Bolt ประเทศไทย เดินหน้าจัดกิจกรรม Booster Week โดยให้ทีมงานลงพื้นที่พบปะผู้ขับขี่ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ตลอดทั้งเดือนมกราคม’68 เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ในการขอใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ และจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ
โบลท์ (Bolt) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถชั้นนำระดับโลก เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมบริการเรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชั่น (Ride-Hailing) ในประเทศไทย ให้สอดคล้องกับกฎหมายรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกรอบร่างกฎหมายของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA
ซึ่งกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตขับขี่สาธารณะและจดทะเบียนรถให้เป็นรถรับจ้างสาธารณะ โดยแบ่งเป็นประเภท รย.17 สำหรับรถจักรยานยนต์ และ รย.18 สำหรับรถยนต์ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
อุตฯบริการเรียกรถเติบโตต่อเนื่อง
จากผลการสำรวจโดย Mordor Intelligence บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำระดับโลกพบว่า อุตสาหกรรมบริการเรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชั่นในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 9.38% และมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ขับขี่และครอบครัว รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการขนส่ง การท่องเที่ยว และการค้าปลีก ซึ่งส่งผลเชิงบวกทั้งในเขตเมืองและพื้นที่ชนบท
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนและกระบวนการจดทะเบียนภายใต้กรอบกฎหมายในปัจจุบันยังเป็นความท้าทายสำคัญของภาคอุตสาหกรรม Ride-Hailing และผู้ขับขี่จำนวนมาก เนื่องจากกระบวนการขอใบอนุญาตขับขี่สาธารณะและการจดทะเบียนรถในปัจจุบันมีความซับซ้อนและใช้ระยะเวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเหล่าผู้ขับขี่ที่พึ่งพารายได้หลักจากอาชีพนี้ ถือเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมจากภาครัฐ
ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถอย่างโบลท์เชื่อมั่นว่า หากภาคอุตสาหกรรมได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความเป็นธรรมและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคงและลดปัญหาหนี้เสียในระบบ
ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับอุตสาหกรรมโดยรวม ส่งผลดีต่อผู้ใช้บริการในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

เปิดตัวโครงการ Booster Week
โดยจัดให้ทีมงานลงพื้นที่พบปะผู้ขับขี่ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ตลอดทั้งเดือน เพื่อให้การสนับสนุนในทุกขั้นตอนตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ทั้งการช่วยเหลือด้านการเตรียมเอกสาร การให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว (Onsite Support) การอำนวยความสะดวก ณ กรมการขนส่งทางบก (Facilitated Processing) ตลอดจนการแจกคู่มือและให้คำแนะนำการเตรียมตัวสอบใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ (Exam Tutoring)
นอกจากนี้ โบลท์ได้จัดแคมเปญพิเศษเพื่อส่งเสริมให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่วม ในโครงการนี้ โดยมอบสิทธิประโยชน์พิเศษ ได้แก่ ส่วนลดค่าคอมมิชชั่น 3% ประกันภัยจากพันธมิตรของโบลท์ และโบนัสจำนวน 1,000 บาท สำหรับผู้ขับขี่ที่อัพโหลดใบอนุญาตขับขี่สาธารณะสำเร็จภายในวันที่ 31 มกราคม 2568 พร้อมทั้งการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในกระบวนการจดทะเบียน และมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ เพื่อบรรเทาภาระของผู้ขับขี่
ชัชชัย เนตรงาม หนึ่งในพันธมิตรผู้ขับขี่ของโบลท์กล่าวว่า กระบวนการขอใบขับขี่สาธารณะและการจดทะเบียนรถตามกฎหมายมีขั้นตอนที่ต้องใช้เวลานาน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ขับขี่หลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานเต็มเวลา อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนจากโบลท์ผ่านโครงการ Booster Week และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ช่วยให้ผมมีความมั่นใจและสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างราบรื่น
วิสัยทัศน์ความร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
โบลท์ยืนยันที่จะเคียงข้างผู้ขับขี่ในทุกขั้นตอนเพื่อร่วมสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรม Ride-Hailing ในประเทศไทย พร้อมเสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ผู้ขับขี่มีเวลาปรับตัวและสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างเหมาะสม
โบลท์เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนจากภาครัฐและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศในระยะยาว
ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประจำโบลท์ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ขับขี่คือหัวใจสำคัญของแพลตฟอร์มโบลท์ มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนพวกเขาให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายได้อย่างมั่นใจ ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนจะเป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Ride-Hailing สู่เติบโตอย่างยั่งยืน
มุ่งเน้นการลงมือช่วยเหลือผู้ขับขี่ในทางปฏิบัติ พร้อมผลักดันการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อสร้างโอกาสระยะยาวให้กับผู้ขับขี่ ยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของสังคมในภาพรวม