Skip to content

ท่องเที่ยว เปิดแผนปี’68 มุ่งตลาดคุณภาพปั้นรายได้ 3.2 ล้านล้าน

05 ม.ค. 2568 | 09:42น.
ท่องเที่ยว เปิดแผนปี’68 มุ่งตลาดคุณภาพปั้นรายได้ 3.2 ล้านล้าน

จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่รวบรวมโดยกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ระบุว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2567 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 35.54 ล้านคน เพิ่มขึ้น 26.27% (yoy) สร้างรายได้ 1.67 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% (YOY)

ส่วนตลาดคนไทยเที่ยวไทยมีจำนวนประมาณ 198.69 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7.02% สร้างรายได้ราว 9.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.03%

รายได้รวมหลุดเป้า 4 แสนล้าน

หากรวมทั้ง 2 ตลาดพบว่าปี 2567 ประเทศไทยมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยวรวมราว 2.6 ล้านล้านบาท ถือว่าพลาดเป้าไปประมาณ 4 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา สงครามตะวันออกกลาง และการจัดเก็บข้อมูลของการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ครอบคลุมการจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ จึงทำให้ข้อมูลไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายในเชิงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตั้งไว้ 35 ล้านคน ซึ่งสะท้อนถึงการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยมีอานิสงส์จากมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือ Visa Exemption และยกเว้นบัตร ตม.6 สำหรับด่านชายแดนทางบก รวมถึงการเปิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มความถี่ของสายการบินทั้งจากตลาดระยะใกล้และไกล

ขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพ

สำหรับในปี 2568 นี้ รัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯและ ททท.ตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 40 ล้านคน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 1.98-2.23 ล้านล้านบาท มากกว่าปี 2562 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยรวม 39.5 ล้านคน

“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า การท่องเที่ยวไทยปี 2568 จะก้าวเข้าสู่ปี Thailand Grand Tourism & Sport Year 2025 โดยจะมุ่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพทั้งตลาดระยะใกล้และไกล

และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฮับท่องเที่ยวในภูมิภาคต่อเนื่องจากปี 2567 ที่มีปัจจัยหนุนจากการจัดงานเทศกาลและอีเวนต์ต่าง ๆ ในประเทศไทย

อาทิ เทศกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ โครงการ Amazing Thailand Passport Privileges การจัดคอนเสิร์ต แฟนมีตติ้งของศิลปินไทยและต่างชาติ และการท่องเที่ยวตามรอยซีรีส์ สถานที่ถ่ายทำเอ็มวีและภาพยนตร์ไทย รวมถึงงานเคานต์ดาวน์ส่งท้ายปี ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย และขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเฉพาะ นักท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในตลาดระยะใกล้และไกล

จำนวนนักท่องเที่ยวสะสม

โฟกัส “จีน-อินเดีย-ยุโรป”

พร้อมทั้งวางแผนกลยุทธ์ทำการตลาดอย่างเข้มข้น โดยโฟกัสตลาดสำคัญ เช่น อินเดีย จีน และยุโรป พร้อมทั้งขยายฐานตลาดไปยังตลาดใหม่ ๆ เพื่อกระจายรายได้และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ เช่น การจัดทำแคมเปญการตลาดเชิงรุกในต่างประเทศ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ เช่น ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ฯลฯ รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

โดยมองว่าปัจจัยสนับสนุนสำคัญยังคงเป็นเรื่องของ Ease of Travelling, Landmark & มรดกโลกใหม่, ท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำ MV-ภาพยนตร์-ซีรีส์ไทย, World Class Event, Concert Fan Meet ศิลปินไทยและศิลปินต่างชาติ และวันหยุดเทศกาลสำคัญตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งร่วมมือกับสายการบินชั้นนำและบริษัทท่องเที่ยวจัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด และสร้างประสบการณ์ที่คุ้มค่าและน่าจดจำ

ตั้งเป้าเป็น Tourism Hub

รวมถึงการทำแคมเปญสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ การปักธงพื้นที่ตลาดใหม่ การกระตุ้นความถี่และการใช้จ่ายตลาดหลัก และการขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ (Quality Leisure) ฯลฯ อาทิ กลุ่มนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายกลุ่ม Millennials, Gen Z และ LGBTQ

กลุ่มนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียจะมีการเน้นกลุ่มไฮเอนด์ Gen X และ Baby Boomer กลุ่มนักท่องเที่ยวแคนาดาเน้นกลุ่ม LGBTQ โดยส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวออสเตรเลียที่จะเน้นกลุ่ม Millennials และกลุ่ม Baby Boomers ที่มีกำลังซื้อสูงและให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและไลฟ์สไตล์ ส่วนนักท่องเที่ยวจีนจะเน้นทำตลาดกลุ่ม First Visit และส่งเสริมการขายกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง

“เราจะยังเน้นสร้างประสบการณ์ที่ดีในทุก ๆ การเดินทาง และโฟกัส 5 Must Do in Thailand ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว และชูความเป็น Hub of ASEAN และ World Class Event Hub”

ทั้งนี้ เพื่อเป้าหมายทำให้ประเทศไทยเป็น Tourism Hub และเป็น Destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริป

ด้าน “สรวงศ์ เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ให้ข้อมูลว่า ปี 2568 นี้รัฐบาลจะขับเคลื่อนทั้งการท่องเที่ยวและกีฬา โดยในด้านการท่องเที่ยวนั้นจะต้องเร่งเรื่องเพิ่มการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปของนักท่องเที่ยว โดยโฟกัสในตลาดที่เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น เช่น อินเดีย เป็นต้น

สรวงค์ เทียนทอง
สรวงค์ เทียนทอง

รวมถึงเจรจากับสายการบินเพื่อให้เพิ่มเที่ยวบินเข้าเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) มากขึ้น หรือจะลองทำตลาดในรูปแบบชาร์เตอร์ไฟลต์ก่อนก็ได้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในพื้นที่เมืองรอง เพื่อนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่

“มั่นใจว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะ แต่ระบบการคมนาคมขนส่งยังไม่เอื้อให้กับนักท่องเที่ยวเดินทาง ฉะนั้น การมีไฟลต์บินตรงเข้าเมืองรองจะสามารถกระตุ้นท่องเที่ยวในเมืองรองได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยทำให้เศรษฐกิจกระจายตัวมากยิ่งขึ้น”

นอกจากนี้ ยังมีแผนเชิญทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยมาหารือถึงปัญหาที่อาจยังเป็นอุปสรรค เพื่อปรับปรุงและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคนในปี 2568 นักท่องเที่ยวคนไทยเที่ยวไทย 200 ล้านคน-ครั้ง และมีรายได้รวม 3.2 ล้านล้านบาท

เป้าหมายคือ ตลาดที่มีการใช้จ่ายสูง พำนักนาน อาทิ อินเดีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ ควบคู่กับรักษาตลาดเดิมอย่างจีน ยุโรป และเอเชียตะวันออก พร้อมโปรโมตประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกต่อเนื่อง