เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดนวัตกรรมเครือซีพี CP Innovation Exposition 2026 สร้างอิมแพ็ค 3หมื่นล้านบาท  
Tech เปิดนวัตกรรมเครือซีพี CP Innovation Exposition 2026 สร้างอิมแพ็ค 3หมื่นล้านบาท  
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ดูทั้งหมด

โอกาส 8 จังหวัดตะวันออก รุก 3 กลยุทธ์เจาะตลาดกัมพูชา

03 ม.ค. 2568 | 07:55น.
Jiranan
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ปี 2567-2570 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราดเป็นตัวแทนกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 8 จังหวัด ได้แก่ ตราด จันทบุรี ระยอง นครนายก สระแก้ว ปราจีนบุรี ชลบุรี และฉะเชิงเทรา จัดกิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเด่นภาคตะวันออก เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดเชื่อมโยงสู่การค้าชายแดนและผ่านแดน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่จังหวัดตราด

ตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ตั้งเป้า เพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนทั้ง 4 ประเทศ มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา มูลค่า 2 ล้านล้านบาท

ซึ่งการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นโอกาสและช่องทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ แม้ว่าจะมีสัดส่วนไม่มากหากเปรียบเทียบในภาพรวมมูลค่าการค้าชายแดนทั้งหมด ปี 2566 มูลค่ารวม 929,730 ล้านบาท ส่งออก 580,100 ล้านบาท นำเข้า 349,630 ล้านบาท

เปรียบเทียบกับการค้าชายแดนด้านกัมพูชา มูลค่าการค้ารวม 161,736 ล้านบาท คิดเป็น 17.4% มูลค่าส่งออก 131,979 ล้านบาท คิดเป็น 22.8% มูลค่านำเข้า 29,757 ล้านบาท มูลค่า 8.5% ด้วยความนิยมบริโภคสินค้าไทยมาระยะเวลายาวนาน และสินค้าไทยยังสามารถเข้าไปเจาะตลาดเวียดนามประเทศที่สามได้ ทำให้สัดส่วนมูลค่าการส่งออกสูงถึง 80-85% และมูลค่านำเข้าเพียง 15%

ปัจจุบันมีทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าไปลงทุนประสบความสำเร็จในธุรกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งผู้ประกอบการรายย่อย ทำให้เจ้าของธุรกิจรายย่อย SMEs

สีหนุวิลล์ เขมร

 

วิสาหกิจชุมชนจังหวัดชายแดนมองเห็นโอกาสพยายามที่จะเข้าไปเจาะตลาดกัมพูชา โดยกระทรวงพาณิชย์มีโครงการสนับสนุนส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่อง ในเวที Speaker กิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพและเชื่อมโยงเศรษฐกิจระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกสู่นานาชาติภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเด่นภาคตะวันออก

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้อัพเดตมุมมองของ “จีรนันท์ วงษ์มงคล” ผู้แทนการค้า สำนักงานตัวแทนส่งเสริมการค้า ณ จังหวัดเสียมราฐ ที่สะท้อนภาพของโอกาสการทำธุรกิจ การปรับเปลี่ยนการค้าและพฤติกรรมการบริโภคสินค้าของกัมพูชาที่ต้องเรียนรู้ และกลยุทธ์การทำการค้าให้ประสบความสำเร็จ

กัมพูชาเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว

จีรนันท์บอกว่า เศรษฐกิจของกัมพูชาในปัจจุบันเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นปัจจัยเกี่ยวข้องต้องจับตาดูทั้งเรื่องใกล้ตัว ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่ต้องร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจเปลี่ยน “พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา” เป็น “พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-กัมพูชา” และเรื่องสงครามนอกประเทศที่ส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจโลก และภาพรวมทางเศรษฐกิจของกัมพูชาที่ตัวเลข GDP จริง ๆ ยังไม่ชัดเจน เศรษฐกิจไม่เติบโตตามที่คาดการณ์ การชะลอโครงการอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มทุนจีนที่

จ.พระสีหนุ (สีหนุวิลล์) จากเมืองที่กำลังจะเติบโตมีการก่อสร้างตึกจำนวนมาก ต้องทิ้งร้างเมื่อรัฐบาลประกาศปิดการพนันออนไลน์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2565 ทำความเสียหายให้เศรษฐกิจกัมพูชามาก รวมทั้งโครงการที่จะก่อสร้างในพนมเปญต้องชะลอออกไปด้วย ภาคการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาตามที่ตั้งเป้า 5-6 ล้านคน/ปี

ด้วยเศรษฐกิจโลกไม่ดี นักท่องเที่ยวยุโรปยังไม่กลับมา โรงแรมในเสียมราฐเปิดให้บริการเพียง 20% การส่งออกไม่ขยายตัว สินค้าเกษตรผลผลิตน้อย และแข่งขันสู้เวียดนามไม่ได้ โรงงานของต่างชาติ ประเภทสิ่งทอ ส่งออกชิ้นส่วนเครื่องจักรที่มาตั้งเพื่อได้สิทธิพิเศษทางภาษีไม่ขยายตัว และการเมืองภายในยังไม่นิ่งจากการเปลี่ยนรัฐบาล แม้ว่ายังคงบริหารจัดการได้

“เศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ฟื้นตัว ความเสียหายจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มคนจีนมีตึกร้างจำนวนมาก กลุ่มทุนจีนที่มาลงทุนมี 3 กลุ่ม คือ 1) ลงทุนเองและรัฐบาลช่วยสนับสนุน นำเข้าเงินสดเข้ามา 100% อาจจะลงทุนเพียง 20-30% 2) ลงทุนร่วมกับท้องถิ่น เช่าที่ดินชาวกัมพูชา และลงทุนก่อสร้างอาคารที่พัก สำนักงาน หมดเงินก่อสร้างไม่เสร็จฟ้องร้องกันเป็น 1,000 คดี

3) คนจีนที่นำเงินสะสมมาลงทุนเอง เพื่อรองรับการทำธุรกิจของคนจีนด้วยกันต้องขาดทุนย่อยยับ เมืองใหม่รัฐบาลเปิดป่าชายเลนแบ่งขายที่ดิน ไม่มีคนซื้อถูกทิ้งร้าง ภาพความเสียหายของ จ.พระสีหนุ ทำให้เห็นว่าการค้าในกัมพูชาไม่เหมาะกับการลงทุน ควรซื้อมาขายไป ต้องดูกำลังซื้อ ทำแบบมินิมอลอย่าทำใหญ่”

สีหนุวิลล์ เขมร

รวมกลุ่มคลัสเตอร์เข้าห้าง

กัมพูชามีการปรับตัวทางการค้า มีนักธุรกิจเข้ามาลงทุนเปิดห้าง เช่น แม็คโคร มี 3 สาขา อิออนของญี่ปุ่น 3 สาขา ห้างลัคกี้ ซูเปอร์มาร์เกต ร้าน 7-11 เปิดในปั๊ม ปตท. 100 กว่าแห่ง โกลบอลเฮ้าส์ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป การจัดงานแสดงสินค้าไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไป

เพราะซื้อในห้างสะดวกกว่า ราคาไม่ต่างกัน และสั่งทางออนไลน์ได้ ดังนั้นสินค้าที่ขายในห้าง (Department Modern Shop) จึงเป็นโอกาสทำการค้าในกัมพูชายุคนี้ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) หาพาร์ตเนอร์ที่อยู่ในเมืองนั้น ๆ และผู้ประกอบการต้องรวมกลุ่มกันเป็นคลัสเตอร์ มีสินค้าหลาย ๆ ตัว หรือใช้วัตถุดิบผสมกันสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เป็นการพึ่งพากันทำตลาดและกระจายสินค้า การเลือกสินค้าขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของลูกค้าจะเลือกเองแทนตลาดค้าส่ง

“ผู้ประกอบการต้องถามหาความถนัดของตัวเองก่อน ผลิตตามความถนัด ถ้าเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหญ่อายุ 20-40 ปี มีถึง 80% จากนโยบายรัฐบาลสนับสนุนให้แต่ละครอบครัวมีบุตร 3 คน ทำให้เป็นช่องทางของสินค้าเด็ก ๆ เสื้อผ้า ขนมและเรื่องการศึกษา โรงเรียนนานาชาติ หรือในรูปแบบที่จะต่อยอดเชิงธุรกิจ สินค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวอาจจะต้องรอให้นักท่องเที่ยวกลับมา บริการดูแลสุขภาพด้านการแพทย์ยังได้รับความเชื่อมั่น สินค้าเกษตรน่าสนใจที่จะนำวัตถุดิบเข้ามาแปรรูปเป็นคลัสเตอร์กัน

แต่กฎหมายไทยยังไม่เอื้อให้ทำได้ สินค้าอุตสาหกรรมของกัมพูชาแทบผลิตเองไม่ได้เลยเพราะไม่มีความรู้และเทคโนโลยีที่จะผลิตให้ได้มาตรฐาน โอกาสทางธุรกิจที่ดีสุดในกัมพูชา ควรซื้อมาขายไป ไม่ควรลงทุนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เพราะมีความเสี่ยง”

สีหนุวิลล์ เขมร

แนะลดต้นทุนภาษีส่งออก

กัมพูชาค่าครองชีพสูงมาก เพราะสินค้าทั้งหมดนำเข้าจากต่างประเทศ การแข่งขันทางราคาของสินค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ การนำสินค้าเข้าไปขายในกัมพูชา โดยปกติเสียภาษีใน 2 รูปแบบ คือ อากรศุลกากรนำเข้า (Custom Duty : CD) สินค้านำเข้าถูกเรียกเก็บตามอัตราที่กำหนดขึ้นอยู่กับประเภทและความสำคัญของสินค้า ตามมูลค่าสินค้า (รวมค่าประกันและค่าขนส่ง : CIF) และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 10% ของมูลค่ารวม

ซึ่งคำนวณจากมูลค่า CIF (Cost-ต้นทุน, Insurance-ประกันภัย และ Freight-ค่าขนส่ง) บวกกับอากรศุลกากรและภาษีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเสียค่าแบบคำร้องขอนำเข้า (ใบขน) ประมาณ 3.80 ดอลลาร์สหรัฐ และการใช้ฟอร์ม D เป็นหนึ่งในวิธีการที่ช่วยลดภาระภาษีนำเข้าให้กับผู้นำเข้า

ทั้งนี้ การลดหรือยกเว้นภาษีศุลกากร (Import Duty) ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า เป็นการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้กรอบความร่วมมือของเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area-AFTA) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าสินค้า เนื่องจากไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรในอัตราปกติ ทำให้ได้เปรียบทางการค้าเมื่อเทียบกับสินค้าที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษนี้

“การใช้ฟอร์ม D เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและลดต้นทุนในการนำเข้าสินค้าไปยังกัมพูชาอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่าง สินค้าประเภทใดมีอัตราภาษีศุลกากรปกติ 15% แต่เมื่อใช้ฟอร์ม D จะได้รับสิทธิพิเศษลดเหลือ 0% ผู้นำเข้าจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าการนำเข้าสูง แต่ต้องระมัดระวังการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้อง หากศุลกากรพบความผิดพลาดอาจถูกปฏิเสธสิทธิพิเศษและต้องเสียภาษีในอัตราปกติ”

สีหนุวิลล์ เขมร

ชู 3 กลยุทธ์เจาะตลาดกัมพูชา

จีรนันท์กล่าวว่า ใช้ประสบการณ์ทำงานสถานทูตกัมพูชา มากกว่า 20 ปี เห็นการพัฒนาของชาวกัมพูชา แนวคิดที่ผู้ประกอบการนำไปเป็นกลยุทธ์ประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ 3 แนวทางหลัก คือ 1) การจับคู่ธุรกิจ ผู้ประกอบการใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยนำสินค้าส่งออกไปต่างประเทศจะได้แนะนำตัว และแนะนำสินค้า ซึ่งอาจจะส่งต่อไปถึงเวียดนาม จีนที่เข้ามาในรูปแบบนักท่องเที่ยวสนใจสินค้าไทย

2) เข้าใจตลาด สินค้าที่ส่งจำหน่ายในห้างโมเดิร์นเทรด ซูเปอร์มาร์เก็ต นอกจากคุณภาพดี แพ็กเกจจิ้งต้องทันสมัย ขนาดไม่ใหญ่มาก เพื่อกระจายสินค้าออกไปให้คนได้ทดลอง 3) เทคนิคการเจรจาสื่อสารกับคนกัมพูชาต้องสั้น ๆ ตรง ๆ โดยเฉพาะข้อตกลงทางธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายรายเดียว เพื่อป้องกันสินค้าไหลเข้าทางชายแดนที่เสียภาษีน้อยกว่า ราคาถูกกว่า

ไม่แนะนำให้เข้าไปลงทุน แม้ว่านโยบายด้านต่างประเทศจะเป็นเจ้าของที่ดินได้ ถ้าเปลี่ยนสัญชาติ ชาวจีนที่เข้าไปลงทุนจะซื้อสัญชาติ ประมาณ 10 กว่าล้าน ก่อนลงทุนก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ก่อนนำไปขาย จดทะเบียนบริษัทได้ แต่การปิดบริษัทเสียค่าธรรมเนียมสูงกว่าค่าจดทะเบียนเท่าตัว นักธุรกิจไทยแนะนำให้ไปรวมกลุ่มกันเป็นคลัสเตอร์ ไม่ต้องไปลงทุนจดทะเบียนตั้งบริษัท สามารถทำวีซ่าทำธุรกิจได้เป็นปี ราคา 35 เหรียญสหรัฐต่อ 30 วัน ผู้ประกอบการต้องลองทำตลาดเอง หากไม่ดีถอยออกมา ต้องอดทนให้มากกว่า Call Center และเรียนรู้ภาษา

ถ้าได้พาร์ตเนอร์ดี ๆ ค้าขายกันเป็นเงินสด และรู้จักปรับตัวให้รองรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดผู้บริโภค ที่ทุกวันนี้ไม่ใช่ตลาดค้าส่งเป็นผู้เลือกสินค้าอีกต่อไป งานแสดงสินค้าไม่ตอบโจทย์การแนะนำสินค้าให้ลูกค้าเข้าถึงอีกต่อไป ตลาดออนไลน์เป็นช่องทางการรับรู้ที่กว้างไกล ต้องมีการผสมผสานทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ อย่าไปทำการค้าโดยยอมเสียเงิน เพราะรู้จักคนใหญ่คนโตที่จะเป็นนายหน้าให้ความช่วยเหลือ ท้ายสุดจะไม่ได้อะไร