กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขานรับนโยบายเร่งด่วนจากรัฐบาล เดินหน้าป้องปรามคนกระทำผิดบัญชีม้านิติบุคคล ล่าสุดเชื่อมโยงข้อมูลรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงิน (HR-03) กับปปง. และออกประกาศการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล หากไม่ปฏิบัติตามนายทะเบียนจะปฏิเสธและไม่รับจดทะเบียน เริ่ม 1 ม.ค. 68 นี้
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในประเทศไทย การฉ้อโกงจากมิจฉาชีพที่ใช้การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลมาสร้างความน่าเชื่อถือไปหลอกลวงประชาชนและใช้ความคล่องตัวในการทำธุรกิจ
โดยนำหลักฐานการจดทะเบียนนิติบุคคลไปเปิดบัญชีธนาคารมาใช้รับเงินและหลบเลี่ยงการตรวจสอบทางการเงินจากธนาคารทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนไทยอย่างมาก ซึ่งปัญหานี้จัดเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ไขพร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างรัดกุมและสกัดกั้นนอมินีทุกทาง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะหน่วยงานให้บริการจดทะเบียนธุรกิจ ควบคู่กับการสร้างธรรมาภิบาลให้ธุรกิจและตรวจสอบธุรกิจนอมินี ได้ขานรับนโยบายรัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาบัญชีม้านิติบุคคลอย่างต่อเนื่อง ได้จับมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องปรามและปราบปรามการกระทำผิดอย่างจริงจัง
ล่าสุดกรมฯ ได้เชื่อมโยงข้อมูล HR-03 ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC) ซึ่งเป็นรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงินควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
และออกคำสั่งเรื่อง ‘กำหนดหลักเกณฑ์การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดของบุคคลผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานหรือเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารที่ถูกใช้ในการกระทำความผิดมูลฐานตามรายชื่อของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.)’
เพื่อให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบเมื่อมีการยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล (ทั้งรูปแบบ Walk-in หรือ ออนไลน์ผ่านระบบ e-Registration/Biz Regist) ว่ารายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ หรือกรรมการที่ระบุในคำขอจดทะเบียนนั้นเป็นบุคคลที่มีรายชื่อในข้อมูล HR-03 ของสำนักงาน ปปง. หรือไม่
เมื่อนายทะเบียนตรวจพบว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏรายชื่ออยู่ในบัญชี HR-03 จะชะลอการจดทะเบียนตามคำขอจัดตั้งนิติบุคคลดังกล่าวนั้นไว้ก่อน และเชิญให้บุคคลดังกล่าวมาแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน ณ หน่วยงานที่ยื่นคำขอจดทะเบียน (ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 1-6 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด) เพื่อยืนยันความมีตัวตน
พร้อมเอกสารแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวพนักงานองค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง/เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นที่ใช้แทนเอกสารดังกล่าวได้ตามกฎหมาย โดยเอกสารหลักฐานจะต้องยังไม่หมดอายุ
ทั้งนี้ หากผู้ขอจดทะเบียนไม่แสดงตัวจะถือเป็นเหตุให้นายทะเบียนสามารถปฏิเสธคำขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลกรณีนั้นๆ ได้ โดยคำสั่งฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป
การออกคำสั่งฯ ดังกล่าวถือเป็นอีก 1 มาตรการของกรมฯ ที่ช่วยสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทางไม่ให้มิจฉาชีพเข้ามาแสวงหาประโยชน์กับการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล
ขณะนี้กรมฯ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่มีผลบังคับใช้กฎหมายในการจับกุมอย่างกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อช่วยกันยับยั้งไม่ให้คนกลุ่มนี้ทำลายระบบเศรษฐกิจของไทยและประชาชนคนไทย
