รายงาน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (2/1) ที่ระดับ 31.18/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (30/12) ที่ระดับ 34.11/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยภาพรวมได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2025 นี้ เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายของเฟด ประกอบกับแรงกดดันเงินเฟ้อจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์
ขณะที่การซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบางเนื่องในวันหยุดปีใหม่ โดยวันอังคารที่ผ่านมา (31/12) ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส-ชิลเลอร์ (S&P Corelogic Case-Shiller) ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วสหรัฐอเมริกาปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.6% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอลงหลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.9% ในเดือน ก.ย. ส่วนดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองใหญ่ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งถือว่าขยายตัวช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2566 และชะลอลงหลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.6% ในเดือน ก.ย. รายงานระบุว่า ราคาบ้านเพิ่มขึ้นมากที่สุดในนิวยอร์ก โดยพุ่งขึ้น 7.3% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนราคาบ้านในเมืองแทมปาเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดที่ 0.4% ในเดือน ต.ค.เมื่อเทียบเป็นรายปี
สำหรับปัจจัยในประเทศวันนี้ (2/1) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินที่ผ่านมา โดย กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ต่อปี เนื่องจากมีการประเมินว่าการรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (Policy Space) มีความจำเป็นเพิ่มขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น การรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงิน เพื่อตอบสนองในช่วงเวลาที่เหมาะสม และทำให้นโยบายการเงินเกิดประสิทธิผลสูงสุด กนง.มองว่าเศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันจากภายนอกที่รุนแรงขึ้น และความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้าที่สูงขึ้น แต่ยังสามารถขยายตัวได้ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ โดยในปี’67 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 2.7% และปี’68 คาดว่าจะขยายตัว 2.9% โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากภาคการท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชนและการส่งออกสินค้าหมวดอิเล็กทรอนิกส์และหมวดเครื่องจักร ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะกลับมาขยายตัวได้ในปี’68
พร้อมกันนั้น กนง.ยังมองว่า ในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น เนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐยังมีความไม่แน่นอน ทั้งในมิติรูปแบบและความเข้มของนโยบาย ระยะเวลาการเริ่มบังคับใช้ และมาตรการตอบโต้ของประเทศต่าง ๆ โดยในระยะสั้น การส่งออกสินค้าไทยอาจเร่งขึ้นก่อนที่นโยบายจะมีผลบังคับใช้ สำหรับในระยะปานกลาง ผลกระทบต่อการส่งออกและการลงทุนของไทยมีความไม่แน่นอน ขึ้นกับความเป็นไปได้ของการย้ายฐานการผลิต และความสามารถในการแข่งขันกับจีน ทั้งตลาดในประเทศและตลาดภูมิภาค นอกจากนี้ ภาคการส่งออกสินค้า อาจเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้น้อยลงกว่าในอดีต
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี’67 คาดว่าจะอยู่ที่ 0.4% ส่วนปี’68 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.1% ในระยะข้างหน้าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงขอบล่างของกรอบเป้าหมาย สะท้อนปัจจัยด้านอุปทานรวมทั้งมาตรการภาครัฐเป็นสำคัญ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.16-34.27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.24/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ด้านความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/1) ที่ระดับ 1.0352/55 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (30/12) ที่ 1.0439/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากร่วงลงมากว่า 6% ในปี 2567 ผู้ซื้อขายคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงอีกครั้งในปี 2568 โดยตลาดกำหนดราคาไว้ที่ 113 จุดพื้นฐานในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน เทียบกับ 42 จุดพื้นฐานที่ธนาคารกลางสหรัฐกำหนดไว้ ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0346-1.0374 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0361/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ส่วนการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้านี้ (2/1) ที่ระดับ 157.59/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (30/12) ที่ 157.78/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินเยนอ่อนค่ามากสุดในรอบ 5 เดือน วิตกญี่ปุ่นแทรกแซง เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกนาน โดยค่าเงินเยนที่ร่วงลงมากกว่า 10% ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยในวันซื้อขายแรก (2/1) ของปี 2568 ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงมาไม่ห่างจากระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนที่แตะเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (31/12) ทำให้ผู้ซื้อขายระมัดระวังการแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่น ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 156.45-157.78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 156.82/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดานี้ของสหรัฐ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (02/01), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน ธ.ค. จาก S&P Global (03/01), การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือน พ.ย. และสต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)(03/01)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.25/-6.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.5/-3.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ