ทางการสิงคโปร์เผยแพร่ข้อมูลเบื้องต้นตัวเลขจีดีพี (GDP) ปี 2024 โต 4% มากกว่าที่คาดการณ์เดิมที่ 3.5%
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า เศรษฐกิจของสิงคโปร์เติบโตเร็วกว่าที่คาดไว้ในปี 2024 ที่ 4% แต่มีแนวโน้มว่าอัตราการขยายตัวจะลดน้อยลงในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่มีการเลือกตั้งทั่วไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการค้าโลก
ตัวเลขเบื้องต้นของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์เผยแพร่วันนี้ (2 มกราคม) แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของศูนย์กลางการเงินแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างสิงคโปร์เติบโต 4% ในปี 2024 นับว่าดีกว่าที่ทางการคาดการณ์ไว้ที่ 3.5% ตัวเลขดังกล่าวยังดีกว่าตัวเลขการเติบโต 1.1% ในปี 2023 อย่างเห็นได้ชัด แต่การคาดการณ์การเติบโตมีแนวโน้มระมัดระวังในปี 2025
ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่คาดว่าการเติบโตของจีดีพีในปีนี้จะเพิ่มขึ้นจาก 1% เป็น 3% ผลมาจากโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 20 มกราคมนี้ โดยทรัมป์สัญญาว่าจะบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงที่จะขัดขวางกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก
ธนาคารยูไนเต็ดโอเวอร์ซีส์ หรือ United Overseas Bank (UOB) ของสิงคโปร์ระบุว่า ยังคงมีความไม่แน่นอนอย่างมากในหลายมิติ รวมถึงขนาด ขอบเขต และระยะเวลาของภาษีศุลกากรของทรัมป์ แม้ว่าสิงคโปร์อาจเผชิญกับภาษีศุลกากรโดยตรงจากสหรัฐน้อยลง แต่เศรษฐกิจของสิงคโปร์ไม่น่าจะรอดพ้นจากผลกระทบเชิงลบต่อการค้า
สิงค์โปร์ซึ่งพึ่งพาการส่งออก มีสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรปเป็นหุ้นส่วนการค้าหลัก การที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและกำหนดภาษีศุลกากรในวงกว้างนั้น ส่งผลกระทบต่อสิงคโปร์ ซึ่งพึ่งพาการค้าโลกที่ราบรื่นเพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมปี 2024 การเติบโตอยู่ที่ 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งชะลอตัวลงจากการขยายตัว 5.4% ในเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน
ในไตรมาสที่ 4/2024 การผลิตที่ขับเคลื่อนโดยการส่งออกเติบโต 4.2% (YOY) ซึ่งลดลงจากการขยายตัว 11.1% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ภาคบริการเติบโต 4.3% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการขยายตัว 4% ในไตรมาสก่อนหน้า
“ภาคการเงินและประกันภัยขยายตัว โดยหลัก ๆ แล้วเกิดจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของภาคการธนาคาร การจัดการกองทุน และกิจกรรมเสริมบริการทางการเงิน (ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยบริษัทชำระเงิน)” กระทรวงการค้าฯ ระบุ
การเติบโตทางเศรษฐกิจยังมาพร้อมกับการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ แสดงให้เห็นว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยส่วนบุคคลพุ่งขึ้น 2.3% ในไตรมาสที่ 4 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้นทั้งปีที่ 3.9%
ในถ้อยแถลงปีใหม่ครั้งแรกเมื่อ 31 ธันวาคม ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งต่อจากลี เซียนลุง อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคม กล่าวว่าการเติบโตโดยรวมของประเทศในปี 2024 เกินความคาดหมาย แต่เตือนว่าประเทศไม่สามารถหลีกหนีจากแรงกดดันจากค่าครองชีพหรือจากความทุกข์และความวิตกกังวลได้
นายหว่องเผชิญความท้าทายหลายอย่างในปี 2025 รวมถึงการเป็นผู้นำพรรคกิจประชาชน หรือ People’s Action Party (PAP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะจัดขึ้นภายในเดือนพฤศจิกายน การสร้างโอกาสในการมีงานทำสำหรับชาวสิงคโปร์ และรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับสม่ำเสมอ
บรรดานักวิเคราะห์การเมืองตั้งข้อสังเกตว่า พรรค PAP สร้างความชอบธรรมโดยการสร้างการเติบโตทางเสรษฐกิจที่มากขึ้น และโอกาสที่ดีขึ้นสำหรับชาวสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์โลกอาจทำให้แผนการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวต้องล้มเหลว หากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศ