันโรค” ในทุกด้านของชีวิตถูกกล่าวถึงมากในสังคมและธุรกิจ สะท้อนว่าธุรกิจ “Wellness” จะมีแนวโน้มรุ่งเรืองต่อเนื่อง
จากข้อมูลอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม กระทรวงอาหารและการเกษตรแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMEL) ปี 2024 ชี้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามซื้ออาหารแปรรูปมีมากกว่า 50% ของผู้บริโภค “จงใจ” เลือกอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลหรือไขมันลดลง
และประมาณ 1 ใน 5 ของผู้บริโภค “มองหา” อาหารที่มีปริมาณโซเดียมต่ำ แสดงว่า “ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ”
เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดของ Innova ระบุถึงแง่มุมสุขภาพว่า บทบาทในการเลือกอาหารก็เปลี่ยนไปตามเทรนด์การบริโภคที่มุ่งสู่สุขภาพแบบองค์รวม ผู้บริโภคต้องการพึ่งพาอาหารธรรมชาติมากขึ้น
“ฮันนี่ รุตซ์เลอร์” นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารชั้นนำของยุโรป กล่าวถึงการสนับสนุนและจุดสนใจของผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือกในทุกวันนี้ว่า โปรตีนทางเลือกไม่ได้อยู่ที่การทดแทนรสชาติของเนื้อสัตว์ ปลา และผลิตภัณฑ์นมอีกต่อไป
แต่มีการเข้ามาของผลิตภัณฑ์จากพืช เช่น เห็ด สาหร่าย และผักอื่น ๆ ที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบ เพื่อขยายในมิติของรสชาติให้อาหารมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ดัชนีตัวแปรเศรษฐกิจไทย
“วิชญะภัทร์ ภิรมย์ศานต์” ผู้อำนวยการ Madre Brava ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า โปรตีนจากพืชจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกประเภท และสามารถชะลออุณหภูมิให้อยู่ภายใต้เกณฑ์ความปลอดภัยต่อสภาพภูมิอากาศได้
ด้วยการปรับเปลี่ยนการนำอัตราพลังงานสะอาดมาใช้ ยุติการตัดไม้ทำลายป่า และเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพในการเพาะปลูกพืชผล
ทั้งนี้ การผลักดันลดการปล่อยก๊าซจากการผลิตเนื้อสัตว์และอาหารทะเลต้องใช้แนวทางที่หลากหลาย แต่สิ่งสำคัญคือต้องจัดลำดับตามศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซให้ได้จริง เพราะจะช่วยลดมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และชะลอการเสื่อมสภาพของที่ดินได้พร้อม ๆ กัน
รายงานข่าวจากคณะกรรมการ EAT-Lancet ระบุหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไว้ว่า การเปลี่ยนแปลงในภาคอุปสงค์เป็นสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในภาคอุปทานเพียงอย่างเดียวไม่อาจช่วยให้บรรลุเป้าหมายตามความตกลงปารีสได้ (Paris Agreement)
“ปัจจัยสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในภาคอุปทานคือ การเปลี่ยนแปลงในภาคอุปสงค์ โดยเน้นผลิตอาหารที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืน รวมถึงนโยบายด้านโภชนาการที่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์และอาหารทะเลเกินจำเป็น โดยเพิ่มโปรตีนจากพืชในอาหารแทน”
“วิชญะภัทร์” กล่าวสนับสนุนงานวิจัยว่า เมื่อจำลองการผลิตโปรตีนจากพืช 30% การผลิตโปรตีนจากพืชในประเทศไทยจะยังคงอยู่ในระดับเดิมเมื่อเทียบกับปี 2020 จึงคาดการณ์ว่าจะไม่มีการสูญเสียงานในภาคการเลี้ยงสัตว์ ดังนั้น การผลิตโปรตีนจากพืชและการจ้างงานจึงถูกสร้างขึ้นเพิ่มเติมจากภาคการผลิตสัตว์ที่มีอยู่
หากประเทศไทยสามารถขยายการผลิตถั่วเหลืองเกรดอาหารที่ไม่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตโปรตีนจากพืชเพิ่มเติมได้ สามารถจะคาดการณ์ได้ว่าภายในปี 2593 จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีก 1.2 ล้านตำแหน่งในการผลิตและแปรรูปถั่วเหลืองเพื่อการบริโภคของคนยุคใหม่
และเมื่อประเทศไทยมีการผลิตโปรตีนจากพืชถึง 50% คาดการณ์ว่าการผลิตถั่วเหลืองเกรดอาหารและโปรตีนจากพืชสามารถสร้างงานใหม่ได้เพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านตำแหน่งเลยทีเดียว
เท่ากับว่าอนาคตอันใกล้จะมีการสร้างงานสุทธิ 1.15 ล้านตำแหน่ง ถือเป็นประโยชน์ต่อการจ้างงานอย่างยั่งยืน และมีผลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP นั่นเอง
4 ฉากทัศน์ ความมั่นคงทางอาหาร
ภาคการเกษตรของไทยมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ “อาหารจากพืช” ที่มีผลต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับโลกกับการปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กำหนดแนวทางสร้างความเข้มแข็งทางการค้าสินค้าเกษตร และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ได้แก่ “ยุทธศาสตร์ที่ 2” มุ่งเน้นในการสร้างความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาทางธุรกิจ เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศ
และ “ยุทธศาสตร์ที่ 5” มุ่งหวังที่จะสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาในทุกมิติ ทั้งสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วน ความร่วมมือระหว่างกันทั้งภายในและภายนอกอย่างบูรณาการ จึงดำเนินโครงการจัดทำภาพอนาคตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศไทย
กรณีศึกษาสินค้าอาหารจากพืช (Plant-Based Food) เพื่อคาดการณ์อนาคตและรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการสร้างความเข้มแข็งทางการค้าสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
นำไปสู่ภาพอนาคต 4 ฉากทัศน์ เป็นฉากทัศน์ของอนาคตที่เป็นไปได้คือ 1.ฉากทัศน์ของดินแดนแห่งวัตถุดิบอาหารเพื่อสุขภาพของโลก พร้อมกับอนาคตทางเลือก (Alternative Future) เป็นแหล่งวัตถุดิบเพื่อผลิตและส่งออกอาหารสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหาร
อีก 3 ฉากทัศน์ ได้แก่ 2.ฉากทัศน์ของการท่องเที่ยวเชิงเทศกาล วัฒนธรรม และเกษตรยั่งยืน
3.ฉากทัศน์ของธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยการประยุกต์วัฒนธรรมอาหารและวัตถุดิบท้องถิ่นร่วมกับธุรกิจอาหารในทุกมุมของประเทศ
และ 4.ฉากทัศน์ของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร Plant-Based เพื่อให้เกษตรกรไทยพัฒนาศักยภาพเป็น “ผู้นำ” ในการผลิตและส่งออกโปรตีนจากพืชที่มีคุณภาพ มูลค่าสูง ตอบรับความต้องการของตลาดโลก