สิงคโปร์-มาเลย์ ลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในรัฐยะโฮร์ทางตอนใต้ของมาเลเซีย ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการค้าและเทคโนโลยีตามรอยเสิ่นเจิ้น
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมกับลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เป็นประธานในพิธีลงนามเปิดโครงการเศรษฐกิจพิเศษในรัฐยะโฮร์ทางตอนใต้ของมาเลเซีย ที่มีการค้าผ่านแดน (Cross Border) ร่วมกับสิงคโปร์
ลอวเรนซ์ หว่องกล่าวว่า นี่เป็นโครงการสำคัญที่สร้างขึ้นบนโครงสร้างที่เกื้อหนุนกันระหว่างสิงคโปร์และยะโฮร์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมจุดแข็ง และดึงดูดเม็ดเงินลงทุน
สิงคโปร์และมาเลเซียรับปากว่าจะให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกโครงการ 100 แห่งตลอดระยะเวลา 10 ปีแรก โดยอาศัยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระดับพิเศษมาช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่
ทางฝั่งมาเลเซียคาดว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่แห่งนี้จะสร้างตำแหน่งงานเพิ่มอีก 100,000 ตำแหน่ง สร้างเม็ดเงินเพิ่มขึ้นอีก 26,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ราว 896,400 ล้านบาท) ภายในปี 2030 จากการลงทุนใหม่ และการย้ายหรือขยายฐานการผลิตมายังยะโฮร์ ซึ่งมีที่ดินและฐานการจ้างงานใหญ่กว่าสิงคโปร์
ด้วยพื้นที่กว่า 3,500 ตารางกิโลเมตร เขตเศรษฐกิจพิเศษคาดว่าจะมีพื้นที่ใหญ่กว่าสิงคโปร์ 4 เท่า เทียบได้เกือบ 2 เท่าของนครเสิ่นเจิ้น เมืองที่มาเลเซียยกเป็นแนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ ด้านอันวาร์ อิบราฮิมกล่าวว่า แทบจะหาไม่ได้เลยที่จะได้เห็นการทำงานร่วมกันระหว่างสองประเทศเพื่อดึงดูดการลงทุนเช่นนี้
ด้านรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ทั้งสองประเทศมุ่งเป้าดึงการลงทุนมูลค่าสูงในหลายภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่ภาคการผลิต โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และพลังงานหมุนเวียน ทั้งยังเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูงระหว่างสองประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการสัญจรที่ติดขัดระหว่างสองประเทศในพื้นที่ดังกล่าว โดยอันวาร์กล่าวว่าควรนำโดยภาคเอกชน และรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างจำกัด